ยุติประเด็น ภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก!! คนเงินน้อย ไม่ต้องทำอะไร … คนเงินมาก ควรมองหาช่องทางสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่า

  • 90
  •  
  •  
  •  
  •  

เป็นประเด็นที่สร้างความตกใจผสมตื่นกลัว ไม่ว่าจะคนเงินหนาหรือเงินน้อย กับประกาศกรมสรรพากรก่อนหน้านี้ที่ระบุให้ ผู้มีเงินฝากที่ต้องการได้รับสิทธิยกเว้น “ภาษีดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์” ต้องแจ้งความยินยอมให้ธนาคารเจ้าของบัญชีทุกธนาคารที่เปิดบัญชีอยู่ เพื่อให้ส่งข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ให้กรมสรรพากร  ซึ่งหากไม่มีการแสดงความยินยอม ไม่ว่าจะเงินฝากมากหรือน้อย ก็จะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% แม้จะได้รับดอกเบี้ยไม่ถึง 20,000 บาท

ความโกลาหลเกิดขึ้นเนื่องจากประกาศดังกล่าวกระทบกับเจ้าของบัญชีเงินฝากออมทรัพย์มากกว่า 83 ล้านบัญชี ซึ่งกว่า 90% มีดอกเบี้ยจากเงินฝากออมทรัพย์ไม่ถึง 20,000 บาท 

สรุปแนวทางปฏิบัติล่าสุดจากกรมสรรพากร     

กรมสรรพากรจับมือกับสมาคมธนาคารไทย ได้ออกมาชี้แจงข้อยุติหลังการหารือเมื่อวัน 25 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยระบุว่า แนวทางปฏิบัติต่อไปนี้คือ ธนาคารทุกแห่งจะส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรโดยอัตโนมัติ เพื่อให้กรมสรรพากรเป็นผู้รวบรวมจากธนาคารทุกแห่งว่าเจ้าของบัญชีฯ รายนั้นได้รับดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์จากทุกบัญชีธนาคาร รวมกันเกิน 20,000 บาทหรือไม่

ถ้ารวมกันทุกบัญชีธนาคารแล้วไม่เกิน 20,000 บาท เจ้าของบัญชีรายนั้นก็จะได้รับยกเว้นภาษีดอกเบี้ยฯ โดยปริยาย แต่ถ้ารวมกันแล้วเกิน 20,000 บาท กรมสรรพากรจะแจ้งกลับไปยังธนาคารที่บุคคลดังกล่าวเปิดบัญชีไว้ เพื่อให้ทุกธนาคารหักภาษีดอกเบี้ยเงินฝากฯ​ ณ​ ที่จ่าย 15% ของเจ้าของบัญชีรายนั้น

“แนวทางนี้จะทำให้ผู้ฝากเงินส่วนใหญ่ ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีดอกเบี้ยออมทรัพย์ฯ โดยไม่ต้องวุ่นวายอะไร” คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าว

สำหรับผู้ที่ประสงค์จะไม่ให้ธนาคารส่งข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝากฯ ให้กับกรมสรรพากร​ อธิบดีกรมสรรพากรย้ำว่า ในทางปฏิบัติแล้วเท่ากับว่า เป็นการแสดงความจำนงค์ที่จะไม่รับสิทธิยกเว้นภาษีดอกเบี้ยเงินฝากฯ 20,000  บาท โดยธนาคารที่เจ้าของบัญชีเปิดบัญชีอยู่จะทำการหักภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก 15% ตั้งแต่ดอกเบี้ยเงินฝากฯ บาทแรก ไม่ว่าเจ้าของบัญชีจะมีดอกเบี้ยเงินฝากทุกบัญชีรวมกันเกิน 20,000 หรือไม่ก็ตาม

ทั้งนี้ ผู้ที่มีความประสงค์ดังกล่าวต้องไปแจ้งต่อธนาคารที่ตนมีบัญชีทุกแห่งเพื่อไม่ให้นำส่งข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝากฯ สำหรับรอบนี้ ให้แจ้งภายในวันที่ 7-14 พ.ค. นี้ ซึ่งจะมีผลตั้งแต่รอบภาษีดอกเบี้ยจ่ายครึ่งปีแรกในเดือน มิ.ย. ทั้งนี้ การแจ้งความประสงค์ครั้งเดียวจะมีผลตลอดไป จนกว่าจะไปแจ้งเปลี่ยนแปลงกับธนาคาร

“ถึงจะแจ้งความประสงค์ดังกล่าวไปกับธนาคาร แต่สุดท้ายแล้ว กรมสรรพากรก็จะได้รับข้อมูลการหักภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก ณ ที่จ่าย 15% (ภ.ง.ด.2) จากธนาคารมาอยู่ดี” คุณพัดชา พงศ์กีรติยุต ที่ปรึกษาด้านประสิทธิภาพ กรมสรรพากร กล่าว

 สิ่งที่ต้องย้ำชัด ๆ อีกครั้ง คือ ตัวเลข 20,000 บาทนี้ คือจำนวนดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ที่ได้รับจากธนาคาร ไม่ใช่จำนวนเงินฝากในบัญชีที่บุคคลนั้นมีอยู่  และ ต้องเอาดอกเบี้ยจากทุกบัญชีเงินฝากที่บุคคลนั้นมีกับทุกธนาคารมารวมกัน อีกประเด็นสำคัญคือ ประกาศนี้เกี่ยวข้องเฉพาะบัญชีเงินฝากออมทรัพย์เท่านั้น ไม่รวมบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน หรือบัญชีเงินฝากประจำ ที่ปกติต้องโดนหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% จากดอกเบี้ยตั้งแต่บาทแรกอยู่แล้ว เว้นแต่จะเปิดเป็นบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี

ภาษีดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ไม่ใช่เรื่องใหม่!

