HR ยุค Future Normal 2021 ต้องรู้ 5 เทรนด์ 5 ทักษะ พร้อมรับมือทุกคนในองค์กร

  • 772
  •  
  •  
  •  
  •  

[ข่าวประชาสัมพันธ์]

ปีที่ผ่านมาภาวะโควิดทำพิษได้เปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจอย่างแรง แน่นอนว่าส่งผลกระทบแรงมาถึงธุรกิจด้วย หลายบริษัททั่วโลกต้องเจอกับศึกหนักในการทำงานและการบริหารจัดการคนในองค์กร ความรับผิดชอบของ HR จึงถูกโฟกัสมากขึ้น

ถึงแม้ว่า COVID-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อพนักงาน บางบริษัทต้องเลิกจ้างพนักงานที่มีอยู่และงดจ้างพนักงานใหม่ แต่ก็ยังมีอีกหลายบริษัทที่ต้องการเพิ่มจำนวนพนักงานเนื่องจากความต้องการผลิตภัณฑ์และบริการของลูกค้ามีมากขึ้น เป็นเรื่องท้าทายของ HR แต่ละบริษัทที่จะต้องพิสูจน์ตัวเองว่าจะสามารถจัดการและขับเคลื่อนองค์กรให้ไปต่อในยุค Future Normal ที่ขยับใกล้เข้ามาได้หรือไม่

การทำงานด้วยทักษะเดิม ๆ นั้นไม่ Work อีกต่อไป HR ยุคใหม่ต้องรู้จักเตรียมพร้อม ปรับรูปแบบการทำงานใหม่ เพื่อพัฒนาตัวเองและองค์กรให้อยู่รอด เรามาดูกันครับว่า 5 แนวโน้มในอนาคตและ 5 ทักษะที่เหมาะสมต่อการทำงานในปี 2021 สำหรับ HR มีอะไรบ้าง

  1. Work Remoting – การทำงานผ่านทางไกล หรือที่ไหนก็ได้

สถานการณ์บังคับจากช่วงโควิดและนโยบายภาครัฐทำให้หลายบริษัทต้องประกาศให้พนักงานทำงานอยู่ที่บ้าน (Work from home) เป็นระยะเวลาหนึ่ง บริษัทต่าง ๆ อาจจะกำลังชินกับการให้พนักงานทำงานที่บ้าน มีแนวโน้มว่าบ้านจะกลายเป็นเหมือนออฟฟิศของพนักงานในอนาคต “Home is the new office” บริษัทใหญ่ระดับโลกอย่าง Twitter, Square, และ Capital One โอเคกับการให้พนักงานทำงานที่บ้านได้ตลอดไปแม้ว่าโควิดจะเลิกระบาดแล้ว ส่วน Microsoft ก็สนับสนุนให้ที่ทำงานเป็น Hybrid Workplace พนักงานจะทำงานที่บ้านหรือจะทำที่ไหนก็ได้ แต่นี่เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น โดยภาพรวมพบว่ามีบริษัทจำนวนมากที่ยังไม่พร้อมที่จะให้การทำงานที่บ้านเป็นเรื่องปกติหากต้องปรับให้เป็นรูปแบบการทำงานในระยะยาว เนื่องจากโครงสร้างขององค์กรไม่อำนวยสะดวก และความกังวลของหัวหน้าว่าประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานหรือลูกน้องอาจลดลง แต่นโยบายนี้ก็มีข้อดีเพราะอาจเป็นจุดขายดึงดูดพนักงานใหม่ๆ ที่ต้องการความยืดหยุ่นของการทำงาน เพราะเขาเชื่อว่าศักยภาพของการทำงานไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ทำงาน หลายบริษัทจึงได้เริ่มลงทุนกับเทคโนโลยีเพื่อให้เข้ามาช่วยตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลการสื่อสารภายในองค์กร ตรวจสอบวันเวลาเข้าออกและเช็คพิกัดของพนักงานได้แม้ว่าจะต้องอยู่กันคนละที่ ตรวจสอบแม่นยำ ทำให้ข้อจำกัดลดลง สะดวกต่อ Flow การทำงานขององค์กรมากขึ้น

