103.58.148.118

Brand Move

Ξ Leave a comment

‘อมรินทร์บุ๊ค’ ลุยตลาด Omni Channel ยกระดับการอ่านแบบไร้รอยต่อ เปิดให้ดาวน์โหลด e-Book ฟรี 250,000 เล่มที่ MRT

posted by  1,005 views

โลกเราในยุคปัจจุบันแม้จะบอกว่าเป็นยุค 4.0 ที่ใครๆ ก็ติดต่อกันผ่านระบบไร้สารหรือออนไลน์กันแทบทั้งนั้น แต่ก็ไม่อาจจะปฏิเสธพื้นที่ของออฟไลน์ได้ว่ายังคงมีบทบาทสำคัญอยู่ไม่แพ้กัน นั่นจึงเป็นที่มาของการทำ Cross Channel ที่เราเรียกกันว่า Omni Channel  

ข้อดีของ Omni Channel ก็คือการที่เราสามารถติดต่อกับลูกค้าได้หมดทุกช่องทางไม่ว่าจะทางออนไลน์หรือออฟไลน์ ขึ้นอยู่กับความสะดวกสบายของลูกค้า ซึ่งจะทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจได้ว่าทุกการติดต่อของเขาได้รับความสนใจทั้งหมดไม่ว่ารูปแบบใด ดังนั้น สิ่งสำคัญที่จะมัดใจลูกค้าได้แบบไม่ไปไหน คือการเชื่อมต่อทุกช่องทางให้เป็นหนึ่งเดียวอย่างไร้รอยต่อ หรือเรียกว่าการสร้างประสบการณ์ในแบบ Seamless Experience นั่นเอง

เมื่อความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ทุกวงการหากไม่ปรับตัวก็จะถูก disrupt อย่างที่เราได้ยินกันบ่อยๆ นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ “นายอินทร์” ผู้ผลิตและจำหน่ายหนังสือในเครือ บริษัท อมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์ จำกัด ตัดสินใจวางกลยุทธ์ทางการตลาดใหม่ บุกทั้งออนไลน์และออฟไลน์ไปพร้อมกัน สร้างเป็นกลยุทธ์ที่เรียกว่า Omni Media

Amarin_1

ล่าสุด เราเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้จากความร่วมมือใหม่ที่น่าสนใจระหว่าง อมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์ฯ ร่วมกับ บริษัท แบงคอกเมโทรเน็ทเวิร์คส์ จำกัด (BMN) เปิดตัว “นายอินทร์ X BMN Read Around” โครงการอ่านแบบใหม่ให้สอดรับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ที่นิยมรับข้อมูลข่าวสารผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต โดยการเปิดให้ดาวน์โหลด e-Book ฟรีได้ที่สถานีรถไฟฟ้า MRT 5 สถานีหลักด้วยกัน ได้แก่ สถานีเพชรบุรี สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สถานีพหลโยธิน สถานีสวนจตุจักร และสถานีสามย่าน

พลิกโฉมวงการหนังสือ e-Book 250,000 เล่ม 5 สถานี ฟรี 24 ชั่วโมง เปลี่ยนหนังสือทุก 2 สัปดาห์

Amarin_2

คุณระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงโปรเจ็คต์ นายอินทร์ X BMN Read Around ว่าเป็นโครงการ CSR ส่งเสริมการอ่าน โดยเราได้รวบรวมหนังสือขายดีร่วม 100 เล่มมาให้ดาวน์โหลดอ่าน e-Book ฟรี 24 ชั่วโมง เริ่มนำร่องที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT 5 สถานีหลัก ตั้งเป้าคาดว่าจะมีผู้อ่านหนังสือผ่านโครงการนี้ประมาณ 250,000 เล่ม โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่านให้กับคนไทย เพราะการอ่านเป็นรากฐานสำคัญของชีวิต แล้วยังช่วยส่งเสริมด้านการพัฒนาคน สังคม ตลอดจนประเทศชาติ อมรินทร์ฯ จึงได้มุ่งมั่นผลิตหนังสือดีๆ ที่สามารถอ่านได้ทั้งแบบ Paper และแบบ Electronic ออกมาอย่างต่อเนื่อง

ที่สำคัญ โครงการนี้ได้คัดสรรหนังสือ มียอดจำหน่ายดีจากสำนักพิมพ์เครืออมรินทร์และสำนักพิมพ์พันธมิตรรวมกว่า 20 สำนักพิมพ์ มาเอาใจนักอ่านครบครัน ทั้ง How To, ท่องเที่ยว, เรื่องสั้น, นิยาย, วรรณกรรม, วิทยาศาสตร์, ประวัติศาสตร์ และความรู้ทั่วไป ฯลฯ โดยนำมาใช้คู่กับแอปฯ Naiin Pann ให้มีรูปแบบการอ่านหนังสือแบบ e-Book อ่านฟรีถึงเที่ยงคืนวันถัดไป พร้อมทั้งทำการเปลี่ยนหนังสือใหม่ทุกๆ 2 สัปดาห์

นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกในเมืองไทยที่มีการร่วมมือผลักดัน พร้อมพลิกโฉมหน้าการอ่านรูปแบบใหม่เหมาะกับยุคดิจิตอล เข้าถึงกลุ่มผู้อ่านได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น สามารถอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา และเข้าถึงกลุ่มผู้อ่านที่นิยมการอ่านแบบดิจิทัล รวมถึงคนที่ต้องการอ่านหนังสือขณะเดินทาง แต่ไม่อยากพกพาหนังสือ ซึ่งเราก็ได้พันธมิตรอย่าง BMN มาเป็นจุดศูนย์กลางเพื่อดาวน์โหลด

ลุยโมเดล Omni Channel มุ่งสู่ Experience Destination

Amarin_3

ทั้งนี้ คุณระริน ยังกล่าวถึงทิศทางของ นายอินทร์ ในปี 2560-2561 ว่า ร้านนายอินทร์ตั้งเป้ายอดขายตลาดรีเทล รวมทุกช่องทาง 1,500 ล้านบาท และมีฐานลูกค้าทั้งออนไลน์และออฟไลน์ร่วม 1,000,000 ราย พร้อมกับปรับโมเดลธุรกิจให้เป็น Omni Channel ที่เชื่อมโยงระหว่างโลกออนไลน์–ออฟไลน์เข้าด้วยกัน พร้อมกับยังวางตำแหน่งทางการตลาด (Positioning) ใหม่ว่า ร้านนายอินทร์ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านขายหนังสือแต่เรามุ่งมั่นเป็น Experience Destination คือ พื้นที่แบ่งปันความรู้ ความสุข เป็นประสบการณ์ และความทรงจำที่ดีร่วมกันกับลูกค้า

ยิ่งไปกว่านั้น นายอินทร์ให้ความสำคัญกับ Customer Centric” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ หรือพฤติกรรมของลูกค้า โดยต้องปรับตัวเป็น Lifestyle Bookstore ไม่ใช่แค่ขายหนังสืออย่างเดียว แต่ต้องนำเสนอประสบการณ์ใหม่ ประสบการณ์จากคอนเทนต์ในหนังสือ ซึ่งคอนเทนต์ในหนังสือไม่จำเป็นต้องส่งผ่านหนังสืออย่างเดียว อาจทำในรูปแบบสินค้า Non-book หรือบริการที่มีความเชื่อมโยงกับหนังสือก็ได้ เช่น การจัดกิจกรรมภายในร้าน รวมทั้งให้ร้านเป็นเวทีสำหรับ Young Designer ที่สร้างสรรค์แสดงผลงานนิทรรศการก็ได้

นำ Big Data เข้ามาพัฒนาในการทำตลาดแบบ Personalize มากขึ้น

Amarin_4

ในอนาคตสาขาของนายอินทร์จะปรับเปลี่ยนตามโลเคชั่น และกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ปรับ Product Assortment และคอนเซ็ปต์ร้านให้เข้ากับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย พร้อมทั้ง ยังมีการนำ Big Data จากฐานสมาชิกร้านนายอินทร์ประมาณ 500,000 คน รวมทั้งเพิ่มฐานสมาชิกใหม่ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ จะได้สื่อสารการตลาดได้แบบรายบุคคล (Personalization) ตรงใจลูกค้าแต่ละคนมากขึ้น

“วันนี้เราไม่ได้จำหน่ายแต่หนังสือ แต่เรามีสินค้าอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันเข้ามาทำให้รู้สึกว่าการเข้าร้านหนังสือมันมีความสุข มีความรื่นรมย์ แต่แกนหลักเราก็ยังคงเป็นการให้เรื่องคอนเทนต์ ซึ่งวันนี้คอนเทนต์ที่ว่านี่ ก็สามารถที่จะเลือกได้ทั้งที่เป็นฟิสิคอลและดิจิทัล หรือเรามีบริการที่หาหนังสือไม่เจอ หาของไม่เจอ สามารถสั่งแล้วเราก็ไม่ส่งที่บ้านก็ได้ หรือจะมารับที่สาขาก็ได้เป็น Seamless Experience อย่างไร้รอยต่อที่เราจะทำให้ลูกค้าประทับใจ”

