103.58.148.118

Campaign Case

Ξ Leave a comment

เปิดบ้าน Kaidee.com เปิดแนวคิดบริษัทดิจิทัลที่น่าทำงานด้วยมากที่สุด

posted by  24,866 views

_MG_0724

หลายคนน่าจะเคยเห็นโฆษณาที่ชวนให้ทุกคนมาขายของที่ตัวเองไม่ได้ใช้ หรือของมือสองผ่านทาง Kaidee.com เว็บไซต์ที่เดิมเคยใช้ชื่อ dealfish เปลี่ยนมาชื่อ olx และกลายมาเป็น ขายดี หรือKaidee.com ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่า ขายดี คือภาษาไทย และนี่คือเว็บที่ทำเพื่อคนไทย

ถ้าว่ากันตามหลักการตลาดแล้ว การเปลี่ยนชื่อแบรนด์บ่อยๆ คงไม่ดีในการทำตลาด แต่ ทิวา ยอร์ค Head Coach ของ Kaidee.com บอกว่า สำหรับแบรนด์ต่างๆ ไม่แนะนำให้เปลี่ยนชื่อ แต่ถ้าจำเป็นต้องเปลี่ยน ก็อย่ากลัวที่จะทำ เหมือนกับ Kaidee.com เมื่อเปลี่ยนแล้ว คนก็ยังจำได้และจำได้ด้วยว่า เปลี่ยนจากชื่ออะไรบ้าง นั่นกลายเป็นสิ่งที่ดีสำหรับ Kaidee.com

ก่อนจะเจาะลึกในทุกๆ มุมของ Kaidee.com ขอบอกว่าทางทีมงาน Marketingoops ได้มีโอกาสไปเยี่ยมออฟฟิสของ Kaidee.com แบบ Exclusive สุดๆ ชนิดที่เรียกว่า ไม่เคยมีใครได้รู้ลึกขนาดนี้มาก่อน และนี่คือเรื่องที่ต้องเอามาขยายต่อเพื่อให้ทุกคนได้รู้จักกับ Kaidee.com มากขึ้น

Tiwa York_03

ทิวา ยอร์ค Head Coach แห่ง Kaidee.com

ขายของมือสอง เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

กับคำถามว่าทำไมต้องขายของมือสอง ทิวา บอกว่า ปรัชญาการทำงานที่นี่เชื่อว่า การขายของมือสอง ทำให้ชีวิตดีขึ้น เรียกว่า ขายของที่ไม่ใช้ ขายแล้วก็มีเงินมากขึ้น และขอบอกเลยว่า ทุกคน มีของไม่ใช้แล้วที่สามารถขายได้ ใครที่บอกว่า ไม่มี ขอให้กลับไปหาดู รับรองว่าต้องมีแน่นอน

“ผมเคยขายลำโพงที่พังแล้ว ก็บอกตรงๆ ว่าลำโพงพังแล้ว เสียงไม่ดัง กับ จักรยานแม่บ้านเก่าๆ คันหนึ่ง ปรากฎว่าใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก็ขายได้แล้ว คนซื้อมารับของถึงที่เลย ที่คือประสบการณ์ลองใช้บริการของตัวเอง ซึ่งพนักงานที่นี่ก็ต้องทำแบบเดียวกัน เพื่อเข้าใจลูกค้ามากขึ้น” ทิวา กล่าว

จากความเชื่อดังกล่าว ได้พัฒนามาเป็น Core Value และเป็น DNA ของ Kaidee.com ดังนี้

1 Live it คือ ทุกคนที่นี่ต้องเชื่อ และขายของที่ตัวเองไม่ใช้แล้ว ถ้าไม่เคยใช้จะชวนคนอื่นมาใช้งานได้อย่างไร วิธีที่ดีที่สุดในการเข้าใจลูกค้า คือต้องเป็นลูกค้าด้วยตัวเอง

2 Be open หมายถึงการเปิดกว้าง เปิดรับทุกสิ่ง ไม่มีการปิดบัง เพื่อพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดียิ่งขึ้น

3 Be fast ในการทำงานที่นี่ ถ้าคุณล้ม ต้องล้มให้เร็ว แล้วลุกให้ไว ถ้าคิดจะทำอะไรให้ทำทันที ผิดพลาดไม่เป็นไร คนที่ไม่เคยผิดพลาด คือคนที่ไม่ทำอะไรเลย เพราะความผิดพลาด จะสอนให้เรารู้จักความพยายามที่มากขึ้น

4 Be curious ตั้งคำถาม สงสัย และค้นหาสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ

5 Be innovative ไอเดียมาได้จากทุกคน จากทุกที่ จากทุกเวลา ที่ Kaidee.com ทุกคนแชร์ไอเดียกันได้หมด

6 Be empowered ทุกคนสามารถตัดสินใจได้ทันที ถ้าเห็นว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อทีม เพื่อบริษัท ไม่จำเป็นต้องรอคำสั่ง