มองหาแอปพลิเคชันช่วย HR จัดการบริหารข้อมูลพนักงานในองค์กร ต้อง HappyWork ทำงานที่บ้าน / เช็คเข้างาน ขาด ลา มาสาย / เบิกค่าใช้จ่าย / ยื่นภาษี / ทำบัญชีเงินเดือน / แจ้งเตือนข่าวสำคัญ / ให้รางวัล

 

  1. Employee Experience – การจัดการองค์กรของ HR ช่วงก่อนโควิดระบาดจนถึงตอนนี้นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในช่วงโควิดระบาดแรกๆ แต่ละองค์กรต้องสัมภาษณ์พนักงานเข้าใหม่ผ่านออนไลน์ มีการประชุมงานแบบ Virtual Meeting ไม่ว่าจะผ่าน Zoom หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ หลายคนคิดว่าเหตุการณ์แบบนี้อาจทำให้พนักงานในองค์กรขาดการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์กันในองค์กร แต่จริง ๆ แล้วการแพร่ระบาดของโควิดนั้นส่งผลดีต่อประสบการณ์การทำงานของพนักงาน ในสหรัฐอเมริกามีผลสำรวจว่าการทำงานระยะไกลจากที่บ้านช่วยเพิ่มระดับการมีส่วนร่วมที่ดีในหมู่เพื่อนพนักงานด้วยกัน ขณะที่บางบริษัทก็พบว่าการประชุมพนักงานออนไลน์แบบเสมือนจริงที่กระตุ้นให้เกิดการสนทนากันแบบจริง ๆ ก็มีประสิทธิภาพไม่ต่างกับการเจอหรือพูดคุยกันแบบต่อหน้า แม้ว่าจะกลับมาทำงานที่ออฟฟิศกันแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงไหน การสื่อสารยังคงเป็นเรื่องสำคัญขององค์กร HR ต้องปรับรูปแบบการสื่อสารที่จะช่วยเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับพนักงานได้ เช่น อาจสร้างพื้นที่การทำงานที่หลากหลายให้เกิดขึ้นภายในองค์กร Sharing Space ที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมของพนักงาน หรือการจัดการ Work Life Balance ให้พนักงานประทับใจและพึงพอใจ เพราะประสบการณ์ที่ดีนั้นส่งผลโดยตรงต่อภาพรวมขององค์กร
  2. Employee Health and Well-being – สุขภาพจิตและสุขภาพกายของพนักงานเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะมีโควิดอยู่หรือไม่ ก็ควรใส่ใจกับสุขภาพของพนักงานให้มากขึ้น เพราะสุขภาพและความรู้สึกที่ดีของพนักงานนั้นเชื่อมโยงกับผลลัพธ์ที่ดีในการทำงานเช่นกัน การลงทุนเพื่อผลประโยชน์ของพนักงานมีแนวโน้มที่จะสร้างความภักดีของพนักงานและเพิ่มการมีส่วนร่วมได้ หลายบริษัทจึงหันมาห่วงใยสุขภาพของพนักงานมีการเตรียมพร้อมกลยุทธ์การดูแลสุขภาพของพนักงานมากขึ้น ในปี 2021 มีแผนที่จะเปลี่ยนแปลงโปรแกรมสวัสดิการของบริษัท นอกจากทำประกันสุขภาพอาจมีการสมัครสมาชิกฟิตเนสเข้ามาเพิ่มให้ด้วย รวมไปถึงดูแลด้านโภชนาการอาหารการกินด้วย และพร้อมทั้งมี Solution สำหรับให้บริการสุขภาพอารมณ์และสุขภาพจิตออนไลน์ หรืออาจเพิ่มทางเลือกให้พนักงานสามารถเลือกสวัสดิการที่ตัวเองสนใจหรือต้องการได้ด้วยตัวเอง ที่เหลือบริษัทซับพอร์ทให้ตามงบประมาณที่มี เป็นการช่วยเพิ่ม Employee Experience ได้อีกด้วย

