103.58.148.118

Digital Life

Ξ Leave a comment

ลาก่อน! 13 เทคโนโลยีสุด “Fail” ในปี 2016

posted by  8,954 views

ปี 2016 เป็นปีที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็นบริการรับส่งสินค้าของ Amazon ด้วยโดรนในสหราชอาณาจักร และรถไร้คนขับของ Ubers ในซาน ฟรานซิสโก แต่ปี 2016 ก็เป็นปีที่เทคโนโลยี “Fail” อยู่หลายตัว

และนี่คือ 13 เทคโนโลยีที่ไม่ได้ไปต่อ

 

1. แจ๊กเสียบหูฟัง iPhone

Apple ประกาศว่าจะเอาแจ๊กเสียบหูฟังให้ iPhone 7 เป็นสมาร์ทโฟนไร้สาย งานนี้สาวก iPhone ต้องทำใจพักใหญ่กันเลยทีเดียว แถม Apple ประกาศขาย Airpod หูฟังไร้สาย เชิงบังคับให้สาวกต้องซื้อใช้แทนหูฟังเดิม ใส่แล้วคงดูแปลกได้อีก

iphone-7-pro-no-headphone-jack-novet

 

2. Samsung Galaxy Note 7

เรียกได้ว่าเป็นฝันร้ายของ Sumsung จนต้องหยุดผลิต Samsung Galaxy Note 7 หลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการระเบิดจนสาบการบินสั่งห้ามเอาขึ้นเครื่องเด็ดขาด ต้องเรียก Samsung Galaxy Note 7 กลับจากแผงตลาดกว่า 2.5 ล้านเครื่อง คาดว่าปีนี้ยอดขายจะหดไป 9.5 พันล้านเหรียญและกำไรของ Samsung จะหดหายไปกว่า 5 พันล้านเหรียญเพราะสมาร์ทโฟนเจ้าปัญหา

แถมยังต้องเรียกเครื่องซักผ้ารุ่นใหม่คืออีก 3 ล้านเครื่องเพราะเสี่ยงระเบิดเช่นกัน

160902041639-samsung-galaxy-note-7-fire-front-780x439

 

3. เครื่องบันทึกวีดีโอคาสเซ็ท

อีกสิ่งประดิษฐ์ที่ต้องโบกมือลาอีกตัวคือ เครื่องบันทึกวีดีโอคาสเซ็ท โดยบริษัทFunai Electric จากญี่ปุ่นได้ประกาศหยุดผลิตเครื่องบันทึกวีดีโอคาสเซ็ทในเดือนกรกฎาคมปีนี้ ซึ่งบริษัทฯเคยขายได้ 15 ล้านเครื่องต่อปี แต่หลังจากที่มีดีวีดี แผ่นบลูเรย์ และบริการระบบสตรีมมิ่ง ยอดขายก็ตกฮวบ แต่ถึงอย่างนั้น บริษัทก็ยังขายได้ 750,000 เครื่องในปี 2015

160722133209-vcr-phased-out-780x439

 

4. Hoverboards

ของเล่นสุดฮิตอย่าง Hoverboards ที่เคยเป็นของขวัญสำหรับวันหยุดในปี 2015 แต่ลองเล่นแล้วกลับไม่ทรงตัวได้ดีเหมือนสก๊ตเตอร์ แถมเสี่ยงระเบิดด้วย จนรัฐบาลต้องประกาศว่าเป็นของเล่นที่ไม่ปลอดภัย ร้านค้าต้องเอาออกจากแผง tกว่า 500,000 เครื่องถูกเรียกกลับคืนจากตลาด

ถ้าคุณคิดว่าเรื่องนี้เคยเกิดขึ้นกับ Samsung Galaxy Note 7 คุณคิดถูกแล้ว เพราะแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ใช้กับ Hoverboards ก็เป็นตัวเดียวกับ Samsung’s Galaxy Note 7 เลย

