5 ยุทธศาสตร์ ‘กรุงไทย’ ปี 2026 พร้อมเจาะลูกค้า 6 เซกเมนต์ ทลายกับดักเศรษฐกิจ สู่ New Growth

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Krungthai

ในยุคที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายใหญ่ ทั้งเศรษฐกิจโตต่ำ ปัญหาหนี้ครัวเรือนและความเหลื่อมล้ำสูง ขณะเดียวกันยังเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรครั้งใหญ่ นั่นคือ อัตราการเกิดลดลง ในขณะที่อัตราผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น จนปัจจุบันสังคมไทยเข้าสู่ยุค Aged Society “ธนาคาร” ถือเป็นหนึ่งใน sector สำคัญที่มีบทบาทต่อการสร้างเสถียรภาพด้านเศรษฐกิจ ภาคธุรกิจ และการเงินของผู้คน

“ธนาคารกรุงไทย” (KTB) ในฐานะที่เป็นธนาคารพาณิชย์ของรัฐ มีกระทรวงการคลังถือหุ้น 55% ทำให้เป็นธนาคารที่มีความ Unique แตกต่างจากธนาคารพาณิชย์ทั่วไป ภายใต้พันธกิจหลัก Better Life For All Thais” เพื่อยกระดับชีวิตคนไทยให้ดีขึ้น

โดยมีภารกิจสำคัญ ทั้งการให้บริการด้านการเงินแก่ลูกค้า ผ่านโซลูชันทางการเงิน รวมทั้งเป็น Strategic Partner ของภาครัฐที่มุ่งสนับสนุนด้านเศรษฐกิจ ตลอดจนสนับสนุนด้าน Digital Government และการสร้าง Financial Inclusion ทำให้คนไทยทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินในระบบ สามารถเข้าถึงได้ ขับเคลื่อนผ่านยุทธศาสตร์ 5 ด้านสำคัญ ครอบคลุมทั้งการสร้างความแข็งแกร่งด้านผลการดำเนินงาน, มองหา New Growth Engines, สนับสนุนภาคธุรกิจ SME, ยกระดับการให้บริการลูกค้า รวมไปถึงการพัฒนาเทคโนโลยี

Krungthai

 

กับดัก “เศรษฐกิจไทย” ความท้าทายใหญ่ของประเทศ

สถานการณ์โลกเจอกับความเปลี่ยนแปลงรอบด้าน ทั้งความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์, สภาพภูมิอากาศ, สังคมสูงอายุ, คนย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองมากขึ้น, เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่และพฤติกรรมของผู้คนทั่วโลก

เมื่อเจาะลึก “ประเทศไทย” นอกจากปัจจัยความท้าทายระดับโลกแล้ว ยังต้องเผชิญกับกับดักที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ทำให้ประเทศอ่อนแอ ไม่ว่าจะเป็น

หนี้ครัวเรือนและความเหลื่อมล้ำสูง: ประเทศไทยมีปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง ทั้งหนี้ในระบบและหนี้นอกระบบ ในปี 2568 อยู่ที่ 82.8% เพิ่มขึ้นจากปี 2567 อยู่ที่ 77.8% ขณะที่หนี้ครัวเรือนต่อ GDP เกิน 100% สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยเป็นหนี้มากขึ้น และยังไม่มีแนวโน้มจะลดลง

– เศรษฐกิจนอกระบบ: ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจนอกระบบสูงถึง 48% เช่น การทำธุรกรรมทางการเงินแบบไม่มีข้อมูล การทำธุรกิจแบบไม่เสียภาษี ย่อมส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และการให้ความช่วยเหลือจากรัฐบาลทำได้ยากขึ้น เนื่องจากขาด Data Centric และการเก็บภาษีไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย

โครงสร้างภาษี: ประเทศไทยมีคนยื่นภาษีให้สรรพากรประมาณ 11-12 ล้านคนต่อปี แต่คนที่เสียภาษีมีประมาณ 4 ล้านคน ซึ่งต้องแบกรับการขับเคลื่อนประเทศ และประชากรอีกกว่า 60 ล้านคน จึงควรปรับโครงสร้างภาษีให้อยู่ในสภาวะสมดุล

Thailand Economy

GDP โตต่ำ: GDP ของประเทศไทยโตต่ำ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1-2% และคาดการณ์ปี 2569 มีแนวโน้มยังคงอยู่ในระดับ 1.8-2% อัตราการเติบโตต่ำ ส่งผลให้การเติบโตของสินเชื่อโตต่ำตามมา เพราะเมื่อความสามารถในการชำระหนี้ลดลง ย่อมทำให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อยากขึ้น กระทบต่อการเข้าถึงสินเชื่อในระบบของคนไทย และความสามารถในการแข่งขันของ SME

– นอกจากนี้ไทยยังเจอกับ ภัยธรรมชาติ สร้างความเสียหายในวงกว้าง และ ความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ SME ปัจจุบันยังไม่อาจกลับมาอยู่ในภาวะแข็งแรง

เพื่อทลายกับดักประเทศ และขับเคลื่อนไปข้างหน้า รัฐบาลจึงใช้นโยบาย Quick Big Win ประกอบด้วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส ที่ร่วมกับธนาคารกรุงไทย, ลดภาระหนี้, เพิ่มสภาพคล่อง SME, การออม และ พัฒนาความรู้ทักษะให้กับร้านค้าที่เข้าโครงการคนละครึ่งพลัส

Household Debt

 

ธนาคารกรุงไทย เดินหน้า Digital Transformation พร้อมสร้าง Financial Inclusion

ภายใต้ภารกิจหลัก Better Life For All Thais ที่มุ่งตอบโจทย์ Financial Inclusion และลดความเหลื่อมล้ำ กรุงไทยได้ใช้ “ดิจิทัล” เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยง Ecosystem เข้าด้วยกัน ทั้งผลิตภัณฑ์-บริการ ภาครัฐ และประชาชน

จะเห็นได้ว่าในช่วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา ธนาคารกรุงไทยเดินหน้าทำ Digital Transformation อย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล และทำให้คนไทยเข้าถึงผลิตภัณฑ์บริการทางการเงินอย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็น

  • Diversify พอร์ตโฟลิโอกลุ่มลูกค้า โดยโฟกัสกลุ่ม Retail Banking มากขึ้น จากเดิมพอร์ตฯ ลูกค้ากลุ่มใหญ่ของธนาคารกรุงไทย อยู่ในกลุ่ม Corporate และผู้ประกอบการธุรกิจ SME ถึงวันนี้ Retail Banking เป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของธนาคารกรุงไทย
  • Revamp “Krungthai NEXT” แอปพลิเคชัน Mobile Banking ครบวงจรสำหรับลูกค้าธนาคารกรุงไทย ต่อจิ๊กซอว์ยุทธศาสตร์ Invisible Banking พร้อมเปิดตัวแอปฯ “เป๋าตัง” เป็น Open Platform อย่างเป็นทางการ สำหรับประชาชนทั่วไปใช้บริการ
  • ร่วมกับภาครัฐทำโครงการคนละครึ่งสำหรับประชาชน และถุงเงินสำหรับร้านค้า นอกจากนี้ยังได้ขยาย Ecosystem ของแอปฯ เป๋าตังให้บริการด้านการลงทุน เช่น Gold Wallet ซื้อขายทองออนไลน์, ซื้อขายพันธบัตรรัฐบาล
  • ขณะที่ช่องทาง “สาขา” ได้เอาระบบดิจิทัลมาเพิ่ม Productivity ให้กับพนักงาน อย่างแท็บเล็ตที่ใช้ให้บริการที่สาขา มีข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับลูกค้า อีกทั้งในอนาคตจะมี AI มาเข้ามาใช้