ผลักดัน e-Book เพื่อเพิ่มโอกาสเติบโตในตลาดหนังสือ

Amarin_5

คุณระริน ยังบอกว่า ในปีที่ผ่านมาตลาดหนังสือยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเราพบว่า คนอ่าน e-Book มีส่วนที่ทับซ้อนกับคนอ่านหนังสือเล่มน้อยมาก ดังนั้น จึงถือว่ามันเป็นตลาดใหม่ที่ยังเติบโตได้อยู่ ในขณะที่คนที่ชอบอ่านหนังสือเล่มแบบเดิมก็ยังมีอยู่เช่นกัน มันไม่ได้ทับซ้อนกัน แต่กลับช่วยส่งเสริมกันให้ตลาดการอ่านเติบโตยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นในแง่สำนักพิมพ์เราก็ไม่ได้กังวลเลย แต่เราจะผลักดันยังไงให้คนมาอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง

“สำหรับตอนนี้ตลาดการเติบโตของ e-Book ในบ้านเราจริงๆ ก็ยังไม่ถึง 5% ของตลาดรวมหนังสือทั้งหมด ดังนั้น เราก็คาดหวังว่าจากโครงการนี้ก็น่าจะมีส่วนกระตุ้นทำให้คนไทยรักการอ่านมากขึ้น  หันมาอ่าน e-Book เพิ่มขึ้น หรือจะเป็นหนังสือเล่มก็ได้ เพราะเรามองในภาพรวมของตลาดมากกว่า ตราบใดที่ทำให้การอ่านเป็นเรื่องใกล้ตัว ก็จะทำให้สิ่งนี้มันอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ส่งผลให้ตลาดมันเติบโตอย่างต่อเนื่อง”

ตั้งเป้าการเติบโตเพิ่มขึ้น 10% มั่นใจตลาดดิจิทัลโตได้อีก

Amarin_6

ส่วนในการทำการตลาดปีนี้ คุณระริน เล่าว่า “เราทำการส่งเสริมการอ่านในหลายรูปแบบ คาดหวังภาพรวมของการเติบโตของการอ่านอยู่ที่ประมาณ 10% ซึ่งยอดขายในส่วนดิจิทัลเราก็ตั้งเป้าไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 5% และเพิ่มขึ้น 10% ในส่วนของยอดขายรวมของหนังสือทั้งหมด ทั้งๆ ที่จริงแล้วเรามีการปิดสาขาไปบางสาขา แต่ว่ายอดขายจากออนไลน์เราก็เติบโตขึ้นมากเช่นกัน”

โดยในส่วนของยอดขายออนไลน์ต้องบอกว่าเราโตแบบดับเบิ้ลทริปเปิ้ล เฉพาะแค่เมื่อวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา แคมเปญวันเกิดร้านนายอินทร์วันเดียวก็ทำให้เราเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 30-40% ในวันเดียวที่เราทำโปรโมชั่น และเร็วๆ นี้เราเตรียมที่เปิด Smart Store ที่จามจุรีสแควร์ ชั้น 1 เป็นสาขาขนาดเล็กที่มีทราฟฟิคดี โดยมีรูปแบบใหม่เป็นดิจิทัลมากขึ้น ปัจจุบัน ร้านนายอินทร์มี 150 สาขา จากเดิมมีทั้งหมด 190 สาขา

อ่านอย่างยั่งยืนเพื่อสังคมไทย

สำหรับโปรเจ็คต์ร่วมกับ BMN ก็เป็นโปรเจ็คต์ 1 ในการทำ CSR เพื่อสังคมที่เราทำกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ในเมือง แล้วก็ยังมีการทำกิจกรรมเพื่อกระตุ้นการอ่านอื่นๆ อีกกับนักเรียนนักศึกษา คือ เมื่อคนอ่านได้รับประสบการณ์ดีๆ กับการอ่านก็จะทำให้เขาติดใจ แล้วก็กลับมาอ่านต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็ตาม และนำไปสู่พฤติกรรมการอ่านอย่างยั่งยืน

บทสรุป

กรณีของ อมรินทร์บุ๊คฯ เป็นภาพที่ชัดเจนของการไม่ยอมแพ้ต่อการเข้ามาของดิจิทัล ในยุคที่ใครๆ ก็บอกว่ากระดาษหรือหนังสือกำลังจะตาย แต่ อมรินทร์ฯ กลับสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ได้อย่างลงตัว และที่สำคัญยังมีส่วนผลักดันให้เกิดพฤติกรรมการอ่านที่เพิ่มมากขึ้น ขยายวงสู่คนรุ่นใหม่มากขึ้น และขยายโอกาสทางการตลาดยกระดับวงการหนังสือมากขึ้นอีกด้วย นับเป็นหนึ่งในการสร้างสรรค์กลยุทธ์ที่น่าสนใจ และเชื่อว่าไม่เพียงแค่วงการหนังสือเท่านั้น ในวงการอื่นๆ ก็น่าจะนำไปปรับใช้ได้อย่างอมรินทร์ฯ เช่นกัน

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

User Name: Marketing Oops!

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


two + 1 =

Recent Posts

Facebook