160121160105-hoverboard-sales-02-780x439

 

5. Pebble

นาฬิกาอัจฉริยะ Pebble เป็นอีกตัวหนึ่งที่ต้องโยนทิ้งไปหลังจากขายให้กับบริษัทระบบติดตามผลการออกกำลังกายอย่าง Fitbit ที่ดีลซื้อขาย 40 ล้านเหรียญนี้ไม่ได้รวมฮาร์ดแวร์ของ Pebble ด้วย และมีข่าวอีกว่า Fitbit ไม่ได้ทำให้มันสวมใส่ได้อีกแล้ว แต่จะพัฒนาซอฟท์แวร์ของ Pebble ให้ไปไกลว่าการติดตามผลการออกกำลังกายอย่างเดียว

ซึ่ง Pebble เป็นนาฬิกาอัจฉริยะที่ออกมาก่อน Apple Watch และ Samsung Gear จะติดตลาดเสียอีก

161207105013-pebble-smartwatch-780x439

 

6. แอปพลิเคชัน “Sunrise” ของ Microsoft

แอปฯ Sunrise ไม่ Sunrise เหมือนชื่อเลยสำหรับปี 2016 ซึ่งในปี 2015 แอปฯ Sunrise เป็นแอปฯปฏิทินที่มีฟีเจอร์สำหรับการเข้าสังคมและช่วยในการนอนหลับ แต่ในปีนี้ Microsoft ยุบแอปฯนี้เข้ากับบริการอีเมล Outlook ซะงั้น แต่ก็ถือเป็นข่าวดีเพราะจะช่วยให้ผู้ใช้งานได้กำหนดมีทติ้งและใช้ Skype ติดต่อตรงๆใน Outlook ได้เลย

161216150042-sunrise-app-780x439

 

7. แอปฯ “Paper” ของ Facebook

แอปฯตัวนี้ถูกปล่อยมาให้เราได้ใช้ในปี 2014 เป็นแอปฯที่ถูกออกแบบเพื่อไว้อ่านบทความทันใจและสถานะที่อัพเดท สามารถดาวน์โหลดบทความลงเครื่องได้ตรงๆได้ เป็นแอปฯที่เอาไว้เช็คข้อความในอินบ็อกซ์และไทม์ไลน์ได้โดยไม่ต้องสลับสับเปลี่ยนแอป บางคนถึงขนาดเรียกแอปฯนี้ว่าเป็นอนาคตของการอ่านข่าวได้เลย

แต่ดูเหมือนว่าแอปฯนี้ก็แป๊ก ปิดให้บริการไปอีกรายเพราะแอปฯนี้ไม่สามารถดึงคนใช้งานหลักๆมาใช้ได้จริงๆ

161216150042-sunrise-app-780x439

 

8. หน้าจอแสดงผลแบบภาพยนตร์ของ Apple

พวกนักออกแบบกราฟฟิค และเกมเมอร์ต้องคอตกไปตามๆกัน เมื่อ Thunderbolt Display หน้าจอแสดงผลแบบภาพยนตร์ของ Apple ไม่ได้ไปต่อในปีนี้ แต่ก็ไม่น่าแปลกใจเพราะ Apple ก็ไม่ได้อัพเดทให้ตั้งแต่ปี 2011 แล้ว แต่หันไปเอาดีกับการพัฒนาหน้าจอ 4K และ 5K ร่วมกับ LG ซึ่งมีราคาแพงกว่าคุณภาพดีกว่าด้วย

161216131953-thunderbolt-display-780x439

 

9. Google Picasa

บริการแก้ไข จัดการ แชร์และเก็บรูปภาพอย่าง Picasa ที่มีผู้ใช้งานเยอะมาตลอด ก็หยุดให้บริการในปีนี้ เหตุผลคือบริการGoogle Photos ทำได้ดีกว่าเยอะและการเข้ามาของกล้องสมาร์ทโฟน ผู้ใช้งานเดิมไม่พอใจที่บริการนี้หยุดไปแต่ Google ก็พยายามจะเก็บข้อมูลให้ผู้ใช้งานเดิมให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้หลังจากที่ผู้ใช้งานเดิมได้ล็อกอินเข้า Google Photo