Krungthai NEXT

ถึงปัจจุบันช่องทางดิจิทัลของกรุงไทย สามารถเข้าถึงผู้ใช้งานครอบคลุมทั่วประเทศ

  • Krungthai NEXT มีผู้ใช้งานมากกว่า 21 ล้านคน
  • แอปฯ เป๋าตัง ผู้ใช้งานกว่า 40 ล้านคน จากจำนวนประชากรไทย 68 ล้านคน ถือว่าเกือบทั้งหมดของประชากรวัยผู้ใหญ่ ใช้แอปฯ เป๋าตัง
  • จำนวนร้านค้าอยู่บนแอปฯ ถุงเงิน กว่า 2 ล้านร้านค้า
  • Krungthai Business กว่า 70,000 ราย
  • ยอดผู้ติดตาม LINE 23 ล้านคน

ในขณะที่ “สาขา” แม้ทุกวันนี้ผู้บริโภคนิยมใช้บริการทางการเงินผ่าน Mobile Banking มากขึ้น แต่สำหรับ กรุงไทย ด้วยความที่เป็นธนาคารพาณิชย์ของรัฐที่มีลูกค้าทุกกลุ่มทั่วประเทศ ดังนั้น “สาขา” จึงยังคงเป็นช่องทางสำคัญในการให้บริการลูกค้าทุกกลุ่ม โดยปัจจุบันธนาคารกรุงไทยมี 960 สาขา

“สาขายังคงมีความจำเป็นอย่างมาก อย่างกรณีโครงการคนละครึ่งพลัสที่ผ่านมา ด้วยความที่การลงทะเบียนต้องยืนยันตัวตน และกลุ่มเป้าหมายของโครงการคนละครึ่งค่อนข้างกว้าง หลายคนยังไม่มั่นใจในการใช้ช่องทางดิจิทัล จึงเข้ามาที่สาขา เพื่อให้พนักงานให้คำแนะนำ ดังนั้นสาขายังมีความสำคัญในการให้บริการลูกค้า ส่วนช่องทางดิจิทัลของกรุงไทย นี่คืออนาคตที่เราเตรียมรองรับไว้ และกรุงไทยทำได้ดีในช่วงหลายปีที่ผ่านมา” คุณสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ประธานผู้บริหาร Retail Banking ธนาคารกรุงไทย เล่าถึงความสำคัญของสาขา

Krungthai
คุณสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ประธานผู้บริหาร Retail Banking ธนาคารกรุงไทย

นอกจากทำ Digital Transformation แล้ว กรุงไทยยังได้สร้างความร่วมมือกับหน่วยงาน หรือองค์กรภายนอก เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย

– Health Wallet ในแอปฯ เป๋าตัง เพื่อประชาชนทุกช่วงวัยเข้าถึงบริการสุขภาพ

– แอปพลิเคชัน MD eConnect ผู้ช่วยบริหารจัดการสำหรับแพทย์และนักศึกษาแพทย์ทั่วประเทศ ภายใต้ความร่วมมือกับแพทยสภา

– ร่วมกับมหาวิทยาลัย พัฒนา University Application ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัล ทั้งนักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรมหาวิทยาลัย ปัจจุบันมีนักศึกษาใช้งานกว่า 300,000 คน

– ร่วมกับกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ให้บริการผู้กู้ กยศ. ผ่านแอปฯ เป๋าตัง หรือ Krungthai NEXT

– ร่วมกับสำนักงานศาลยุติธรรม พัฒนาระบบ e-Filing เพิ่มช่องทางยื่นคำฟ้องและทำให้ประชาชน – ทนายความเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้สะดวกยิ่งขึ้น

