103.58.148.118

Industry Insight

Ξ Leave a comment

ทำไมอนาคตของอุตสาหกรรมเพลงจึงตกอยู่ในมือ “บล็อกเชน” ?

posted by  5,109 views

อุตสาหกรรมเพลงใกล้ถึงจุดระเบิดเต็มที่แล้วหรือยัง?

เพราะความสามารถของเทคโนโลยีอย่าง “บล็อกเชน” (Blockchain) อาจไม่ทำให้ศิลปินเพลงผิดหวัง เมื่อบล็อกเชนจะเป็นแหล่งทำรายได้ใหม่ให้กับศิลปิน ทีนี้นักดนตรีสามารถฝังเพลงของตัวเองได้ในบล็อกเชนตรงๆได้เลยและได้เงินทันทีที่มีคนเลือกซื้อเสียที

 

ว่าแต่บล็อกเชนคืออะไรล่ะ?

บล็อกเชนคือเทคโนโลยีใหม่ๆที่ให้ทุกคนที่เข้าถึงและจัดการข้อมูลอย่าง Ledger มีซอฟท์แวร์ระบบเปิดที่ยืนยันและลงทะเบียนการทำธุรกรรมต่างๆโดยไม่ต้องพึ่งอำนาจส่วนกลางเลย บันทึกของบล็อกเชนทุกอย่างจะถูกเก็บในระบบ Peer-to-Peer Network เทคโนโลยีตัวนี้ทำให้การเข้ารหัสลับสามารถรับรอบความถูกต้องของข้อมูลธุรกรรมที่อยู่บล็อกเชนได้ ส่วนข้อมูลเมื่อเข้าไปใน “บล็อก” แล้วแก้ไม่ได้ด้วย

บล็อกเชนจึงเป็นเทคโนโลยีที่กระจายอำนาจ เปิดกว้างขึ้น เป็นส่วนตัวมากขึ้น เท่าเทียมกันมากขึ้น และเข้าถึงได้มากขึ้น

Businessman Analysing Growth With Tablet

 

แล้วทำไมบล็อกเชนต้องเข้ามาในอุตสาหกรรมเพลง?

เพราะปัญหาใหญ่ในอุตสาหกรรมบันทึกเสียงคือ “ความโปร่งใสของรายได้”

ในปี 2015 อุตสาหกรรมบันทึกเสียงได้กวาดรายได้ไปว่า 15 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่ามากที่สุดในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา เพลงในระบบดิจิตอลได้เป็นแหล่งรายได้แรกๆเมื่อรายได้จากระบบดิจิตอลได้แซงหน้าระบบทางกายภาพไป

แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เป็นจุดด้อยของอุตสาหกรรมดนตรีในเรื่องของความโปร่งใสเช่นเดียวกัน

เพราะศิลปินหลายๆคนก็ต้องควักเงินออกไปไม่น้อย ระบบกรรมสิทธิ์ที่ซับซ้อนกลายเป็นหนึ่งในระบบที่แย่ที่สุดเท่าที่จะจินตนาการได้ในวงการเพลง ทำให้นักดนตรีไม่สามารถพึ่งพาระบบการรับรายได้จากเพลงของตัวเองได้อย่างยุติธรรมเลย

บริการสตรีมมิ่งอย่าง Spotify จึงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังล้มเหลวที่ทำให้นักดนตรีได้ส่วนแบ่งกำไรในอัตราที่สมเหตุสมผลอยู่ดี ทั้งๆที่การเสพย์เพลงในปัจจุบันนับวันยิ่งโตทั่วโลก ทำให้ศิลปินชักจะอยู่ยากขึ้นทุกทีแล้ว

แม้แต่ค่ายเพลงอย่าง Rethink Music ออกมายอมรับว่า “ทุนใหญ่ๆมักเทไปกับกลุ่มคนที่ไม่ใช่ เงินค่าลิขสิทธิ์ก็ตกไปอยู่กันคนที่ไม่ใช่ศิลปิน เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าศิลปินคนไหนควรจะได้ค่าลิขสิทธิ์ ซึ่งเป็นผลมาจากความไม่โปร่งใสของระบบที่ผูกกรรมสิทธิ์ไว้”

blockchain-music-600x315

 

แล้วบล็อกเชนมาเปลี่ยนอุตสาหกรรมเพลงอย่างไร?

การให้ยืมเงินและการระดมทุนได้เปลี่ยนหลายอุตสาหกรรม และตอนนี้มีหลายๆทางที่จะเข้าถึงโครงการสนับสนุนทุนต่างๆและซื้อขายสินค้าด้วยการเข้ารหัสในบล็อกเชน และมีเครื่องมือที่จำเป็นไว้หมดสำหรับผู้จัดการโครงการไว้แล้ว

ทำให้ศิลปิน ผู้จัดการ หรือแม้แต่ผู้ระดมทุนจากแฟนเพลงก็สามารถติดสินใจในเรื่องที่สำคัญได้ ไม่ต้องมีส่วนกลาง ไม่ต้องมีมือที่สาม ทำได้ยิ่งกว่าอัพโหลด ทำการตลาดและขายเพลงของตัวเองบนอินเตอร์เน็ต

startup-to-distribute-music-royalties-in-a-blockchain-network

 

แล้วบล็อกเชนทำประโยชน์อะไรบ้างกับอุตสาหกรรมเพลง?

