103.58.148.118

Mobile insight

Ξ Leave a comment

เจาะลึกโมบายเทรนด์ 2016 เผยวิธีสร้างกลยุทธ์การตลาดผ่านสมาร์ทโฟน จากงาน Mobile First, Win First โดย SHOPPENING

posted by  8,190 views

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่ NE8T ราชเทวี SHOPPENING: Mobile app creator จัดงาน MOBILE FIRST, WIN FIRST “พกธุรกิจติดกระเป๋า เข้าใจลูกค้าด้วยการตลาด ผ่าน Mobile Application” เพื่อให้ความรู้ทางด้านการตลาดผ่านโมบายแอปพลิเคชั่นแก่องค์กร ธุรกิจต่างๆ และผู้ประกอบการ ให้เห็นภาพรวมเพื่อเตรียมรับความเปลี่ยนแปลงของโมบายเทรนด์ในปี 2016 การทำการตลาดแบบครบวงจรผ่านโมบายแอปพลิเคชั่น ตลอดจนตีแผ่กลยุทธ์ และ กรณีศึกษาต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนให้ทุกธุรกิจปรับตัวให้สอดคล้องกับการแข่งขันที่เปลี่ยนไปได้ จากผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการตลาดผ่านโมบายและโมบายแอปพลิเคชั่น

คุณธนพงศ์พรรณ ธัญญรัตตกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทู ทรี เปอร์สเปกทีฟ ชี้ให้เห็นเตรียมตัวรับกับความเปลี่ยนแปลงในด้านโมบายเทรนด์ในปี 2016 โดยกล่าวถึงความสำคัญของโมบายเทคโนโลยี เริ่มจากแสดงตัวเลขใช้อินเตอร์เน็ตทั้งโลกที่มีถึง 3 พันล้านคน อยู่ในไทย 35 ล้านคนในจำนวนนี้มีผู้ใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนเป็นจำนวนมาก สอดคล้องกับสถิติการเติบโตของจำนวนสมาร์ทโฟนในไทยที่มีถึง 37 ล้านคน ลูกค้าในกลุ่มนี้เป็นกลุ่มสำคัญที่เป็นตัวขับเคลื่อนรายได้ของบริษัทผู้ให้บริการขนาดใหญ่ เช่น Facebook มีสัดส่วนรายได้บนมือถือเกินครึ่งของรายได้รวมทั้งหมดตั้งแต่ปี 2014 นอกจากนั้นยังมีเทรนด์อื่นๆที่สนับสนุนการเติบโตของ Mobile เช่น Mobile ad, Mobile payment ที่เติบโตเป็นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ในขณะเดียวกันผู้ใช้อินเตอร์เน็ตผ่าน Mobile มีการใช้งานกว่า 80% จาก Mobile App และอีก 20% มาจาก Mobile Browser ซึ่งทำให้ Mobile App ได้มีอิทธิพลมากในการ Engage ของลูกค้ากับแบรนด์หรือธุรกิจต่างๆ โดยเทรนด์ที่สำคัญต่อจากนี้คือ Mobile 3.0 คือ ยุคของการบริการผ่านมือถือ ที่นำเอาความสามารถเฉพาะของสมาร์ทโฟน เช่น การหา location ของผู้ใช้ พฤติกรรมของผู้ใช้ และอื่นๆมาวิเคราะห์เพื่อให้เกิดการให้บริการใหม่ๆที่ตรงใจผู้ใช้งาน ทำให้สมาร์ทโฟนเข้ามามีสัดส่วนการซื้อขายมากขึ้นเมื่อเทียบกับการซื้อขายแบบดั้งเดิม ทั้งหมดจะเห็นได้ว่า Mobile เป็น Trend เทคโนโลยีที่เติบโตเรื่อยๆ ซึ่งจากข้อมูลเหล่านี้ภาคธุรกิจจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนตามจากพฤติกรรมที่ผู้บริโภคเปลี่ยนไป

