103.58.148.118

Marketing How To

Ξ Leave a comment

ใครไม่ทำโฆษณาเจาะพื้นที่ ระวังเสียลูกค้าให้คู่แข่งไม่รู้ตัว

posted by  684 views

การทำการตลาดผ่านมือถือไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับธุรกิจ ย้อนไปสมัยที่คนยังไม่ใช้สมาร์ทโฟนเยอะมากนัก ผู้บริโภคมักจะได้รับข้อความโฆษณาผ่าน SMS อยู่บ่อยๆ แต่เมื่อเข้าสู่ยุคที่ใครๆก็ใช้สมาร์ทโฟน เราจะได้เห็นเทคนิคการตลาดที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งรวมไปถึงเทคนิคที่เรียกว่า Geo-targeting หรือการทำโปรโมชั่นเฉพาะพื้นที่ ซึ่งตัวสมาร์ทโฟนเองก็มี GPS ใครที่เปิด GPS ไว้ตลอดเวลา ก็เป็นโอกาสของธุรกิจที่จะรู้ความเคลื่อนไหวของผู้บริโภค และส่งโฆษณาหรือโปรโมชั่นตอนที่ผู้บริโภคผ่านพื้นที่หรือร้านค้าของเราได้

 

1

 

ทำไมต้องทำ Geotargeting?

คำตอบคือ เพื่อชิงความสนใจจากเป้าหมายลูกค้า (ก่อนที่ธุรกิจคู่แข่งจะทำ) ยกตัวอย่างง่ายๆเช่น หากเว็บไซต์ของเราไม่ได้ใส่ Google Map ไว้ในเพจ “ติดต่อเรา” (Contact Us) นอกจากลูกค้าจะหาไม่เจอว่าร้านของเราอยู่ไหนแล้ว โอกาสที่เว็บไซต์ของเราจะติดอันดับต้นๆของหน้าแรกเวลาลูกค้าค้นหาบริการที่คล้ายๆของเรา ก็ลดลงไปด้วย เพราะเดี๋ยวนี้ Google ให้ความสำคัญกับเว็บเพจที่มี Google Map ก่อนเสมอ (หรืออัลกอริธึ่มที่รู้จักกันดีในชื่อ Humming Bird น่ะแหละ) เช่น ถ้าลูกค้าค้นหาคำว่า “ร้านอาหารอร่อยๆแถวสยาม” Google คงไม่อยากเอาเว็บไซต์ที่มีมีแผนที่ให้ลูกค้าเห็นเป็นอันดับต้นๆแน่

 

37376094_10216792021210114_5334386219566497792_n

 

ยิงโฆษณาเฉพาะพื้นที่บน Facebook เป็นเรื่องพื้นฐานสำหรับคนทำการตลาด

กลายเป็นเรื่องปรกติที่เวลาเราจะสร้างแคมเปญโฆษณาแต่ละตัวบน Facebook เราจะต้องเลือกพื้นที่ว่าเราจะยิงโฆษณาไปที่ไหน แล้วครอบคลุมบริเวณไหนบ้าง

 

แต่ที่พิเศษก็คือ Facebook ให้เราระบุได้ว่าประเภทของคนที่อยู่ในพื้นที่นั้นเป็นคนแบบไหน ยิงโฆษณาไปที่ทุกคนที่อยู่พื้นที่นั้น (Everyone in this location) คนที่อาศัยใช้ชีวิตในพื้นที่นั้นอยู่แล้ว (People who live in this location) คนที่เพิ่งมาอยู่แถวพื้นที่นั้น (People recently in this location) หรือคนที่แค่มาเที่ยวในพื้นที่นั้น (People traveling in this location)

 

3

 

แล้วอะไรคือประโยชน์ของการรู้เรื่องนี้? เช่นหากเราทำธุรกิจให้เช่ารถ เราสามารถยิงโฆษณาไปที่นักท่องเที่ยวที่ผ่านแถวพื้นที่เป้าหมายได้ หรือใครที่ต้องการโปรโมทอีเวนท์ใหญ่ๆ ก็ควรที่จะเลือกทุกคนที่อยู่ในบริเวณงานที่จะจัด ฉะนั้นเราควรดูด้วยว่าธุรกิจของเราเป็นประเภทไหน ก็ช่วยให้เราเลือกเป้าหมายได้ถูกต้อง

 

facebook-ad-in-phone-768x439

 

 

คำถามคือ “แล้ว Facebook หรือบริษัทธุรกิจต่างๆ รู้ได้อย่างไรว่าใครอยู่พื้นที่นั้นเป็นประจำ ใครเพิ่งเข้ามาอยู่ ใครแค่มาเที่ยว?” คำตอบคือ Facebook ก็จะดูจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มเป้าหมายผ่าน GPS บนมือถือที่กลุ่มเป้าหมายเปิดอยู่ หรือข้อมูลที่อยู่ที่เราระบุในหน้าโปรไฟล์ของตัวเอง (แม้แต่ข้อมูลที่ร้านค้าขอให้เรากรอกน่ะแหละ)