1. นักดนตรีสามารถฝังเพลงในบล็อกเชนและได้เงินทันที

โดยบล็อกเชนจะบันทึกข้อมูลธุรกรรมสาธารณะที่เกิดขึ้นในสกุลเงินอย่างบิทคอยท์ได้ นักดนตรีสามารถฝังเพลงในบล็อกเชนและได้เงินเลยทันทีตามสกุลเงินที่เลือกรับจ่ายได้ด้วย

Phil Barry แห่ง Ujo Music ก็ออกมาเสริมว่า “ถ้ามีเทคโนโลยีแบบนี้นะ ผมไม่ต้องใช้คน 50 คนในแต่ละ 50 ประเทศเพื่อเก็บเงินให้ผมหรอก และนี่คือข้อดีของบล็อกเชน”

การลงทุนโดยตรงกับศิลปินที่เราชอบกลายเป็นจริงสำหรับนักลงทุนตัวจริงและแฟนเพลง เครือข่ายค่ายเพลงก็ยึดสัญญาที่เก็บในบล็อกเชนเป็นหลัก รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ องค์ความรู้ ทักษาะและความร่วมมือ ที่มีรหัสสกุลเงินรองรับ

และจะกลายเป็นกระแสหลักของวงการเพลงในไม่ช้า

73773097

 

2. รายได้จะกระจายไปอย่างเท่าเทียมและยุติธรรม

Edith Suarez แห่ง CNN อธิบายได้ดีถึงการปฏิวัติวงการเพลงว่า “เพลงจะไม่ได้เข้าไปอยู่ในเซอร์เวอร์เดียวอีกแล้ว แต่ละเพลงจะถูกฝังด้วยส่วนของโค้ตต่างๆเพื่อบันทึกข้อมูล เมื่อมีคนมาดาวน์โหลด เงินก็ถูกส่งไปให้แต่ละคนที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นคนแต่งเพลง ผู้ผลิตเพลง นักร้อง และคนอื่นๆอีกมากมาย”

บางรายก็ทำเทียมเลียนแบบเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อใช้กับอุตสาหกรรมเพลงมาแล้ว เช่นแพลตฟอร์มอย่าง Revedor ที่ได้ติดตามไฟล์ดิจิตอลและได้ค่าลิขสิทธิ์จากมันอย่างรวดเร็วที่สุด ไม่ว่าไฟล์จะใหญ่แค่ไหนก็ตาม

และถ้าเราซื้อไฟล์เพลงจาก iTune ของ Apple บล็อกเชนที่มีสัญญาซื้อขายเพลงกำกับก็จะทำงานเช่นกัน รายได้ก็จะถูกแบ่งไปให้คนที่เกี่ยวข้องกับไฟล์นั้นทันทีผ่านการเข้ารหัสเช่นเดียวกัน

loss-meaningmeat-splsh

 

3. ดูแลรักษากรรมสิทธิ์ได้มากขึ้น

เทคโนโลยีการเข้ารหัสและบล็อกเชนสามารถทำรายได้ให้นักดนตรีจากบริการสตรีมมิ่งได้โปรงใสมากขึ้น หากใช้บล็อกเชน หรือแม้แต่สร้างรหัสสกุลเงินของตัวเองบนบิทคอยท์ของบล็อกเชนอีกที บวกกับความรู้เทคนิคหน่อย ก็แก้ปัญหากรรมสิทธิ์ได้

โดยฝังกรรมสิทธิ์ในตัวเนื้อเพลงและทำนองเพลงในบล็อกเชนไปเลย

อีกทั้งสามารถสร้างความสัมพันธ์กับแฟนเพลง มีอภิสิทธิ์ต่างๆมากมาย และให้ลูกค้าและพาร์ทเนอร์ในอนาคตสามารถตรวจสอบความโปร่งใสได้ด้วย

paramore_concert

 

ทีมผลิตเพลง รูปแบบความร่วมมือต่างๆและการค้นหาที่มีพื้นฐานมาจากรหัสสกุลเงินต่างๆทำให้เราลงมือทำและบริหารจัดการได้ง่ายขึ้นเยอะ บล็อกเชนในวงการเพลงจะแพร่กระจายไม่ต่างจากเพลงฮิตที่ไวรัล ทำให้ศิลปินและแฟนเพลงโต้ตอบกันไปมาอย่างสนุกสนาน

ก็เหมือนกับอุตสาหกรรมอื่นๆที่มีตัวกลาง ทำให้การดำเนินการต่างๆไม่มีประสิทธิภาพ อุตสาหกรรมเพลงก็เช่นกัน ฉะนั้นการเข้ามาของเทคโนโลยีและธรรมถิบาลจะทำให้อุตสาหกรรมนี้เปลี่ยนแปลงเช่นกัน

bc-mv

 

แหล่งที่มา

https://www.techinasia.com/talk/blockchain-technology-bring-musical-revolution

 

 

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops
เพิ่มเพื่อน

Contributor

เจาะลึก Business Case, Digital Media และคำแนะนำสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพจากคนในวงการ พร้อมเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน สามารถติชมหรืออยากให้เจาะลึกเรื่องไหนเป็นพิเศษ ส่งเมลมาเลยที่ [email protected]

User Name: Oops Hardcore

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ nine = 18

Recent Posts

Facebook