103.58.148.118

Brand Move

Ξ 1 comment

Fancl บอกลาตลาดไทย

posted by  4,881 views

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท แฟนซีแอล (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Fancl (ฟังก์เคล) ได้ประกาศยกเลิกการประกอบการสาขาในประเทศไทย โดยจะทยอยปิดสาขาตามห้างต่างๆ อาทิ พารากอน (13 สิงหาคม) ถัดจากนั้นจะเป็นสาขาเจ อเวนิว จากนั้นในช่วงเดือนกันยายนจะปิดเดอะมอลล์งามวงศ์วาน เดอะมอลล์ท่าพระ และตุลาคม เซ็นทรัลบางนา เดอะมอลล์บางกะปิ อิเซตัน ดิ เอ็มโพเรียม เซ็นทรัลลาดพร้าว

fanclจากการสอบถามเรื่องดังกล่าว  และได้รับการยืนยันจากผู้บริหารว่า บริษัทมีแผนจะปิดเคาน์เตอร์ตามห้างสรรพสินค้าที่เปิดอยู่ดังกล่าวจริง และได้ทยอยแจ้งให้พนักงานได้รับทราบแล้ว

ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงของบริษัท แฟนซีแอล กล่าวในเรื่องนี้กับ นสพ. ประชาชาติธุรกิจ ว่า การประกาศปิดเคาน์เตอร์ดังกล่าว เนื่องจากบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่นมีการปรับเปลี่ยนนโยบายการแผนการลงทุนในภูมิภาคใหม่ โดยจะหันไปให้น้ำหนักกับตลาดในประเทศจีนมากขึ้น นอกจากปัจจัยด้านอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนที่อยู่ในเกณฑ์สูงแล้ว ในแง่ของจำนวนประชากรก็มีมาก ประกอบกับตลาดเครื่องสำอางและสกินแคร์ในจีนมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว จึงมองว่าเป็นโอกาสที่จะสามารถขยายการเติบโตให้กับบริษัทได้

ที่ผ่านมาผลประกอบการของฟังก์เคลในไทยมีการเติบโตที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง และปีที่ผ่านมาก็มีกำไร เพียงแต่อัตราการขยายตัวอาจจะยังไม่เร็ว เนื่องจากตลาดในเมืองไทยอาจจะยังมีขนาดที่เล็กเมื่อเทียบกับจีน โดยเฉพาะกับผลิตภัณฑ์ประเภทที่ไม่มีสารกันเสียเป็นส่วนผสม (Preservative-free)

“ที่ผ่านมามีการหารือกับกลุ่มผู้ถือหุ้นเป็นระยะๆ และหลายๆ ฝ่ายก็อยากจะทำตลาดต่อ รวมทั้งในส่วนของห้างสรรพสินค้าที่เป็นเจ้าของพื้นที่ก็ไม่อยากให้ปิด เพราะฟังก์เคล เป็นแบรนด์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายชัดเจน และมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ขณะเดียวกันก็เป็นแบรนด์ที่มีสินค้าครอบคลุมทุกกลุ่มทั้งสกินแคร์ บอดี้แคร์ เมกอัพ รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เป็นเทรนด์ของตลาด ดังนั้นการปิดตัวลงไปจึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย”

บริษัท แฟนซีแอล (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์ชั่นแนล และบริษัท ฟังก์เคล เอเชีย (พีอีที) และบริษัท มิตซุย จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยตั้งแต่ช่วงปลายปี 2545 และมีการรุกตลาดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อปี 2551 ก็ได้แตกไลน์สินค้าด้วยการนำผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผิวเข้ามาทำตลาดเพิ่ม จากเดิมที่เน้นทำตลาดสินค้ากลุ่มสกินแคร์ ซึ่งก่อนหน้านี้มีแผนจะร่วมกับกลุ่มสหพัฒน์ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกฟังก์เคิลไปทำตลาดในภูมิภาคเอเชียด้วย

Source:  ประชาชาติธุรกิจ
logo_prachachart

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

User Name: Marketing Oops! Admin

FB Comments

Related Posts

1 Comment

Leave a Reply


8 + four =

Recent Posts

Facebook