• Home
    • News
    • Ad Campaign
    • Media & Advertising
    • Insight
    • Exclusive
    • Startups & SME
    • Digital Life
  • Jobs
    • Jobs List
    • Jobs Package
    • วิธีลงประกาศ
    • วิธีสมัคร company package
    • วิธีชำระ
    • Help
  • facebook.com
  • youtube.com
  • x.com
  • line.me
  • instagram.com
  • tiktok.com
  • rss
Marketing Oops!

Marketing Oops!

Digital | Creative | Advertising | Campaign | Strategy
Marketing Oops!
  • News
    • Viral update
    • Biz & Marketing
    • Brand Movement
    • Agency
    • eCommerce
    • CSR
    • Seminar and Event
    • Jobs update
    • PR News
  • Creative Ad
    • Thai Ad
    • Global Ad
    • Video Ad
    • Campaign Case
    • Design
    • Award
  • Media
    • Traditional media
    • Digital media
    • Social media
    • Mobile
  • Insight
    • Industry Insight
    • Media insight
    • Consumer insight
    • Mobile insight
    • Fast fact
    • Research
    • Stat/Top rank
    • Infographic
  • Exclusive
    • Insider
    • Trending
    • Campaign Case
    • Business case
    • Interview
    • Opinion
    • Career
    • Marketing How To
  • Startups & SME
    • Startups
    • Marketing for SME
    • Inspiration
  • Digital Life
  • Podcast
    • China Market Insights
    • Influencer Marketing
    • MarTech
    • Brand Life
    • The Untold Insights
    • Oops! Unbox Idea
    • When Brand Chemistry Clicks
[expired]-Twitter

สร้างแบรนด์ด้วย Twitter

13 พฤษภาคม 2009 Marketing Oops! Admin
5,051
  1. Marketing Oops!
  2. Media & Advertising
  3. Social media
  4. [expired]-Twitter
      

logo_twitter1ระยะนี้กระแสของการอัพเดตว่า “เรากำลังทำอะไรอยู่” ผ่านทางเครื่องมือที่เรียกกันว่า Micro-blogging อย่าง Twitter, Plurk, Dipity, Yammer (เน้นใช้ในองค์กร) กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ อันนี้ต้องยกเครดิตให้ต้นไอเดียคือ Twitter ด้วยเจ้าตัว Micro-blogging นี่เองที่ทำให้เราสามารถสื่อสารกับคนรอบตัวได้ลึกมากขึ้น ลึกยังไง ลองนึกภาพตามนะครับ

ทุกวันนี้เราสามารถติดต่อสื่อสารกับเพื่อนกับแฟนกันได้หลายทาง จะใช้อีเมล จะเขียนบล็อก หรือจะโทรศัพท์ไปก็ทำได้หมด แต่ว่ามันมีช่องว่างในการสื่อสารอยู่อย่างหนึ่งตรงที่ว่า เราคงไม่เมลไปบอกเพื่อนเราแน่ๆ ว่า “ตอนนี้กินกาแฟอยู่” “ตอนนี้นั่งรอลูกค้าอยู่” เพราะเพื่อนอาจจะงงว่าเราจะส่งไปทำไม และตรงนี้เองที่ Micro-blogging อย่าง Twitter เข้ามามีบทบาทในการสื่อสารในชีวิตประจำวันของเรา มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการส่งข้อความไม่เกิน 140 ตัวอักษรนี่เอง

ทุกวันนี้มีคนใช้ Twitter ทั่วโลกนับล้านราย ทำให้มันกลายเป็นเครื่องมือในการสื่อสารในแบบเฉพาะทาง และด้วยความแตกต่างตรงนี้นั่นเองที่ทำให้นักการตลาดหลายคนสามารถใช้มันเป็นเครื่องมือในการทำการสร้างแบรนด์ให้กับสินค้าและบริการของตัวเองได้ แต่การสร้างแบรนด์ผ่านทาง Twitter นั้นจำเป็นที่จะต้องเข้าใจธรรมชาติของมันสักนิดนึงก่อนว่า

Twitter ค่อนข้างเป็นการสื่อสารระหว่างบุคคล ทำอะไรในรูปแบบของบริษัท ที่ดูเป็นงานเป็นการจะไม่ค่อยเวิร์ค อีกทั้งมันยังมีสไตล์ที่ค่อนข้างเป็นกันเอง ง่ายๆ เหมือนภาษาพูดคุยกับเพื่อน การสร้างแบรนด์ด้วย Twitter ที่น่าสนใจจึงมีอยู่ประมาณ 5 แบบ

