‘คอนเทนต์เต็มฟีด จะทำอย่างไรให้คนหยุดดู?’ เปิด 3 เทรนด์ปี 2027 พร้อมเฟรมเวิร์กวางแผนคอนเทนต์ ให้เรื่องที่แบรนด์อยากเล่าตรงกับสิ่งที่คนดูสนใจ


3 เทรนด์คอนเทนต์ปี 2027 พร้อม Define–Direct–Decide เฟรมเวิร์กวางแผนคอนเทนต์ร่วมกับ AI

ทุกวันนี้ใครก็เป็นครีเอเตอร์ได้ ตั้งแต่คนทั่วไป เจ้าของธุรกิจ ไปจนถึงแบรนด์ที่ลุกขึ้นมาสร้างช่องของตัวเอง ยิ่งยุคนี้มี AI ช่วยคิดออกแบบตั้งแต่ต้นจนจบ การสร้างคอนเทนต์สักชิ้นยิ่งทำได้ง่ายขึ้น และผลิตออกมาได้เร็วกว่าเดิม


Key Takeaway

  • AI ช่วยลดเวลาในการผลิตคอนเทนต์ ทำให้บทบาทของคนขยับมาสู่การกำหนดทิศทางและคุณภาพของงานมากขึ้น
  • Super Authentic, The Original และ Brand as Creator คือ 3 ทิศทางที่ช่วยให้แบรนด์สร้างคอนเทนต์ที่มีตัวตนและมีเหตุผลให้คนติดตาม
  • Taste, Judgement, Cultural Fluency และ Audience Understanding คือ 4 ทักษะสำคัญในการกำกับงานที่ทำร่วมกับ AI
  • Define–Direct–Decide ช่วยให้ทีมเริ่มจากความต้องการของคนดู กำกับวิธีเล่า และเลือกงานที่มีคุณค่าพอก่อนเผยแพร่

ในฝั่งผู้บริโภค สิ่งที่เกิดขึ้นคือฟีดที่เต็มไปด้วยคอนเทนต์จากทุกทิศทาง แต่ละชิ้นต่างต้องการเวลาจากคนดู แบรนด์จึงต้องตอบคำถามให้ได้ว่า คอนเทนต์ที่กำลังจะปล่อยมีเหตุผลอะไรให้หยุดดูท่ามกลางตัวเลือกมากมาย

เซสชัน MARKETING TRENDS 2026–2027: CONTENT & COMMUNICATION กงาน Marketing Conference 2026 โดย ขจร เจียรนัยพานิชย์ จาก RAiNMaker และภัคพล ตั้งตงฉิน จาก Canva ที่จะชวนมาพูดคุย พร้อมมองถึงทิศทางของคอนเทนต์และการสื่อสารในปี 2027 ที่บทบาทของมนุษย์คือการกำหนดคุณภาพ และ AI เข้ามาอยู่ในกระบวนการทำงานแล้วอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

วันนี้ AI ขาดไม่ได้ในการทำงาน แต่คนดูยังให้คุณค่ากับ Human Touch

 

รายงาน The State of Marketing and AI 2026 ของ Canva สำรวจองค์กรขนาดใหญ่ในหลากหลายพื้นที่พบอินไซต์น่าสนใจหลายอย่าง 

– AI อยู่ในงานประจำวันของทีมการตลาดแล้ว 97% โดยใช้ AI ในงานสร้างสรรค์ประจำวัน และ 39% มอง AI เป็นผู้ร่วมงานคนหนึ่ง

– 89% ระบุว่าประหยัดเวลาได้อย่างน้อย 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ขณะที่ 25% ประหยัดได้ตั้งแต่ 8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เทียบเท่าหนึ่งวันทำงาน

– 68% ของผู้บริโภครู้สึกโอเคที่แบรนด์ใช้ AI ในการทำงาน แต่ 78% ยังชอบคอนเทนต์ หรือการสื่อสารจากมนุษย์มากกว่า แม้ AI จะทำผลงานได้ดีกว่าก็ตาม

