พาไปดู Creative Hub แห่งใหม่ของ WPP ในกรุงมิลาน คลังการเรียนรู้ขนาดใหญ่เท่า 4 สนามฟุตบอล!

  • 40
  •  
  •  
  •  
  •  

 

WPP บริษัทข้ามชาติด้านการสื่อสารสัญชาติอังกฤษ และเป็นหนึ่งในบริษัทโฆษณารายใหญ่ของโลก มีมูฟเมนต์ใหม่ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเปิดตัว Campus แห่งใหม่ขึ้นในกรุงมิลาน ประเทศอิตาลี หรือจะเรียกว่าเป็นศูนย์กลางความสร้างสรรค์ (Creative Hub) คลังการเรียนรู้เพื่อให้เกิดความสร้างสรรค์ และเกิดแรงบันดาลใจใหม่

ในระหว่างการเปิดตัว Campus เมื่อสัปดาห์ก่อน Mark Read CEO, WPP ได้กล่าวว่า Campus แห่งใหม่นี้จัดตั้งบนพื้นที่ทั้งหมด 27,000 ตารางเมตร ให้เห็นภาพกันชัดๆ ก็ขนาดพื้นที่ประมาณ 4 สนามฟุตบอลรวมกัน และมีความสูงกว่าตึก Torre Velasca 1.4 เท่า ซึ่งพื้นที่ของ Campus แห่งนี้ถือว่าเป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของกรุงมิลาน ที่เราเข้าไปปรับปรุงขึ้นมาใหม่”

ที่น่าสนใจกว่าเกี่ยวกับ Campus แห่งนี้ก็คือ เอเจนซี่กว่า 35 แห่ง (พนักงานทั้งหมดประมาณ 2,000 คน) จะมาเข้ามาทำงานร่วมกันใน Campus แห่งนี้ หมายความว่า วัฒนธรรมการทำงานของเอเจนซี่ WPP ทั้งหมดที่นี่จะปรับเปลี่ยนไป มีการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้กัน ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมทางความคิดบางอย่างระหว่างกันได้

ส่วนหนึ่งก็เพราะว่า WPP ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เพื่อประโยชน์ละความพึงพอใจของลูกค้าให้มากที่สุด คงคล้ายๆ กับสำนวนไทยที่ว่า “หลายหัวดีกว่าหัวเดียว” นั่นแหละ เพราะอย่างน้อยการแลกเปลี่ยนมุมมองกัน หากยิ่งมากคนก็จะยิ่งมากไอเดีย อีกทั้งอาจจะจุดประกาย inspiration ใหม่ๆ ระหว่างการทำงานขึ้นด้วย

มีคำพูดหนึ่งของ Mark Read ที่พูดว่า WPP มิลาน ดีไซน์ขึ้นมาจากการรับฟังพนักงาน WPP โดยเฉพาะว่าพวกเขาต้องการทำงานแบบไหนในอนาคต วัฒนธรรมการทำงาน หรือบรรยากาศในการทำงานอยากให้เป็นอย่างไร ที่สำคัญสถานที่ทำงานควรต้องสร้างแรงบันดาลให้กับผู้ทำงานได้ด้วย พร้อมเครื่องมือเทคโนโลยีที่ครบครัน ภายใต้บรรยากาศด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นไปตามมาตรฐาน”

 

 

WPP มิลานกับเป้าหมาย Net Zero ในปี 2025

สำหรับเป้าหมาย Net Zero คงตรงกับ mission ของทุกธุรกิจในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจ งานบริการ หรือแม้กระทั่งอาคารสำนักงาน หรือที่พักอาศัยก็ตาม ที่ต้องไม่ปล่อยมลพิษใดๆ ออกมา

เป้าหมายโดยรวมของ WPP มิลานก็คือ ดำเนินการภายในปี 2025 กับความร่วมมือกับบริษัทท้องถิ่น 967arch โดยหลักๆ ก็คือ จะก่อสร้าง/ปรับปรุงจากอาคารเดิมที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้นอย่างไร โดยที่ไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนตลอดอายุการใช้งาน Campus แห่งนี้