“เราเป็นทั้ง ธนาคารพาณิชย์ ที่มีบทบาทหน้าทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์, โซลูชัน เพื่อประชาชน ขณะเดียวกันต้องตอบโจทย์ผู้ถือหุ้นกรุงไทย ทั้งในแง่ผลการดำเนินงาน และอีกบทบาทหนึ่งคือ ธนาคารพาณิชย์ของรัฐในฐานะเป็น Strategic Partner ของภาครัฐ  

ไม่ว่าจะเป็นการเป็นหนึ่งในกลไกที่ทำให้เศรษฐกิจเดินได้, การทำ Financial Inclusion, สนับสนุน Digital Government เพราะฉะนั้น 2 ภาพนี้รวมกัน ทำให้กรุงไทยมีความ Unique ที่ไม่ได้เป็นธนาคารพาณิชย์ทั่วไป แต่เราเป็นพาณิชย์ที่มี mission ทำให้ประเทศไทยดีขึ้น” คุณสุริพงษ์ ขยายความเพิ่มเติม

Krungthai

 

5 Strategic Focus ‘กรุงไทยปี 2026

สำหรับการขับเคลื่อนองค์กร “กรุงไทย” ในปี 2569 ที่กำลังจะมาถึงนี้ ยังคงเดินหน้ายุทธศาสตร์ 5 ด้านต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดย คุณธวัชชัย ชีวานนท์ ประธานผู้บริหาร Product & Business Solutions ธนาคารกรุงไทย อธิบายรายละเอียดทั้ง 5 ยุทธศาสตร์ว่า

1. สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและผลกำไรจากระบบนิเวศธุรกิจในปัจจุบัน: ใช้ศักยภาพจาก Ecosystem ต่างๆ ที่กรุงไทยเชื่อมโยงกับภาครัฐ นำมาต่อยอดกลุ่มธุรกิจ Corporate, SME และ Retail ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

2. สร้าง New Growth Engines เพื่อส่งเสริมการเติบโตในอนาคต: กรุงไทยมองว่า Virtual Bank จะเป็น้หนึ่งใน New Growth Engines เพราะทำให้ขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ อย่างกลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงบริการจากธนานคาร หรือสถาบันการเงิน หรือกลุ่มที่ไม่มีข้อมูลในระบบเพียงพอสำหรับธนาคารในการให้บริการได้ตามปกติ เช่น กลุ่มฐานราก, กลุ่มที่ไม่มีข้อมูลในเครดิตบูโร ซึ่งกรุงไทยจะใช้ Alternative Data จากพาร์ทเนอร์ต่างๆ มาต่อยอดให้บริการลูกค้ากลุ่มใหม่

หรือเจาะลูกค้ากลุ่ม Wealth มากขึ้น ด้วยการออกผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุน และลูกค้ากลุ่ม SME โดยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการของกรุงไทย

3. ยกระดับการให้บริการลูกค้าทั้งระบบแบบ End to End: เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้าตั้งแต่ต้นจนจบ เช่น ความสะดวก ความรวดเร็ว ความปลอดภัย อย่างการแก้ปัญหาการรอคิวเยอะที่สาขา ให้สะดวก รวดเร็ว และราบรื่นขึ้น

4. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีและข้อมูลให้พร้อมสำหรับการก้าวสู่อนาคต: ในช่วง 9-10 ปีมานี้ กรุงไทยได้พัฒนา Core Technology และ Data อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีความทันสมัย มีเสถียรภาพ มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย

5. ขับเคลื่อนวัฒนธรรมและการทำงานรูปแบบใหม่ เพื่อให้พร้อมต่อทุกความท้าทายและทุกการเปลี่ยนแปลง: เพื่อให้ภายในองค์กรมี Agility มีความคล่องตัว ยืดหยุ่น ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว เปิดรับไอเดียใหม่ พร้อมทั้ง Upskill – Reskill บุคลากรให้มีทักษะใหม่ๆ

Krungthai
คุณธวัชชัย ชีวานนท์ ประธานผู้บริหาร Product & Business Solutions ธนาคารกรุงไทย

