ใช้จิตวิทยาสร้างราคาขายให้พรีเมี่ยมจนคนยอมจ่ายเพิ่มมากว่าคู่แข่ง

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

 

เมื่อแบรนด์ต้องการก้าวข้ามการแข่งขันด้านราคา หนึ่งในความเข้าใจที่ลึกที่สุดของศาสตร์การตลาดคือผู้คนไม่ได้ตัดสินใจจากตัวเลขที่เห็นบนป้ายหรือฟีเจอร์ที่วางเรียงในตารางเปรียบเทียบ แต่ตัดสินใจจากความรู้สึกที่แบรนด์ทำให้พวกเขาเชื่อว่าเป็นตัวแทนของคนแบบไหน การแข่งขันด้วยราคาจึงกลายเป็นแข่งขันของแบรนด์ที่มีตัวตนไม่ชัดเจน ที่เหมือน ๆ กัน  เมื่อผู้คนสนใจราคาที่ต่ำมากที่สุด ก็ย่อมไม่มีแบรนด์ใดหนีพ้นการถูกบีบให้ลดราคาตาม และมักจบลงด้วยการลดราคาลง เพียงเพื่อเอาชนะในเกมที่ไม่มีใครได้ในที่สุด

ในฝั่งตรงข้าม แบรนด์ที่เข้าใจหลักจิตวิทยาการรับรู้คุณค่า ย่อมรู้ดีว่ามนุษย์ไม่ได้ซื้อ “สินค้า” แต่ซื้อ “สถานะทางอารมณ์” ที่สินค้าเหล่านั้นทำให้รู้สึก การซื้อนาฬิกาหรูไม่ใช่เรื่องของเข็มที่เดินเที่ยงตรง หากเป็นตัวตนที่สะท้อนความสำเร็จ การเลือกสวมรองเท้า Nike ไม่ใช่เรื่องของวัสดุหรือเทคโนโลยี แต่เป็นความรู้สึกที่ตนเองกำลังก้าวไปสู่ตัวตนที่แข็งแกร่งกว่าเดิม แม้แต่ป๊อปคอร์นราคาแพงในโรงภาพยนตร์ก็ไม่ใช่เพียงข้าวโพดอบเนย แต่เป็นการซื้อเสี้ยวของความทรงจำวัยเด็กที่อบอุ่นและปลอดภัย สิ่งที่ลูกค้าซื้อคืออารมณ์ ความมั่นใจ เสรีภาพ ความเป็นไปได้ และอัตลักษณ์ในแบบที่พวกเขาอยากเป็น

 

 

หัวใจสำคัญของการสร้างแบรนด์พรีเมียมเริ่มต้นที่การเข้าใจผู้คนอย่างเจาะจง ไม่ใช่ให้ข้อเสนอทั่ว ๆ ไปแบบไม่เจาะจงให้ทุกคนบนโลก การสื่อสารที่พยายามจับทุกกลุ่มมักไม่จับใครหรือดึงดูดใครเลย แต่เมื่อแบรนด์รู้จัก Audience ของตัวเองอย่างลึกที่สุด เข้าใจความกลัว ความหวัง ความปรารถนาและสิ่งที่ขัดขวางพวกเขา ทุกองค์ประกอบตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการเล่าเรื่องก็สามารถขยับเข้าไปใกล้ชีวิตจริงของผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ และเมื่อนั้นราคาไม่ใช่ตัวแปรสำคัญอีกต่อไป เพราะสิ่งที่พวกเขามองเห็นคือ “คุณค่าที่เฉพาะเจาะจงกับชีวิตของตัวเอง” แทนที่จะเป็นสินค้าเหมือนใคร

เมื่อแบรนด์เข้าใจกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง ขั้นตอนต่อไปคือการสร้างอัตลักษณ์แห่งความปรารถนา แบรนด์พรีเมียมไม่ขายฟังก์ชัน แต่ขายการเปลี่ยนผ่านของตัวตน การพาใครสักคนไปสัมผัสภาพของตัวเองในเวอร์ชันที่ดีขึ้น แข็งแรงขึ้น มั่นใจขึ้น หรือประณีตขึ้น นี่คือเหตุผลที่แบรนด์กีฬายักษ์ใหญ่สร้างภาพของความท้าทายและชัยชนะ แบรนด์แฟชั่นสร้างโลกของความสง่างามเหนือระดับ และแบรนด์ความงามสร้างภาพของการเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่สวยที่สุด อัตลักษณ์ที่วางไว้อย่างแยบยลคือพลังที่ผลักราคาขึ้นได้โดยไม่ต้องอธิบายมากมาย

องค์ประกอบที่สำคัญอีกอย่างของกลยุทธ์ระดับพรีเมียมคือ “Contrast” การทำให้ลูกค้าเห็นระยะห่างระหว่างชีวิตที่เป็นอยู่กับสิ่งที่พวกเขาอยากไปให้ถึง การตลาดที่ดีจึงไม่ใช่การยัดฟีเจอร์ให้ลูกค้าฟัง แต่เป็นการทำให้พวกเขารู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างความเจ็บปวดเดิมและความเป็นไปได้ใหม่อย่างชัดเจน ความอยากเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดจากข้อมูล แต่เกิดจากอารมณ์ เมื่อการสื่อสารเปิดพื้นที่ให้ผู้คนสัมผัสทั้งสองด้านในเวลาเดียวกัน ความต้องการตัดสินใจจึงเกิดขึ้นทันที

สุดท้าย สิ่งที่ทำให้แบรนด์พรีเมียมยืนเหนือคู่แข่งอย่างแท้จริงคือพลังของเรื่องเล่า เมื่อเรื่องราวสะท้อนผู้คนในแบบที่พวกเขาเห็นตัวเองอยู่ในนั้น ความเชื่อใจจะเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ รีวิว เรื่องเล่าจากลูกค้าเดิม กรณีศึกษา และ Content ที่สร้างจากผู้ใช้จริง ต่างทำหน้าที่เป็นหลักฐานทางอารมณ์ที่ไม่มีแบรนด์ใดลอกเลียนแบบได้ง่าย เรื่องเล่าที่ดีไม่เพียงยืนยันคุณค่า แต่ยังสร้างแรงดึงดูด การอยากเป็นส่วนหนึ่ง และความรู้สึกว่า “ถ้าคนอื่นทำได้ ฉันก็ทำได้”

 

 

ในโลกที่เต็มไปด้วยตัวเลือก แบรนด์ที่กล้ากำหนดราคาพรีเมียมไม่ใช่แบรนด์ที่ตั้งราคาแพงโดยไร้เหตุผล แต่เป็นแบรนด์ที่เข้าใจว่าอารมณ์คือสิ่งที่ใช้ในการตัดสินใจที่แท้จริง เมื่อขายความรู้สึก ขายอัตลักษณ์ และขายการเปลี่ยนแปลง ราคาจึงกลายเป็นรายละเอียดเล็กน้อย ไม่ใช่กำแพงใหญ่ และในสนามเช่นนั้น คู่แข่งที่สู้ด้วยราคาเพียงอย่างเดียวจะไม่มีวันชนะ เพราะพวกเขากำลังแข่งกันในเกมที่ไม่มีอำนาจผูกหัวใจผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Molek
Head of Strategic Marketing ใน Integrated Service Agency ที่หนึ่ง ผู้หลงใหลในหลาย ๆ ที่มีความอยากรู้และเรียนรู้ในเรื่อง Startup, นวัตกรรม, การตลาด จากมุมมองหลาย ๆ ด้านและวัฒนธรรมของแบรนด์ต่าง ๆ