 

ทำแคมเปญยิงโปรโมชั่นแสบๆ สไตล์ Whole Food Market

กรณีการทำแคมเปญโฆษณาเฉพาะพื้นที่ของ Whole Food Market ที่เป็นธุรกิจขายสินค้าออแกนิคในอเมริกา (ปัจจุบันโดน Amazon ควบกิจการไปแล้ว) ก็เคยทำแคมเปญยิงโปรโมชั่นเข้ามือถือลูกค้าเวลาผ่านพื้นที่เฉพาะเหมือนกัน

แต่ที่น่าสนใจคือ Whole Food Market ได้จับมือกับ Thinknear บริษัทที่เชี่ยวชาญการทำโฆษณาแบบ Geotargeting มาติดตั้งซอฟท์แวร์ดักจับสัญญาณ GPS ไม่ใช่แค่ใกล้ๆบริเวณร้านค้าของตัว Whole Food Market เอง แต่ดักจับสัญญาณรอบๆร้านขายสินค้าออร์แกนิคคู่แข่งด้วย (เทคนิคนี้เรียกว่า Geo-Fencing คือติดสัญญาณล้อมรั้วคู่แข่งเลย) เวลาที่ลูกค้าที่ตั้งใจซื้อสินค้าออร์แกนิคแล้วเกิดผ่านร้านค้าคู่แข่ง Whole Food Market จะจัดการยิงโปรโมชั่นลดราคาเข้ามือถือลูกค้าคนนั้น ทำให้ลูกค้าเข้ามากดดูโปรโมชั่น และอาจหันมาเปลี่ยนใจ เข้ามาดูร้านค้าของ Whole Food Market แทน

 

2

 

แล้วแคมเปญนี้ก็ได้ผลด้วย ยอด Post-Click Conversion Rate ของ Whole Food Market เพิ่มสูงขึ้น เทียบกับค่าเฉลี่ยร้านค้าออร์แกนิคค้าปลีกด้วยกันในอเมริกาแล้ว สูงกว่าถึง 3 เท่า ร้านค้าคู่แข่งที่ไม่รู้ตัว ไม่ใส่ใจว่าการทำการตลาดเจาะพื้นที่เข้าสมาร์ทโฟนสำคัญแค่ไหน ก็เหมือนกับหยิบเงินไปให้คู่แข่งฟรีๆเลย

 

อุปสรรคสำคัญของการทำ Geotargeting คือลูกค้ากังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว

เพราะเมื่อไหร่ลูกค้าปิด GPS การยิงโฆษณาต่างๆเข้าครื่องมือถือลูกค้าพวกนี้ก็จะทำได้ยากมากขึ้น หรือไม่ก็บล็อกโฆษณา บล็อกช่องทางการติดต่อของแบรนด์ไปเลย ถ้าลูกค้ารู้ทันว่าบริษัทเอาข้อมูลของลูกค้าไปใช้ยิงโฆษณา ขนาดสมัยที่สมาร์ทโฟนยังมีคนใช้ไม่เยอะ ลูกค้ายังรำคาญข้อความโฆษณา SMS เลย ฉะนั้นใครที่คิดใช้เทคนิคนี้อย่างหนักหน่วง แทนที่ลูกค้าจะประทับใจว่าโปรโมชั่นเข้ามาถูกที่ถูกเวลา ประทับใจว่าแบรนด์นี้รู้ใจเรา ระวังลูกค้ารำคาญและหนีธุรกิจของเราไปง่ายๆ

 

Personalization Marketing

 

ในอนาคต มีการทำนายกันว่าธุรกิจไหนที่ขาย “ความเป็นส่วนตัว” ให้กับลูกค้า จะเป็นธุรกิจที่มาแรง ใครที่คิดใช้ข้อมูลของลูกค้ามาทำโฆษณาทำโปรโมชั่น ต้องมั่นใจว่าลูกค้าอนุญาต และลูกค้ารู้ด้วยว่าข้อมูลของลูกค้าจะเอาไปทำอะไร การเขียนเงื่อนไขให้ลูกค้าอ่านเข้าใจง่ายและกระซับ จะทำให้ทั้งธุรกิจได้ประโยชน์ในการขายสินค้า ลูกค้าก็ไว้วางใจธุรกิจนั้นมากขี้นด้วยครับ

 

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE OFFICIAL ACCOUNT แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

เจาะลึกจิตวิทยาการตลาด และธุรกิจสตาร์ทอัพจากคนในวงการ พร้อมเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน สามารถติชมหรืออยากให้เจาะลึกเรื่องไหนเป็นพิเศษ ส่งเมลมาเลยที่ contact@oopsnetwork.co.th

User Name: Oops Hardcore

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


6 + two =

Recent Posts

Facebook