1. แจ้งข่าว

ถ้าหากว่าบริษัทของเรากำลังมีข่าวอะไรจะอัพเดตกับคนทั่วไป ก็ใช้ Twitter แจ้งข่าวได้ครับ ถ้าคนที่สนใจในสินค้าและบริการของเรา เขาอยากติดตามเราอยู่แล้ว การแจ้งข่าวแบบนี้ควรทำให้บ่อยหน่อย อย่างน้อยก็วันละครั้ง เพื่อให้สมาชิก Twitter รู้สึกได้ว่าคุณมีความเคลื่อนไหว แต่การแจ้งข่าวก็ต้องเป็นข่าวที่กระทบในระดับบุคคลสักหน่อยนะครับ เช่นมีสินค้าใหม่ออกแล้ววางขายที่ไหน อันนี้พอได้ แต่ถ้าข่าวประเภทโฆษณาชวนเชื่อ หรือออกแนว PR แบบเก่าๆ อันนี้ไม่เหมาะครับ

2. Customer Support

บางทีการตอบคำถามลูกค้าก็ช่วยในการประชาสัมพันธ์ได้เป็นอย่างดีนะครับ อย่างเช่นถ้าหากว่าเราเป็น Home Depot แล้วเราเข้าไปใน Twitter เปิดให้คนถามเรื่องการซ่อมแซมบ้านทำอย่างไร เราก็เข้าไปตอบคำถามลูกค้า เช่น ลูกค้าถามว่า “ประตูห้องน้ำเสียจะแก้ไขเบื้องต้นยังไงได้บ้าง” เราก็ตอบคำถามลูกค้าทางนี้พร้อมกับลิงค์ภาพและวิธีการซ่อมแซมประตูในเว็บของเราทาง Twitter นอกจากจะแก้ปัญหาให้ลูกค้าจนพอใจได้แล้ว ลูกค้ายังอาจติดต่อเราเพื่อซื้อสินค้าของเราเพิ่มเติมอีกก็ได้ อันนี้ที่อเมริกาเขามีอยู่จริงๆ นะครับ ลองเข้าไปดูกันได้ที่ http://twitter.com/TheHomeDepot

3. Feedback

บางทีถ้าหากว่าเรานั่งรอลูกค้าโทรมาหาเราอย่างเดียวทางโทรศัพท์ก็พอได้นะครับ แต่จะดีมากถ้าหากว่าเรามีทีมงานที่คอยตอบ คำถามลูกค้าแบบสั้นๆ ง่ายๆ ทาง Twitter ที่ตอบได้เลยทันที ไม่ต้องให้ลูกค้าต้องมานั่งคอยเรา หรือนั่งฟังเครื่องตอบรับ “กดหนึ่งเพื่อเลือกบริการ กดสองตามด้วยเครื่องหมายดอกจัน” อันนี้เห็นบางบริษัทในเมืองไทยทำกันแล้ว

4. มี Special Offer ให้บ้าง

ถ้าหากว่าบังเอิญคุณมีอะไรพิเศษ เช่น ลดราคาสินค้าพิเศษ (จริงๆ นะครับ ไม่ใช่ลดกันทุกเดือน) ที่เราคิดว่าน่าจะแรงพอที่คนจะสนใจและตัดสินใจทันที เช่นลด 70% ล้างสต๊อก หรือรับสิทธิ์จอง iPhone ก่อนใคร แบบนานๆ ที แล้วลูกค้าจะรู้สึกว่าคุณให้ความสำคัญกับเขาจริงๆ ไม่ใช่สักแต่โฆษณา

5. ข้อความบ้าๆ

ส่งข้อความที่ทำให้สนุกและเป็นกันเองเข้าไว้ อาจไม่ต้องเกี่ยวกับสินค้าและบริการของเราเลยก็ได้ โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบ้านเราค่อนข้างเรียกร้องความเป็นกันเองสูงมากกว่าประเทศอื่นๆ ถ้ากลุ่มเป้าหมายของคุณเป็นคนไทย อันนี้ขอแนะนำครับว่าบางทีมันต้องมีลูกบ้ากันบ้างครับ