อีกรูปแบบของการดูแลพนักงานให้มีสุขจิตที่ดี คือให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของพนักงาน แน่นอนว่าพนักงานทุกคนต้องการที่จะเติบโตและก้าวหน้าในบริษัท แต่ปัจจุบันพนักงานส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นจะตอบโจทย์องค์กรได้อย่างไร ไม่รู้ว่าจะพัฒนาตัวเองอย่างไร จริง ๆ แล้วพนักงานทุกคนสามารถ Up Skill การทำงานได้ตลอดเวลา การกำหนดเป้าหมาย OKR หรือ KPI วัดประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันขององค์กร จะช่วยให้ลูกน้องมี Direction ในการทำงานและพัฒนาศักยภาพของตัวเองได้มากขึ้น ในอนาคตอันใกล้เราจะนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้วัดผลในส่วนนี้ ช่วยให้หัวหน้าสามารถ Feedback การทำงานของลูกน้องได้แบบเรียลไทม์ ปรับปรุงได้เลยทันที ไม่ต้องรอตอนประเมินปลายปี แถมยังช่วยลดช่องว่างระหว่างหัวหน้าและลูกน้อง นอกจากนี้ควรส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ให้พนักงานทุกคน ได้แสดงออกทางความคิด เพิ่มการมีส่วนร่วมให้พวกเขาเห็นว่าตัวเองมีคุณค่า ควรยืดหยุ่นและสนับสนุนให้พนักงานคิดนอกกรอบ เพื่อต่อยอดความสร้างสรรค์และอย่าลืมเช็คให้แน่ใจว่าพนักงานของคุณมีความสุขทั้งสุขภาพกายและใจและสนุกกับการทำงานจริง ๆ

เตรียมพบกับ HappyFlex และ HappyGrowth จาก HappyWork ทางเลือกสวัสดิการออฟฟิศ พร้อมตัวช่วยพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานและบริหารความสุขของทุกคนในองค์กรได้เร็วๆ นี้

 

  1. Data-driven – การขับเคลื่อนการทำงานด้วย Data เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรของคุณเติบโตแบบก้าวกระโดด จากสภาพเศรษฐกิจที่ทำให้งบประมาณต้องเปลี่ยนแปลง ขณะที่พนักงานในองค์กรก็กำลังเปลี่ยนไป เป็นความท้าทายใหม่ในการปลูกฝังวัฒนธรรมขององค์กร เมื่อก่อนฝ่าย HR มักมีข้อมูลมหาศาลแต่ไม่ได้ถูกนำมาใช้งานจริง หรือเพียงแต่นำข้อมูลที่มีกรอกใส่ในตารางเพื่อนำไปรวมกับผลงานโดยรวมของบริษัทเท่านั้น แต่ในปีหน้า HR จะต้องรีบปรับตัวและพึ่งพาข้อมูลในการทำงานมากที่สุด เพราะความน่าเชื่อถือของข้อมูลส่งผลให้องค์กรเกิดประสิทธิภาพ ตั้งแต่การตัดสินใจรับพนักงานใหม่เข้าทำงาน สรรหาคนที่เหมาะสมกับงาน การจัดการทรัพยากรให้กับพนักงานในองค์กร การมอบเครื่องมือที่จะช่วยให้พวกเขาได้รับประโยชน์จริง ๆ รวมไปจนถึงการจัดสรรงบประมาณของบริษัท HR ต้องใช้ข้อมูลจากหลากหลายแหล่ง ทั้งในและนอก อาจเป็นข้อมูลที่ได้มาจากการปฏิสัมพันธ์กับพนักงานโดยตรง หรือผ่านแพลทฟอร์มต่าง ๆ  ที่องค์กรใช้เก็บรวบรวมข้อมูลพนักงานไว้ เพื่อนำมาวิเคราะห์และให้ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรม นิสัย ความชอบ แรงจูงใจของคนในองค์กรแบบลึกซึ้งยิ่งขึ้น อาจรวมไปถึงมีโอกาสทำนายพฤติกรรมของพนักงานในอนาคตได้อีกด้วย