7 Be humble ทุกคนมีความอ่อนน้อมและเท่าเทียมกัน กล้ารับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ

8 As a Team ที่ Kaidee.com ทำงานเป็นทีม ถ้าสิ่งที่ทำ ให้ผลที่ดี คือดีด้วยกัน ถ้าผิดพลาดนั่นคือ ต้องแก้ไขร่วมกัน

ทิวา บอกว่า Kaidee.com มองหาคนที่มี DNA แบบนี้เข้ามาทำงานด้วยกัน เพราะเชื่อว่า การมีทีมงานที่แข็งแกร่ง คือจุดเริ่มต้นของ สินค้าและบริการที่ดี นำไปสู่ Traffic หรือมีคนสนใจเข้ามาดู และพัฒนาจนกลายเป็น ลูกค้า ที่มาใช้บริการเราเป็นประจำ และในท้ายที่สุดนั่นคือ การสร้างรายได้ให้กับบริษัท

จากแนวคิดในการทำงานทั้ง 8 บอกให้รู้ว่า ถ้าอยู่ที่นี่ คุณต้องกล้าคิด กล้าทำสิ่งใหม่ๆ อาจจะผิดพลาด แต่ก็แค่ยอมรับ และลุกขึ้นแก้ไข โดยมีทีมงานทุกคนอยู่เคียงข้างช่วยเหลือกันตลอด นี่คือ Culture หรือวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดให้ทุกคนกล้าแสดงออก และนั่นทำให้ Kaidee.com เป็นหนึ่งในบริษัทดิจิทัลที่น่าทำงานด้วยมากที่สุดในประเทศไทย

_MG_0825

สื่อสารคุณค่าไปถึงผู้บริโภค กลยุทธ์ขายดีที่ Kaidee.com

ทิวา บอกเล่าถึงจุดเด่นที่แตกต่างว่า ขายดี เป็น Marketplace หรือจะบอกว่าเป็น Local Commerce ก็ได้ ที่นี่ยืนยันเสมอว่า อยากให้ผู้ซื้อผู้ขายเจอกัน นัดดูสินค้ากันในที่สาธารณะ ถ้าพึงพอใจค่อยจ่ายเงินรับสินค้า ไม่แนะนำให้ส่งของทางไปรษณีย์ หรือโอนเงินไปก่อน เพราะมีโอกาสผิดพลาดได้

และแน่นอนว่า แนะนำให้ขายของมือสอง ซึ่งเป็นของที่ไม่ใช้แล้วเท่านั้น เพราะคนซื้อรู้ว่า ถ้ามองหาของมือสองต้องมาที่ Kaidee.com แต่ถ้าต้องการสินค้าใหม่ มีเว็บ e-Commerce อีกหลายแห่งให้เลือกใช้บริการอยู่แล้ว และนั่นยิ่งทำให้ Kaidee.comมีความพิเศษและแตกต่างจากในตลาดชัดเจน

ทั้งนี้ การจะสื่อสารความเป็น Kaidee.com ไปถึงผู้บริโภคได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน มีทั้งการใช้สื่อ online และ offline เจาะตามพฤติกรรมของผู้บริโภค เช่น คนต่างจังหวัดนิยมดูทีวี การใช้สื่อ offline เช่น TVC จะเป็นการสร้าง Awareness ที่ดี ส่วนสื่อ online เช่น Social และ Search ก็เป็นหัวใจสำคัญ เพราะตรงกับกลุ่มเป้าหมาย และทั้งหมด ต้องสามารถวัดผลได้ เพื่อให้สามารถสื่อสารได้ตรงวัตถุประสงค์

สำหรับการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค เป็นอีกส่วนที่ช่วยให้ Kaidee.com พัฒนาบริการใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง

ส่วนหนึ่งคือการพัฒนา แอพพลิเคชั่น Kaidee.com จากเดิมที่มีเวอร์ชั่น Desktop เท่านั้น แอพฯ เข้ามาช่วยลดขั้นตอนการลงประกาศขายของให้ง่ายขึ้น ผู้บริโภคที่ต้องการประกาศ ขายของไม่ใช้แล้ว ใช้สมาร์ทโฟนเครื่องเดียวทำได้ตั้งแต่ต้นจนจบ และนั่นทำให้การออกแบบบริการของ Kaidee.com อยู่บนพื้นฐานของ แอพพลิเคชั่นเป็นหลัก จากนั้นค่อยพัฒนาบริการบน Desktop ต่อไป

_MG_0877

ลงทุน 4 ปี ถึงเวลาสร้างรายได้เป็นครั้งแรก

เป็นคำถามที่หลายคนถามมาตั้งแต่ก่อนจะมาเป็น Kaidee.com ว่า โมเดลการสร้างรายได้มาจากอะไร เพราะที่ Kaidee.com คนขายลงประกาศฟรี คนซื้อก็เข้ามาดูของและตัดสินใจฟรี ไม่มีการคิดค่าบริการ โดย 4 ปีที่ผ่านมาถือว่ายังอยู่ในช่วงของการลงทุนเพื่อสร้างและพัฒนาบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า แต่ในที่สุด ปีนี้จะเป็นปีแรกที่ Kaidee.com จะมีบริการลักษณะ Freemium model