160214140855-picasa-screen-shot-780x439

 

10. Motorola

Lenovo เอาชื่อ Motorola ออกไปตั้งแต่ต้นปีโดยให้รวมและใช้ชื่อใหม่เป็น “Moto by Lenovo” ซึ่งเดิม Motorola เป็นบริษัทมือถือรุ่นแรกๆที่ขายดีมาก่อน แต่ได้ขายกิจการไปถึงสองครั้ง ครั้งแรกขายให้ Google ไป 12.5 ล้านเหรียญ นับเป็นก้าวแรกที่ Google เข้าสู่ธุรกิจฮาร์ดแวร์ แต่จากนั้นยอดขายของสมาร์ทโฟน Moto X ก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย ทำให้ Google ต้องขาย Motolora ให้ Lenovo ไป 2.9 พันล้านเหรียญ ซึ่งตอนนี้ Moto มีสินค้าแค่สมาร์ทโฟน อุปกรณ์สวมใส่และหูฟังบลูทูธเท่านั้น

160108121114-motorola-logo-780x439

 

11. Google’s Project Ara

อีกโครงการของ Google ที่ต้องพับเก็บไป ซึ่ง Google มีไอเดียทำสมาร์ทโฟนที่ผู้ใช้งานสามารถออกแบบได้เองราวกับเล่น LegoGoogle ใช้เวลากับโครงการนี้ถึง 3 ปีและคาดว่าจะออกวางขายในปีนี้แต่สุดท้ายก็ต้องล้มเลิกด้วยต้นทุนที่สูงเกินไปและปัญหาทางด้านเทคนิค หากวางขายในตลาดใหญ่อาจได้ไม่คุ้มเสีย

161216123532-project-ara-780x439

 

12. มือถือแบล็กเบอรี่

ใครยังจำสมาร์ทโฟนที่มีแผงคีย์บอร์ดอย่างแบล็กเบอรี่ที่เคยฮิตกันมากได้ ก็ต้องบอกว่าบริษัทได้ยกเลิกขายไปแล้วในเดือนกันยายน หลังจากที่ยอดขายตก โดยบริษัทได้หันมาเน้นกันพัฒนาซอฟท์แวร์แทน

160705135525-blackberry-tombstone-780x439

 

13. Vine

แฟนๆ ของ Vine แอปฯให้บริการคลิปสั้นต้องผิดหวังเมื่อ Twitter สั่งปิดให้บริการในเดือนตุลาคม และรีแบรนด์เป็น Vine Camera ให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายภาพและอัดคลิปสั้น สามารถบันทึกและแชร์ได้ใน Twitter

Twitter ได้ซื้อ Vine ในปี 2012 มาในราคา 30 ล้านเหรียญ แม้ความสามรถของมันมีจำกัดแต่มีบทบาทในการเก็บภาพเคลื่อนไหวได้ดีโดยเฉพาะสำหรับศิลปินเพลงต่างๆ แต่แอปฯบริการสตรีมมิ่งที่ได้รับความนิยมมากขึ้น ทำให้ Vine กลายเป็นเรื่องตลกไปเลย

161028161958-vine-closed-780x439

 

แหล่งที่มา

http://money.cnn.com/gallery/technology/2016/12/27/tech-products-killed-in-2016/

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

เจาะลึกจิตวิทยาการตลาด และธุรกิจสตาร์ทอัพจากคนในวงการ พร้อมเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน สามารถติชมหรืออยากให้เจาะลึกเรื่องไหนเป็นพิเศษ ส่งเมลมาเลยที่ contact@oopsnetwork.co.th

User Name: Oops Hardcore

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


eight + = 11

Recent Posts

Facebook