ตัวอย่างของ Google องค์กรสากลระดับโลกที่เลิกใช้ตัวชี้วัดแบบเก่า ๆ อย่างเกรดจากมหาวิทยาลัยในการคัดเลือกบุคลากรเข้ามาทำงาน แต่ใช้แนวทาง Predictive Hiring ในการรับสมัครพนักงานใหม่ โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Predictive ของตัวเองในการค้นหาบุคลากร โดยนำการวัดคุณลักษณะสำคัญที่สัมพันธ์กับความสำเร็จในการทำงานมาใช้ แบ่งเป็น 5 Key ได้แก่ Cognitive Skills ทักษะทางการคิดและวิเคราะห์ / Coding Ability ความสามารถด้านโปรแกรมเมอร์ / Leadership ทักษะความเป็นผู้นำ / Humility ความอ่อนน้อมถ่อมตน และ Ownership ความรู้สึกเป็นเจ้าขององค์กร

ทั้งนี้การที่ HR จะนำเทคโนโลยี Predictive Analytics ไปใช้ในตำแหน่งงาน สามารถสร้างความแตกต่างในกระบวนการรับสมัครพนักงาน ตลอดจนถึงขั้นตอนการรักษาพนักงานที่มีความสามารถสูงไว้กับองค์กร โดยสามารถระบุความเป็นไปได้และความเสี่ยง ในการลาออกของพนักงานในระดับบุคคลได้ เป็นต้น

  1. Digital Tracking – เทคโนโลยีการตรวจสอบและติดตามงานแบบดิจิทัลเติบโตอย่างรวดเร็ว และจะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพสูงในอนาคต เมื่อการทำงานแบบคนละที่ของพนักงานยังเป็นเรื่องยากสำหรับหลายองค์กร และทำให้เกิดประเด็นหลายอย่างระหว่างนายจ้างกับลูกน้องตามที่กล่าวไว้ข้างต้น เป็นเรื่องปกติที่หัวหน้างานจำนวนมากต้องการติดตามและตรวจสอบพนักงานของตัวเอง หลายองค์กรได้ลงทุนกับเครื่องมือและเทคโนโลยีที่จะช่วยตรวจสอบพฤติกรรมประจำวันของพนักงานที่จะช่วยให้จัดระเบียบการทำงานในองค์กรได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากขึ้น หลายเครื่องมือติดตามอาจเป็นเรื่องมาตรฐานและมีหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกตรวจสอบการเข้างาน Check in / Check out แจ้งเตือนข้อมูล ไปจนถึงสามารถตรวจสอบการทำงานพนักงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นต้น

เมื่อระดับความสามารถของเทคโนโลยีการตรวจสอบพนักงานในองค์กรเพิ่มสูงขึ้น ยิ่งจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างสิ่งที่ควรทำและควรตรวจสอบ เพราะการตรวจสอบพนักงานนั้นแม้จะทำได้ง่ายแต่ก็อาจเปราะบางและมีช่องว่างเช่นกัน เช่น การใช้เครื่องมือติดตามพนักงานบางอย่างอาจทำให้พวกเขารู้สึกว่าถูกสอดแนมมากเกินไป เกิดความกดดัน ไม่พอใจนายจ้าง นำไปสู่การสร้างความขัดแย้งระหว่างนายจ้างและลูกน้องได้ วิธีการแก้ไขคือการสร้างความไว้วางใจ บอกให้พนักงานรับรู้ถึง “กฎ” ที่มีความโปร่งใส เหตุผลว่าทำไมจึงจำเป็นต้องมีการตรวจสอบ องค์กรของคุณให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือนี้มากแค่ไหน และจะสามารถช่วยส่งเสริมประสิทธิผลของพนักงานได้อย่างไร แน่นอนว่าเมื่อรับทราบกฎแล้วต้องได้รับความสมัครใจจากพนักงานด้วย สุดท้ายแล้วการตรวจสอบที่ดีจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีมาปรับปรุงประสบการณ์ที่ดีของพนักงานต่อไป