นอกจากนี้ WPP มิลาน จะต้องปลอดพลาสติก (plastic free) และใช้กระดาษให้น้อยที่สุด และทั้งศูนย์กลางจะต้องใช้ไฟ LED ที่ใช้พลังงานหมุนเวียนทั้งหมด 100% เท่านั้น ซึ่งในส่วนของการวิจัยในด้านต่างๆ The European House – Ambrosetti จะรับหน้าที่เป็นผู้ดูแลเรื่องนี้ให้กับ WPP มิลาน โดยเป้าหมายก็คือ Milan Campus จะต้องประหยัดพลังงานได้ 12,000 เมกะวัตต์ชั่วโมง, ลดคาร์บอนไดออกไซด์ 6,900 ตัน, ประหยัดน้ำ 13 ล้านลิตรต่อปี และ ต้องลดขยะได้ 15 ตันต่อปี

 

 

 

4 ด้านที่ WPP Campus สร้างผลกระทบ(เชิงบวก) ต่อมิลาน

ทั้ง 4 ด้านที่สรุปมานี้ เป็นการประเมินผลกระทบเชิงบวกที่เกิดขึ้นต่อกรุงมิลาน จากการวิจัยของ The European House – Ambrosetti ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางที่สร้างผลประโยชน์ให้กับกรุงมิลานได้ หรืออาจทั้งประเทศอิตาลีในอนาคต

 

  • ECONOMIC CAPITAL (ทุนด้านเศรษฐกิจ)

WPP Campus สามารถเรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ใหม่สำหรับมิลาน ซึ่งในอนาคตจะเป็นหนึ่งในแม็กเน็ตดึงดูดผลกระทบทางเศรษฐกิจได้ในระดับประเทศ

 

  • ENVIRONMENTAL CAPITAL (ทุนด้านสิ่งแวดล้อม)

แน่นอนว่าอย่างที่เล่าไปว่า WPP มิลาน มีเป้าหมายเกี่ยวกับ Net Zero คือ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทุกด้านให้เป็น 0 ดังนั้น ระบบนิเวศภายใน Campus แห่งนี้ รวมไปถึงพื้นที่โดยรอบจะสร้างประโยชน์ และคุณค่ามากขึ้นให้กับกรุงมิลาน

 

  • SOCIAL AND CULTURAL CAPITAL (ทุนด้านสังคมและวัฒนธรรม)

ด้วยการออกแบบพื้นที่ และศูนย์กลางที่ต่อยอดจากสิ่งก่อสร้างเดิม และทำให้มันดีขึ้นกว่าเดิม ถือว่าเป็นการส่งเสริมคุณค่าทางสถาปัตยกรรมอย่างหนึ่งของกรุงมิลาน รวมทั้งคุณค่าเชิงประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ วิสัยทัศน์ของ WPP ที่ให้ความสำคัญกับกลุ่มคนทำงานที่เป็น ‘ผู้หญิง’ ที่มีความสามารถในทุกระดับ โดยเฉพาะในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง เช่น 6 ใน 10 ของพนักงานเป็นผู้หญิง

ดังนั้น ปัญหาความเท่าเทียมในกรุงมิลานจะได้รับการแก้ไข หรืออย่างน้อยๆ โมเดลการทำงานของ WPP Campus ก็เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับองค์กรทำงานอื่นได้ต่อไป

 

  • COGNITIVE CAPITAL (ทุนด้านปัญญา/ความรู้)

วาดภาพให้เห็นชัดๆ เกี่ยวกับ WPP มิลาน คงคล้ายๆ กับ Silicon Valley ขนาดย่อมภายใต้องค์กรของ WPP รายเดียว แต่ความเหมือนก็คือ แรงในการดึงดูดบุคลากรหัวกะทิเข้ามาทำงานที่นี่ ซึ่ง Campus นี้มองว่าน่าจะเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางอีกแห่งหนึ่งของคนที่มีความสามารถมารวมตัวกัน

 

 

เรียกได้ว่าเป็นช่วงการขยับตัวที่สร้างแรงกระเพื่อมได้ดีของ WPP ในยุคที่เต็มไปด้วยวิกฤต COVID-19 เพราะโมเดล Campus ในมิลานแห่งนี้ น่าจะดึงดูดสายตาจากหลายๆ องค์กรได้ดี ด้วยการการันตีคุณภาพและประสิทธิภาพของผลงานที่จะมากขึ้นแน่นอน จากการรวมหัวกะทิเฉพาะทางสายงานโฆษณาไว้ที่เดียวกัน

 

 

ข้อมูลโดย WPP


  • 40
  •  
  •  
  •  
  •  
prakai
'ชีวิต' ต้องมีสีสันหลากหลาย เหมือนกับความรู้ที่มีหลายมิติ ทั้งไลฟ์สไตล์, การตลาด, ดิจิทัล, ประเพณี-วัฒนธรรม