 

เจาะ 6 เซกเมนต์ โอกาสใหม่ของกรุงไทย

จากยุทธศาสตร์ 5 ด้าน กรุงไทยยังโฟกัสลูกค้า 6 เซกเมนต์หลัก ที่จะสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ ประกอบด้วย

1. Wealth: ในพอร์ตฯ กลุ่มลูกค้ามีกลุ่มลูกค้า High Net Worth มาก ต่อไปกรุงไทยจะเจาะลูกค้ากลุ่มนี้มากขึ้น

2. Young Generation/Youth: ปัจจุบันกรุงไทยมีกลุ่มนักศึกษาใช้ University Application กว่า 300,000 คน แต่พบว่าลูกค้ากลุ่มนี้ ยังไม่ได้ใช้กรุงไทยเป็นแบงก์หลัก (Main Bank) แต่กลยุทธ์จะทำตลาดกับลูกค้ากลุ่มนี้มากขึ้น เพื่อทำให้กรุงไทยเป็นแบงก์หลักที่คนรุ่นใหม่ใช้

3. ธุรกิจ SME: นอกจากสนับสนุนสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการ SME แล้ว ยังพบว่าธุรกิจ SME ยังมีความต้องการด้านอื่นๆ อาทิ สวัสดิการให้กับพนักงาน เช่น ประกันสุขภาพ กรุงไทยจึงนำเสนอผลิตภัณฑ์ หรือโซลูชันอื่นๆ ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการ

4. กลุ่มเกษียณ และกลุ่มวัยก่อนเกษ๊ยณ (50+): คาดการณ์ว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า ประชากรผู้สูงอายุในไทยจะเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นเพื่อตอบรับแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุ จึงต้องมีผลิตภัณฑ์ บริการ หรือโซลูชันสำหรับลูกค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะ

5. กลุ่มพนักงานบริษัทเอกชน: นอกจากกรุงไทยมีฐานลูกค้าหลักเป็นบุคลากรของภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจแล้ว กลุ่มพนักงานบริษัทเอกชน ถือเป็นอีกกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพในการสร้างการเติบโตเช่นกัน

6. กลุ่ม Lower Mass: ถือเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของไทย และเป็นอีกหนึ่งเซกเมนต์สำคัญ ตามพันธกิจหลักของกรุงไทยที่มุ่งสร้าง Financial Inclusion

Krungthai

“สมัยก่อน เรามีผลิตภัณฑ์การเงิน เช่น ประกัน, การลงทุน แล้วนำเสนอให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม แต่ปัจจุบันทำอย่างนั้นไม่ได้แล้ว เพราะลูกค้ามีความหลากหลายและซับซ้อนขึ้น ดังนั้นเราต้องคิดใหม่ทำใหม่ เพื่อ make sure ได้ว่าเรามีผลิตภัณฑ์ หรือโซลูชันที่ดี ส่งมอบให้กับลูกค้าเซกเมนต์ต่างๆ ซึ่งวันนี้ Retail Banking ของกรุงไทย ได้จัดตั้งทีม ‘Customer Segmentation’ และทีม ‘Data’ เพื่อทำการศึกษาและทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าแต่ละเซกเมนต์ ซึ่งเรามองว่า 6 เซ็กเมนต์ จะเป็น Growth Engines ของกรุงไทย” คุณสุริพงษ์ สรุปทิ้งท้ายถึงการสร้างโอกาสการเติบโตใหม่จากนี้

Krungthai


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
WP
อยู่ในแวดวงนิตยสารธุรกิจการตลาดกว่าสิบปี สนุกและชอบติตตามเทรนด์ ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ และอยากเรียนรู้เพิ่มเติมในแพลตฟอร์มดิจิทัล มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การตลาดและดิจิทัลร่วมกันนะคะ
CLOSE
CLOSE