อย่างผมเองปกติเคย “Tweet” แต่เรื่องของบริษัทวันนึงพอเปลี่ยนมาเป็นเรื่องการ์ตูนที่พนักงานที่บริษัทดูกันตอนพักเที่ยง ปรากฏว่ามีคนสนใจเพียบเลย ทั้งที่ไม่เกี่ยวกับสินค้าและบริการเลยแต่ลูกค้าจะรู้สึกได้ว่าเรามีชีวิตจิตใจ มีลูกบ้า และที่สำคัญเขาอาจรู้สึกว่าเราเข้าถึงได้ง่าย ไม่ได้อยู่ในแบบของการพูดคุยกับฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัท แต่เขากำลังคุยกับคนคนนึงที่มาจากบริษัทนี้ และคนคนนี้ก็เป็นคนธรรมดา

แต่ท้ายที่สุด Twitter ก็เป็นเพียงเครื่องมือในการสื่อสาร หัวใจสำคัญของการสื่อสารอย่างไรก็ยังเป็นเรื่องของเนื้อหาที่เราต้องการ เราต้องทำความเข้าใจกับธรรมชาติของมันเท่านั้นเอง สำหรับบริษัทที่เน้นเรื่องความน่าเชื่อถือ และภาพลักษณ์ที่เคร่งขรึม Twitter ก็อาจจะไม่ใช่เครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับเราก็ได้ครับ อันนี้ต้องพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป

กรณีศึกษา Starbucks

ที่ Starbucks ในอเมริกาจะมีพนักงานคอยตอบคำถามลูกค้าอยู่ โดยทางบริษัทจะใช้ Twitter
เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงลูกค้าอีกทางหนึ่ง เพราะมีทีมงานอยู่แล้ว ก็เพียงจัดเอาพนักงานบางส่วนมาคอยตอบคำถามทาง Twitter เพิ่มเติม โดยพนักงานของ Starbucks จะมีวิธีการตอบ รวมถึงการชวนลูกค้าคุยว่า ส่วนตัวแล้วเขาชอบดื่มกาแฟแบบไหน ใส่กาแฟกี่ช้อน ทำงานสาขาอะไร ถึงแม้ว่าภาพลักษณ์ในหน้าโปรไฟล์มันจะดูออกเป็น Corporate แต่ถ้าเราคุยแบบเป็นกันเอง ดูสบายๆ ทุกอย่างก็จะเป็นไปได้ด้วยดี ความรู้สึกที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ก็จะสอดคล้องกับที่ Starbucks วางไว้คือ สบาย รีแลกซ์ เป็นกันเอง เหมือนลูกค้าคุยกับคนนะครับ ไม่ได้คุยกับหุ่นยนต์

twitter_starbucks

นอกจากนี้ทาง Starbucks ยังเปิด Twitter Account อีกอันเพิ่มที่ชื่อว่า http://twitter.com/MyStarbucksIdea ที่ใช้สำหรับให้ลูกค้าเสนอฟีดแบ็กเข้ามา ส่งลิงค์ไปที่ http://mystarbucksidea.force.com เว็บที่ลูกค้าสามารถร่วมกับบริษัทในการปรับปรุงบริษัทอีกด้วย

twitter_starbucks_ieda

Tips & Tricks

  • คำนึงถึงคาแร็กเตอร์ของแบรนด์ของเราให้ดีว่าเราเหมาะจะใช้ Twitter หรือไม่ สินค้าบางอย่างอาจจะเหมาะกับ Twitter อย่างเช่น เราเป็นสปา เพราะเน้นการพูดคุยอย่างเป็นกันเอง สบายๆ ให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลายกับแบรนด์
  • ใช้สีแบ็กกราวนด์ของหน้า Twitter ของเราให้สอดคล้องกับสีของแบรนด์เรา
  • สร้างลิงค์จากหน้าโปรไฟล์ไปที่เว็บไซต์ของเรา เพราะมันคือการโฆษณารายละเอียดของสินค้าและบริการของเราแบบไม่ยัดเยียด
  • พยายามอย่าส่งข้อความอะไรที่ไม่มีประโยชน์ต่อคนอ่าน ยกเว้นว่าคุณต้องการสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ในแบบที่คุณต้องการให้เป็น
  • สื่อสารด้วยภาษาพูด อย่าใช้ภาษาทางการแบบ Corporate