บริการพิเศษนี้ เรียกว่า Bump เป็นการกดเพื่อ “เลื่อน” ประกาศขึ้นไปไว้ตำแหน่งด้านบนใหม่ จากปกติเมื่อมีการลงประกาศขาย ตัวประกาศจะหล่นลงไปเรื่อยๆ เมื่อมีประกาศใหม่เข้ามาแทนที่ นั่นทำให้โอกาสที่คนจะมองเห็นน้อยลง และยากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นหากกดบริการ Bump จะเป็นการยกประกาศขึ้นมาด้านบนใหม่อีกครั้ง

ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในการ Bump ทำได้โดยการส่ง SMS ไปที่ระบบ มีค่าบริการ 9 บาท 30 บาท และ 50 บาทต่อการเลื่อน 1 ครั้ง ขึ้นอยู่กับหมวดสินค้าที่ประกาศขาย โดยจะเลื่อนประกาศกี่ครั้งต่อวันก็ได้ ซึ่งหากคิดถึงความคุ้มค่า ถ้าเลื่อนประกาศ 9 บาท แล้วสามารถขายสินค้าได้ ก็ถือว่าคุ้มค่า ถือว่านี่คือ โมเดลการสร้างรายได้ที่เป็นรูปธรรมครั้งแรกของ Kaidee.com

kaidee

66 ล้านคน เป้าหมายที่ท้าทายของ Kaidee.com

การเดินเยี่ยมชมออฟฟิศของ Kaidee.com เป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมองค์กรได้อย่างชัดเจน ที่นี่มีบรรยากาศที่กระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ไม่อยู่ในกรอบเดิมๆ มีพื้นที่ทำงานที่ทำให้ไม่รู้สึกว่ากำลังอยู่ในออฟฟิศ มีส่วนสันทนาการ แลกเปลี่ยนความเห็น จึงไม่น่าแปลกใจที่ปัจจุบัน Kaidee.com จะพัฒนาบริการดีๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง และมีลูกค้าที่มาใช้บริการกว่า 2 ล้านคน และเชื่อว่าจะขยายเป็นอย่างน้อย 4 ล้านคนในปีหน้า

ดังนั้นเป้าหมายที่เป็นความท้าทายอย่างยิ่งของ ทิวา และทีมงานขายดี คือ ต้องเปลี่ยนทัศนคติของคนที่คิดว่า ไม่มีของมือสองมาขาย ให้เข้ามาใช้บริการในฐานะผู้ขายให้ได้ ซึ่งไม่ใช่แค่ 2 หรือ 4 ล้านคน แต่นั่นคือ 66 ล้านคนที่เหลือ คือเป้าหมายที่ท้าทายของ Kaidee.com

และการเพิ่มจำนวนก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย แต่ยังต้องเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นทุกวัน โดยใช้ Data หรือข้อมูลต่างๆ เพื่อทำให้ Kaidee.com เข้าใจลูกค้ามากขึ้น

_MG_0713

_MG_0677

เคล็ดลับขายของมือสองได้ดีที Kaidee.com

อีกเรื่องที่หลายคนอยากรู้ คือ จะประกาศยังไง ให้ของที่ไม่ใช้แล้ว ขายได้บน Kaidee.com และนี่คือ 3 เคล็ดลับง่ายๆ ที่ช่วยให้ขายดี

1 ราคา ต้องตั้งราคาให้เหมาะสม ถ้าไม่มีคนติดต่อมาภายใน 2-3 วัน แสดงว่าราคาไม่เหมาะสม อาจจะแพงไป หรืออาจจะถูกไป

2 รูปภาพ การมีรูปที่ชัดเจน รูปจริง และเปิดเผยทุกจุดของสินค้าอย่างจริงใจ ทำให้การตัดสินใจซื้อเกิดขึ้นได้เร็วขึ้น

3 ตั้งชื่อเรื่อง ให้ตรงประเด็น บอกไปเลยว่าจะขายอะไร คนซื้อที่กำลังหาอยู่ก็เจอได้ง่าย

ทิวา ในฐานะ Head Coach กล่าวว่า ยิ่งมีคนขายของที่ไม่ได้ใช้มากขึ้น และมีคนซื้อมากเท่าไร นั่นคือความสำเร็จของ Kaidee.comทุกการซื้อขายที่เกิดขึ้น เป็นพลังให้กับทีมงานทุกคน นั่นคือความสำเร็จที่เกิดขึ้นในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา

ถึงตรงนี้ คำถามที่ขอทิ้งท้ายไว้ให้ผู้อ่านทุกคน คือ คุณคิดว่าที่บ้านมีของที่ไม่ได้ใช้หรือไม่ (หาดูดีๆ มีแน่ๆ) ลองลงประกาศขายกับ Kaidee.com ไม่แน่ว่า ของที่ไม่ได้ใช้ อาจเปลี่ยนเป็นเงินสดก็ได้

_MG_0708

Copyright © MarketingOops.com

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops
เพิ่มเพื่อน

Contributor

User Name: Marketing Oops! Admin

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


9 + six =

Recent Posts

Facebook