– 87% เห็นว่าโฆษณาที่ดีที่สุดยังต้องมี Human Touch และ 74% ระบุว่ามีแนวโน้มซื้อจากโฆษณาที่มนุษย์สร้างทั้งหมดมากกว่า 

ทำให้เห็นว่า แม้วันนี้แบรนด์จะสามารถสร้างคอนเทนต์เพื่อสื่อสารกับผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น แต่การใช้ AI สร้างงานจำนวนมากอย่างสะเปะสะปะไม่มีมนุษย์เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องเลย คอนเทนต์เหล่านั้นก็อาจกลายเป็น AI Slop ที่ผู้บริโภคปัดทิ้ง

สำหรับการเติม Human Touch จริงๆ แล้วสามารถเริ่มได้จากสิ่งที่ใกล้ตัว เช่น ประสบการณ์ คำถามจากลูกค้าจริง มุมมองต่อปัญหาที่แบรนด์เชี่ยวชาญ และการเลือกภาษาให้เข้ากับคนดู ซึ่งจะช่วยกำหนดเนื้อหาก่อนส่งต่อให้ AI ช่วยในขั้นตอนการผลิต

 

3 เทรนด์การสื่อสารปี 2027 ที่แบรนด์ควรนำมาปรับใช้

 

1. Super Authentic  สื่อสารตรงไปตรงมา และจริงใจ

 

ลองทบทวนบรีฟว่ากำหนดทุกประโยคจนไม่เหลือที่ให้เสียงของคนเล่าหรือเปล่า สิ่งที่แบรนด์ควรกำหนดให้ชัดคือข้อมูลสำคัญ เป้าหมายการสื่อสาร และขอบเขตของเรื่อง ส่วนวิธีการเล่าให้ปล่อยเป็นหน้าที่ของคนเล่า 

 

2. The Original เล่าเบื้องหลังให้คนเห็นที่มาและวิธีคิด

 

สินค้าและบริการทุกชิ้นมีเรื่องราวอยู่เบื้องหลัง สามารถหยิบกระบวนการเหล่านี้มาเล่าให้คนเห็นว่า สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเกิดขึ้นมาอย่างไร และให้ความสำคัญกับอะไร ทำให้คนดูได้ทั้งเบื้องหลังของแบรนด์และความรู้ที่นำไปใช้ต่อได้

 

3. Brand as Creator ทำช่องของแบรนด์ให้มีเหตุผลที่คนอยากติดตาม

 

เริ่มจากการตอบให้ได้ว่า คนจะติดตามช่องของแบรนด์เพื่ออะไร แล้วหาจุดร่วมระหว่างสิ่งที่แบรนด์เชี่ยวชาญกับเรื่องที่คนดูสนใจ เพื่อนำมาพัฒนาเป็นคอนเทนต์ที่ทำต่อเนื่องได้ เมื่อช่องมีเรื่องที่คนดูรู้ว่าจะเข้ามาหาคำตอบอะไรได้ ก็ช่วยสร้างเหตุผลให้กลับมาติดตามแบรนด์ต่อในระยะยาว

 

4 อย่างที่ AI ทำไม่ได้

 

– Taste (รสนิยม) เลือกภาพ ภาษา และวิธีเล่าที่เข้ากับบุคลิกของแบรนด์ พร้อมอธิบายได้ว่าตัวเลือกนั้นเหมาะกับงานอย่างไร

– Judgement (การตัดสินใจ) ประเมินความถูกต้อง ความสำคัญ และความเหมาะสมของสิ่งที่จะเผยแพร่ รวมถึงเลือกว่าส่วนไหนควรตัดหรือพัฒนาต่อ

– Cultural Fluency (ความเข้าใจบริบททางวัฒนธรรม) เข้าใจภาษา อารมณ์ขัน และความหมายที่คนแต่ละกลุ่มเชื่อมโยงกับเรื่องเดียวกัน เพื่อสื่อสารให้เหมาะกับผู้ชมและจังหวะเวลา