HappyWork มากกว่าฟังก์ชั่น HR มาตรฐาน เทคโนโลยีที่ช่วยจัดการข้อมูลพนักงานครบวงจร ~ เช็คเข้างาน ขาด ลา มาสาย/เบิกค่าใช้จ่าย/ยื่นภาษี/ทำบัญชีเงินเดือน/แจ้งเตือนข่าวสำคัญ/ให้รางวัล

 

5 ทักษะดีที่ HR ควรมีและต่อยอดเพื่อสอดรับกับแนวโน้มในอนาคต

  1. Adaptability – ต้องปรับตัวเก่ง ไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง มีความยืดหยุ่นรับมือกับ Crisis ต่าง ๆ ได้ พร้อมก้าวไปข้างหน้า กล้าที่จะล้ม และกลับไปสู่จุดเดิมอย่างรวดเร็วได้
  2. Stronger Communication – เพิ่มการสื่อสารให้มากขึ้น โดยแบ่งปันข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง และหลากหลายรูปแบบ สร้างการสื่อสารของผู้นำมากขึ้น ช่วยให้พนักงานได้รับฟังและมีโอกาสสื่อสารร่วมกัน
  3. Collaborative working team – คนในออฟฟิศมีหลายประเภท ต้องจัดการให้ทุกคนทำงานร่วมกันได้ โดยหัวใจคือความสัมพันธ์ที่ดีของคนในกลุ่ม มีการทำงานแบบร่วมแรงร่วมใจ เป็นหนึ่งเดียว ไม่เก่งเดี่ยว หรือเก่งแค่ทีมเดียว เพื่อให้เป้าหมายหลักขององค์กรสำเร็จ พร้อมทั้งปรับรูปแบบการพัฒนาคนอย่างต่อเนื่อง นำ Digital Tool หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วย สร้างโอกาสทางการแข่งขันให้กับบริษัทมากขึ้น
  4. Emotional Intelligence – เนื่องจากเป็นฝ่ายที่ต้องดีลกับคนจำนวนมาก EQ จึงต้องดี ต้องมีความฉลาดทางอารมณ์สูง ฉลากเลือก ฉลาดจัดการ เข้าใจว่าพนักงานทุกคนมีหน้าที่แตกต่างกันออกไป และต้องเข้าใจตัวเองก่อนที่จะไปรับมือกับความต้องการของคนที่ดีลด้วย
  5. Team Building Online – จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ทีมผ่านช่องทางออนไลน์ให้มากขึ้น นำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้กับกิจกรรมของบริษัทให้เหมาะสม สร้างสังคมออนไลน์ในบรรยากาศสบายๆ ให้พนักงานเกิดความรู้สึกอยากมีส่วนร่วม

โดยอาจจะมี Reward and Recognize การจัดกิจกรรมให้รางวัล สร้างพลัง สร้างแรงจูงใจ ให้กับพนักงานมากขึ้น

หากคุณเป็น HR หรือผู้บริหารที่เตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงตามเทรนด์ทั้ง 5 และมีทักษะที่ดีตาม 5 ข้อที่กล่าวมาเราเชื่อว่าองค์กรของคุณจะพัฒนาและอยู่รอดในทุก ๆ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างสบาย

แต่หากกำลังมองหาผู้ช่วย HR ช่วยจัดการองค์กรให้มีประสิทธิภาพ ลองให้ HappyWork ช่วยคุณดูนะครับ

สมัครวันนี้ทดลองใช้ฟรี 30 วัน! สนใจถามข้อมูลเพิ่มเติม ทักเลย!

💙 FB : https://bit.ly/HWFBinbox

🌐 Website : https://happyworkapp.com/th/signup

📱LINE : @happyworkapp

📞094-149-2529

#HappyWork #WorkLifeHappiness #HRchecklist #HRTrend2021

อ้างอิง : gethownow, youtube, the-future-of-commerce, hrtrendinstitute, forbes, toolbox, stepstraining

[ข่าวประชาสัมพันธ์]


  • 772
  •  
  •  
  •  
  •