คุณนิพนธ์ แสงธีระพานิชย์ MD บริษัท Digital Groove จำกัด ได้ให้ข้อคิดเรื่องกลยุทธ์ทำตลาดผ่านโมบายแอปว่าโมบายแอปมี Customer experience ที่ดีกว่า Responsive Web ดังนั้นการตัดสินใจทำโมบายแอปจึงเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับการสร้างประสบการบนมือถือซึ่งต้องออกแบบประสบการณ์การใช้งาน (Design Customer experience) นอกจากนั้นกลยุทธ์ที่ดียังต้องมีวัตถุประสงค์ของแอปพลิเคชั่น กลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน จัดประเภทของแอปพลิเคชั่นให้ชัด มีการประยุกต์เรื่อง O2O(Online to Offline) Leverage ช่องทาง Offline และ Online เข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มยอดขายและการซื้อที่หน้าร้านสาขาเพราะลูกค้าในยุดใหม่หาข้อมูลออนไลน์ก่อนการซื้อที่หน้าร้าน (Showrooming หรือ Research online Purchase offline) หรือแม้กระทั้งการสร้าง Omni channel เป็นประสบการณ์การช้อปปิ้งอย่างไร้รอยต่อ(Seamless shopping experience) ให้กับลูกค้าด้วยช่องทางที่หลากหลายทุกช่องทางที่ร้านค้ามีอยู่ และเรื่องของ In-destination experience ซึ่งเป็นความสามารถเฉพาะของมือถือที่สามารถระบุตำแหน่งในการใช้งานเพื่อให้ข้อมูลกับลูกค้าได้สอดคล้องกับสถานที่หรือตำแหน่งที่ลูกค้าอยู่โดยใช้เทคโนโลยี iBeacon และGPS

Mobile-first-2

คุณเวทสุธี เหล่าตระกูล จาก SHOPPENING MOBILE APP CREATOR แชร์ประสบการณ์การสร้างแอปให้น่าสนใจต้องเริ่มจากต้องคำนึงถึงแอปพลิเคชั่นให้แอปเป็นส่วนสำคัญที่ลูกค้าขาดไม่ได้ ต้องตอบคำถาม 3 ข้อให้ได้ คือ ใครจะเป็นคนใช้แอป ลูกค้าจะเข้ามาทำอะไรในแอปตั้งแต่เริ่มเข้ามา จนจบลูป และ สุดท้าย แอปช่วยให้บริการดีขึ้นอย่างไร ช่วยส่งเสริมการขายหรือแก้ปัญหาลูกค้าอย่างไร มีการแนะนำว่าการจะเพิ่ม Engagement กับลูกค้าได้อย่างไร โดยการส่ง Notification เป็นหัวใจสำคัญของการทำ Engagement ทั้งการส่งในรูปแบบของ Broadcast ให้ผู้ใช้ทุกคน , Narrowcast การส่งเฉพาะกลุ่มเป้าหมายตามข้อมูลที่มีอยู่ และ 1:1 cast หรือการส่ง Message แบบ Individual ต่อจากนั้นคุณธารารัตน์ ดิลกสวัสดิกูล จาก SHOPPENING MOBILE เสริมตัวอย่างการประยุกต์ใช้ Live chat เพื่อช่วยการทำ Customer service หรือสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการช่วยขาย และใช้ Rich message (การส่งข้อมูลที่ลูกค้าต้องการในรูปแบบต่างๆ อาทิ รูป วิดีโอ แผนที่ และอื่นๆ) ช่วยในการขาย โดยคุณธารารัตน์ ยังแนะนำให้ใช้ฟีเจอร์ Location เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกกับสถานที่ การให้ข้อมูลสาขาหรือนำทางไปสู่สาขาผ่านโมบายแอป หรือการแสดงสิทธิพิเศษที่อยู่ใกล้ผู้ใช้ การทำ Based App Shortcut (การแสดงไอคอนบน Lock screen เมื่อเข้าสู่ใกล้ร้านค้า) และที่ขาดไม่ได้คือการทำ Mobile Loyalty หรือการที่จะมี Feature ที่สนับสนุนการใช้สิทธิพิเศษกับลูกค้า Mobile campaign ต่างๆเช่น M-coupon, M-stamp card

ความสำคัญของหน้าตาและเนื้อหาโดยมีหลักการ คือ 1) Digestibility (ต้องสามารถเข้าใจได้ง่าย) มีการแนะนำการใช้งาน เช่น Quick start guide คอยช่วยเหลือผู้ใช้งาน 2) Clarity ชัดเจนทั้งคอนเซปและเนื้อหา 3) Familiarity มีความคุ้นเคยกับการใช้งาน และ ทดสอบแอปด้วยเทคนิคต่างๆ เช่นการ Preview จริง