– Audience Understanding (ความเข้าใจผู้ชม) รู้ว่าคนดูกำลังเจอปัญหาอะไร สนใจเรื่องอะไร และต้องการคำตอบละเอียดระดับไหน โดยอาศัยข้อมูลและการรับฟังจากผู้ชมจริง

 

Define–Direct–Decide 3 ขั้นตอนทำคอนเทนต์ร่วมกับ AI

 

1. Define กำหนดให้ชัดว่าทำเพื่อใคร และคนดูจะได้อะไร

 

ก่อนให้ AI ช่วยคิดหรือผลิต ควรตอบให้ครบว่า คอนเทนต์นี้ทำให้ใคร กลุ่มนั้นกำลังเจอสถานการณ์อะไร แบรนด์มีข้อมูลหรือประสบการณ์อะไรที่จะช่วยได้ และอยากให้ผู้ชมทำอะไรหลังดูจบ 

 

2. Direct กำกับการเล่าให้ตรงกับโจทย์และบุคลิกของแบรนด์

 

เมื่อได้ทิศทางแล้ว คนทำคอนเทนต์ต้องกำหนดวิธีเล่าให้ชัด ทั้งน้ำเสียง ข้อมูลที่ใช้ ตัวอย่างที่ช่วยให้เข้าใจ และรูปแบบที่เหมาะกับเรื่อง จุดนี้ AI จะช่วยร่างโครงเรื่อง เสนอประโยคเปิด หรือปรับเนื้อหาเป็นหลายฟอร์แมต โดยตรวจระหว่างทางว่างานยังตอบโจทย์ที่วางไว้ครบหรือเปล่า

 

3. Decide เลือกงานที่มีคุณค่าพอจะส่งต่อให้ผู้ชม

 

เมื่อมีหลายร่างให้เลือก ควรกลับไปใช้โจทย์จาก Define เป็นเกณฑ์ โดยตรวจให้ครบทั้ง ความถูกต้อง ประโยชน์ต่อผู้ชม ความเป็นตัวของแบรนด์ และความเหมาะสมกับบริบท เช่น ข้อมูลมีที่มาตรวจสอบได้ และภาพกับภาษาสื่อความหมายตรงตามที่ตั้งใจ

การวางแผนคอนเทนต์ปี 2027 ต้องไม่ลืมที่จะให้เวลากับการทำความเข้าใจคนดูด้วย เพื่อให้ทุกชิ้นที่เผยแพร่มีประโยชน์ ความสนุก หรือมุมมองบางอย่างที่คุ้มกับเวลาที่ผู้ชมเลือกให้แบรนด์


FAQ

 

Q: เทรนด์คอนเทนต์ปี 2027 มีอะไรบ้าง?

A: 3 เทรนด์สำคัญ ได้แก่ Super Authentic, The Original และ Brand as Creator ซึ่งให้ความสำคัญกับความจริงใจ เรื่องราวเฉพาะของแบรนด์ และเหตุผลที่ทำให้คนอยากติดตาม

 

Q: Define–Direct–Decide คืออะไร?

A: เป็นเฟรมเวิร์ก 3 ขั้นตอนสำหรับทำคอนเทนต์ร่วมกับ AI ตั้งแต่กำหนดผู้ชมและคุณค่าที่จะมอบ กำกับวิธีเล่า ไปจนถึงตัดสินใจเลือกงานก่อนเผยแพร่

 

Q: AI มีบทบาทอย่างไรกับการทำคอนเทนต์ปี 2027?

A: AI ช่วยงานด้านการคิด ร่าง และผลิตได้เร็วขึ้น ส่วนมนุษย์มีบทบาทสำคัญในการกำหนดโจทย์ เลือกมุมมอง ตรวจคุณภาพ และทำความเข้าใจผู้ชม