Source:
จักรพงษ์ คงมาลัย
อดีตคนข่าวจาก manager.co.th และเว็บนิตยสารในเครือผู้จัดการอย่าง marsmag.net ที่ผันตัวเองเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตด้วยการสร้างเว็บไซต์คนไทยในต่างแดนทั้งในออสเตรเลียและสิงคโปร์ เคยร่วมพัฒนาสมุดหน้าเหลืองออนไลน์ กับบริษัทเทเลอินโฟ มีเดีย ปัจจุบันจักรพงษ์กำลังสนุกกับการร่วมงานกับบริษัทอินเทอร์เน็ตชั้นนำของโลกอย่าง Yahoo! ในตำแหน่ง Community Manager คุณสามารถติดต่อกับเขาได้ทาง jakrapong.com หรือ jakrapong@ymail.com


      
      

Related posts:

No related posts.

  • TAGS
  • Micro Blogging
  • social media marketing
  • Twitter marketing
  • การตลาด Twitter
  • สร้างแบรนด์
Marketing Oops! Admin

LATEST STORIES

  • วิธีคิดสร้างธุรกิจด้วย Content Commerce ของ Whitelab ปั้นทีมไลฟ์ 24 ชั่วโมง ทำยอดขายเดือนละ 50–60 ล้านบาท 5 พฤศจิกายน 2026
  • 8 Insight พฤติกรรมดิจิทัลคนไทย ปี 2027 ที่นักการตลาดต้องรู้! คนไทยออนไลน์ 94.6% LINE ยังโต TikTok Ad Reach พุ่ง 24.2% แต่ Facebook ลดลง 5 พฤศจิกายน 2026
  • โลกการเงินยุคใหม่ LINE BK ใช้ AI ประเมินสินเชื่ออย่างไรให้เข้าถึงทุกคนได้อย่างแท้จริง 5 พฤศจิกายน 2026
  • OpenAI เปิดตัว ChatGPT Images 2.6 สร้างภาพเร็วขึ้น 50% เปลี่ยนภาพนิ่งเป็น GIF ได้ พร้อมแก้ไขภาพได้แม่นยำกว่าเดิม 5 พฤศจิกายน 2026
  • ถ้าโฆษณาไม่มี “บุ๋ม” คนจะยังจำ “เบนเนท” ได้ไหม? โจทย์ของแบรนด์เมื่อคนเรียกติดปากว่า “สบู่บุ๋ม” กลายเป็นบทเรียนให้นักการตลาด-แบรนด์ 5 พฤศจิกายน 2026
  • สรุป! 5 ขั้นตอนใช้ ChatGPT Ads ก่อนเทศกาลช้อป คำแนะนำจากทีม OpenAI ตั้งแต่เตรียมความพร้อม, เปิดแคมเปญ, ตั้ง Goal, วัดผลไปจนถึง Optimize 5 พฤศจิกายน 2026
  • Engagement คืออะไร? อ่านพฤติกรรมผู้บริโภคให้ขาด วัดผลคอนเทนต์ให้เป็น 5 พฤศจิกายน 2026

MarketingOops!JOBS

View More

TRENDING STORIES

  • สอนวิธีใช้ Claude ทำละคร AI เอาชีวิตรอดที่กำลังไวรัลใน TikTok อธิบายหลักการ พร้อมแจก Skill เอาไปใช้ทำตามได้เลย (2,876)
  • Tetra Pak ชู Tetra Recart เจาะโอกาส Wet Pet Food ด้วยบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษที่ตอบโจทย์ทั้งแบรนด์และผู้บริโภค (2,660)
  • รู้จัก ArtCraft โปรแกรมกราฟฟิคทางเลือกแทน Adobe Photoshop Illustrator Premiere Pro ที่กำลังไวรัล คนลองใช้แล้วเป็นยังไงบ้าง? (1,901)
  • จระเข้ ลุยทลายความเชื่อ “ซ่อมพื้นต้องรื้อ” พลิก Consumer Insight สู่โซลูชั่นสู้ปม “พื้นผิว ล่อน กร่อน พัง” (1,235)
  • วิธีทำ 3D Animation ด้วย Claude Opus 5.5 จาก Prompt เดียว พร้อมแจก Template 3 รูปแบบ (1,125)
  • ภาพประกอบหน้าจอกรอก Invite Code และตัวอย่างโปรไฟล์บริการบน Fastwork.comสรุปปรากฏการณ์คนแห่แจก Invite Fastwork.com ทำไมคนทำงาน คนทำธุรกิจกลัวตกขบวน อธิบายแบบเข้าใจง่าย (844)
  • สมาชิกวง BUS ทั้ง 12 คนในชุดบาริสต้า Café Amazon ภายในร้านCafé Amazon เปิดตัววง BUS เป็นพรีเซนเตอร์ใหม่ เจาะ Gen Z ด้วยแคมเปญ “BE CUP OF YOU, I SHINE” เปลี่ยน 12 เมนูเครื่องดื่มเป็นตัวแทน 12 คาแรกเตอร์ (829)