หลังการสร้างแอปเสร็จแล้วเรื่องโปรโมทแอป และวิเคราะห์ผลการใช้งานแอปก็เป็นเรื่องสำคัญ ต้องมีการทำ ASO (App Store Optimization) เพื่อโปรโมทแอปใน Google play และ App Store ซึ่งคุณธารารัตน์แนะนำจากประสบการณ์ว่า การซื้อ Google Ad Words หรือ Facebook Ads ก็เป็นวิธีการที่น่าพิจารณา แต่ต้องไม่ลืมใช้ประโยชน์การสื่อของตัวเองที่มีอยู่เช่น เช่น การทำป้ายที่ร้าน ทำ Banner บนเว็บไซต์ของตัวเอง ทำแคมเปญส่วนลด หรือการทำ email marketing ต่างๆ พร้อมนำสถิติการใช้งานที่ได้มากวัดผล ใช้เครื่องมือเก็บการใช้งานต่างๆเช่น Google Analytic หรือเครื่องมืออื่นๆ

คุณเวทสุธี ได้แนะนำการพัฒนาแอปว่านอกจากการเริ่มพัฒนา ลองผิดลองถูกด้วยตัวเองแล้วยังมีเครื่องมือการสร้างแอปเช่น SHOPPENING.com ซึ่งเป็น Mobile App creator พร้อมที่จะให้บริการด้วยกลยุทธ์ของแอปที่เข้าใจธุรกิจ และความหลากหลายของการทำธุรกิจ ด้วยทีมงานพัฒนาแอปมืออาชีพ โดยมีเครื่องมือที่ใช้งานง่าย มีฟีเจอร์ให้เลือกหลากหลาย รวมถึงเครื่องมือในการโปรโมทผ่าน Push Notification และ Live chat พร้อมทั้งเครื่องมือในการวัดผลดูสถิติการใช้งาน และสามารถทดสอบการให้บริการผ่านแอปพลิเคชั่น SHOPPENING เพื่อลองใช้ก่อนนำแอปเปิดให้บริการจริง โดยถ้าเป็นธุรกิจขนาดกลางและเล็กสามารถใช้ฟีเจอร์มาตรฐานของ SHOPPENING สร้างแอปที่ประโยชน์ต่อธุรกิจ และยังคุ้มค่า คุ้มราคา ในขณะที่ธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีความต้องการเฉพาะสามารถ Customize Feature เพิ่มเติมหรือเชื่อมต่อระบบอื่นๆได้

ปิดท้ายด้วย คุณทรงพล ยิ่งสุวรรณโชติ จาก บริษัท Digital Groove จำกัด ได้ยกโมบายแคมเปญที่ประสบความสำเร็จรับรางวัลจากงาน Cannes Lions ได้แก่ปี 2013 Info (Smart public affairs :TXTBKS) ,ปี 2014 integrated (NIVEA’s protection) และปี 2015 interactive (Google’s cardboard) มาและได้ให้เทคนิค 3 Tricks – FEEL, NEW, NEXT คือ 1) FEEL ผู้ใช้จะจำความรู้สึกในการใช้งานได้เพียงอย่างเดียว (Single experience) 2) NEW Technology ต้องพิจารณาความเข้ากับธุรกิจและแบรนด์ในการเลือกใช้เทคโนโลยี แต่ที่สำคัญอยู่ที่การนำเสนอ และ 3) NEXT คือการต่อยอดจาก version ที่ทำอยู่อย่างไร ให้มีความต่อเนื่อง และ ทำให้คนสนใจสามารถตอบโจทย์กลุ่มคนกลุ่มใหม่ๆ ได้ และอย่าลืมต้องมีการโปรโมทแอปด้วยเพราะแอปในสโตร์มีมากและเพิ่มขึ้นทุกๆวัน ไม่อย่างนั้นแอปเราจะไม่มีคนดาวน์โหลด

Mobile-first-3

เกี่ยวกับ ช้อปเพนนิ่ง (SHOPPENING.com)

SHOPPENING: Mobile App Creator เครื่องมือในการสร้างแอปพลิเคชั่นสำเร็จรูป ที่ใช้งานง่าย สะดวก มีฟีเจอร์ให้เลือกหลากหลาย พร้อมที่จะให้บริการด้วยกลยุทธ์ของแอปที่เข้าใจธุรกิจ SHOPPENING มีเครื่องมือที่ช่วยในการเข้าถึงลูกค้าได้ผ่าน Push Notification และ Live chat พร้อมทั้งเครื่องมือในการวัดผล ดูสถิติการใช้งาน SHOPPENING พร้อมบริการด้วยทีมงาน Mobile specialist มืออาชีพที่จะคอยช่วยเหลือธุรกิจของคุณ รวมถึงให้คำปรึกษา แนะนำ และ วางแผนการตลาด อย่างครบวงจร

 

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops
เพิ่มเพื่อน

Contributor

User Name: Marketing Oops!

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


five + = 12

Recent Posts

Facebook

PR News