คุณพัดชา ย้ำกว่า จริง ๆ แล้วการคิดอัตราภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก และการยกเว้นภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก 20,000 บาท ไม่ใช่เรื่องใหม่ ซึ่งมีการประกาศมาตั้งแต่ปี 2538 แต่เนื่องจากก่อนหน้านี้ กระบวนการจัดการข้อมูลจากธนาคารที่ส่งมายังกรมสรรพากร ยังคงใช้วิธีนำส่งเป็นกระดาษและส่งไปตามสรรพากรในแต่ละพื้นที่ ทำให้เจ้าของบัญชีสูญเสียประโยชน์จากการได้รับสิทธิ์การยกเว้นภาษีดอกเบี้ยฯ แต่กลับถูกธนาคารหัก​ ณ ที่จ่ายไว้ล่วงหน้า หรือสิทธิในการแจ้งต่อธนาคารผู้จ่ายดอกเบี้ยให้หักภาษีดอกเบี้ยฯ ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% เพื่อที่จะได้ไม่ต้องนำรายได้จากดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ มาคำนวณรวมกับรายได้ทั้งปีก้อนอื่น ๆ ซึ่งมักทำให้ต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงกว่า 15% (ตามอัตราก้าวหน้า)

มีเงินฝากออมทรัพย์ก้อนโต …ทำอย่างไรดี

โดยทั่วไป บัญชีเงินฝากออมทรัพย์จะมีการคิดดอกเบี้ยให้เจ้าของบัญชีทุกวัน แต่จะจ่ายดอกเบี้ยให้ผู้ฝากปีละ 2 ครั้ง คือ ในเดือน มิ.ย. และเดือน ธ.ค. ​ทั้งนี้ วิธีการคำนวณดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ค่อนข้างละเอียดจะเป็นตามภาพข้างล่างนี้

หากคำนวณอย่างคร่าว ๆ โดยไม่ได้คิดคำนวณเรื่องของจำนวนวันที่ฝากและดอกเบี้ยทบต้น บุคคลที่จะได้รับดอกเบี้ยเกิน 20,000 บาทขึ้นไป สำหรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์​ (บุคคลธรรมดา) ที่ 0.5% ต่อปี จะต้องมีเงินต้นประมาณ 4 ล้านบาท แต่ถ้าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากฯ เพิ่มขึ้นเป็น 1% เงินต้นที่จะทำให้เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝากฯ จะเริ่มต้นที่ 2 ล้านบาท (ทั้งนี้ ต้องเป็นเงินฝากที่ต้องนิ่ง ๆ เป็นระยะเวลาหนึ่ง ตามเงื่อนไขการคิดดอกเบี้ยของแต่ละธนาคาร)  

เครดิตภาพ : ธนาคารแห่งประเทศไมย

สำหรับคนที่ไม่อยากเสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก จริง ๆ แล้วก็ยังมีหลากหลายทางเลือกที่ทำได้ โดยที่ไม่ต้อง “ซิกแซก” หรือเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย แถมบางครั้งยังอาจได้ผลตอบแทนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากฯ ที่ 0.5% หรือ 1% เช่น การนำเงินต้นส่วนเกินไปเข้าบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี (มีเงื่อนไขที่ต้องทำตาม) หรือนำไปเงินไปเข้าบัญชีฝากเผื่อเรียกกับธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์​ (ธกส.) หรือแบ่งเงินบางส่วนไปซื้อสลากออมสิน หรือสลาก ธกส. เพราะไม่ต้องเสียภาษี แถมยังได้ลุ้นรางวัล นอกจากนี้ ยังอาจนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมบางประเภท รวมถึงกองทุนรวม RMF ซึ่งสามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้อีกด้วย เป็นต้น

แต่ถ้าใครจะถือโอกาสนี้ ศึกษาการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น แต่ก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อย่างหุ้นกู้ หรือหุ้น ก็ต้องถือได้ว่าเป็นจังหวะในการเริ่มต้นที่ดี!

 


  • 90
  •  
  •  
  •  
  •  
Tummy
Tummy
เมื่อไหร่ที่หยุดพัฒนาตัวเอง ถึงแม้เราไม่ได้ถอยหลัง แต่โลกก็จะทิ้งเราไว้ข้างหลังและหนีห่างออกไป จนวันหนึ่งเมื่อตื่นมา เราอาจรู้สึกแปลกแยก ... มาเปิดโลกทัศน์ แล้วสนุกกับทุกความเคลื่อนไหวในโลกใบนี้ไปพร้อมกันนะคะ