BUSINESS CASE

วิธีคิดสร้างธุรกิจด้วย Content Commerce ของ Whitelab ปั้นทีมไลฟ์ 24 ชั่วโมง ทำยอดขายเดือนละ 50–60 ล้านบาท

5 พฤศจิกายน 2026

ทำไม “อิงอร” ต้องสร้าง IngOn Lab เปิดเบื้องหลังสร้างแบรนด์ใหม่ที่เอาพฤติกรรม ‘อาบน้ำเร็ว–อาบน้ำใหญ่’ มาเป็นโจทย์ธุรกิจ หวังเจาะตลาดคนเมือง

4 พฤศจิกายน 2026

เมื่อดีไซน์ของแบรนด์ กลายเป็นต้นแบบให้ทั้งอุตสาหกรรม จนต้องกลับมาต่อสู้เพื่อรักษาสิทธิในผลงานของตัวเอง เรื่องราวของ Fender Stratocaster

4 พฤศจิกายน 2026

จากก๋วยเตี๋ยวเรือสู่ต้มยำ–ลูกชิ้นแคะ “เกศเตี๋ยว” เดินเกมครองมื้อประจำ ชูเกี๊ยวฟรี ดันพอร์ตอาหารไทยโต 30%

3 พฤศจิกายน 2026

MK Group ขอเพิ่มเส้น! ดึง TORA RAMEN จากฮอกไกโด เปิดเกมหารายได้เพิ่มนอกหม้อสุกี้

31 ตุลาคม 2026
View More

PR NEWS

bpositive แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพสัญชาติออสเตรเลีย ขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่สร้างคุณค่าสู่สังคม ผ่านโครงการ “buy1help1”

5 พฤศจิกายน 2026

AIS ยกระดับสัญญาณ 5G ข้ามทะเลไทย เชื่อมต่อไกลถึงเกาะ! รายแรกในอาเซียนที่นำเทคโนโลยี Sub-1 GHz Massive MIMO มาใช้ขยายสัญญาณไกลถึง 60 กม. รับฤดูท่องเที่ยวปลายปี

5 พฤศจิกายน 2026

Fortal Entertainment เขย่าตลาด! ธุรกิจละครแนวตั้งเมืองไทย ผุด 3 ผลิตภัณฑ์ ภายใต้แนวคิด “เจนจินตนาการ” ตอกย้ำผู้ผลิตแอปพลิเคชันละครแนวตั้ง AI ยืนหนึ่งในไทย ดันคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดโลก

5 พฤศจิกายน 2026

ไอคอนสยาม ปักหมุดแลนด์มาร์กความสุข “ICONSIAM DREAMLAND” ปลุกพลังจินตนาการให้คุณหนูๆ 6–8 พ.ย. นี้ ที่ Education Zone ชั้น 5

5 พฤศจิกายน 2026

แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดตัว ลา เรสซิเดนซ์ ภูว่าว อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น รีสอร์ต แอนด์ สปา หลวงพระบาง

4 พฤศจิกายน 2026
View More
Marketing Oops! Facebook
  • facebook.com
  • youtube.com
  • x.com
  • line.me
  • instagram.com
  • tiktok.com
  • rss

MARKETING OOPS!

Advertise with us   |   Contact Us

MarketingOops.com was launched in Nov 2008, The number 1 leading digital media and advertising 's publisher in Thailand, to report on an emerging media and digital marketing industry.
The web site covers digital marketing, trends advertising, campaign creative ideas, media, mobile and technology.

Our Partners

Marketing Oops! | © Copyright All right reserved | Discliamer & Policy
Top
imunify-bot-check
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อนำเสนอคอนเทนต์และโฆษณาที่ท่านอาจสนใจเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์ของเราต่อไปโดยไม่ได้ปรับการตั้งค่าใดๆ เราเข้าใจว่าท่านยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์ของเรา