103.58.148.118

Biz & Marketing news

Ξ Leave a comment

เมื่อห้างต้องมีมากกว่าเมอร์ชันไดซ์ ‘CPN’จึงเร่งเพิ่มแม็กเนตใหม่ให้ ‘เซ็นทรัล’ เป็นDestination และ Community ที่ลูกค้าต้องมา

posted by  768 views

พายุดิจิทัลที่กำลังถาโถมในปัจจุบันได้สร้างผลกระทบให้หลายต่อหลายธุรกิจ รวมถึงธุรกิจศูนย์การค้า ซึ่งจะเห็นจากข่าวการทยอยปิดสาขาและเลิกจ้างงานของศูนย์การค้าในต่างประเทศหลาย ๆ แห่ง  ขณะที่ในไทยเองแม้ยังไม่เห็นภาพดังกล่าว แต่ก็เป็นการส่งสัญญาณเตือนให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัว ก่อนโดน Disrupt

สำหรับบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด(มหาชน) หรือ CPN ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัล หนึ่งในบริษัทของกลุ่มเซ็นทรัล นอกจากจะเดินตามยุทธศาสตร์ NEW CENTRAL,NEW E-CONOMY ในการก้าวสู่ Tech company ที่จะเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและ Digi-Lifestyle Platform ตามวิสัยทัศน์ที่ทาง ‘ทศ จิราธิวัฒน์’ ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัลประกาศไปเมื่อไม่นานนี้

สิ่งที่พยายามทำ เพื่อฝ่าวงล้อมของพายุดิจิทัลที่พัดกระหน่ำเข้ามา ก็คือ การสร้างศูนย์การค้าเซ็นทรัลให้เป็น Destination และ Community  ที่ลูกค้าต้องมา ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหม่ที่ผู้ประกอบการศูนย์การค้าต้องคิด

เธ”เธฃ. เธ“เธฑเธเธเธดเธ•เธ•เธดเนŒ 2

“มีแต่เมอร์ชันไดซ์เพียงอย่างเดียวเอาไม่อยู่ เพราะตอนนี้ลูกค้าจะซื้อที่ไหนก็ได้ ดังนั้น คนที่ทำศูนย์การค้าที่เก่งและอยู่รอดได้ ต้องดึงกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มเข้ามาใช้ชีวิตในศูนย์ให้ได้ ไม่เช่นนั้นเราจะเจอปัญหาเหมือนกับที่ห้างหลายห้างในต่างประเทศต้องปิดสาขาหรือเลิกจ้างงานแบบตอนนี้” ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานตลาด CPN กล่าว

 เติมแม็กเนต เพิ่ม Catchment Area

สำหรับการสร้างให้เซ็นทรัลเป็น Destination และ Community ที่ลูกค้าต้องเข้ามาใช้ชีวิตภายในศูนย์ ทาง CPN ให้ความสำคัญกับการสร้างแม็กเนตใหม่ในแต่ละศูนย์ ซึ่งแม็กเนตที่ว่า มีทั้งการดึงพาร์ทเนอร์เข้าไปเปิดธุรกิจภายในศูนย์หรืออาจเป็นความร่วมมือในรูปแบบต่าง ๆ รวมไปถึงทาง CPN เองก็พยายามจัดกิจกรรมและอีเวนท์ ที่แต่ละปีเฉพาะมีไม่ต่ำกว่า 1,000 กิจกรรม

เป้าหมาย เพื่อขยายพื้นที่เป้าหมาย(Catchment Area) ของแต่ละศูนย์ให้กว้างและเพิ่มขึ้นกว่าเดิม

โดยรูปแบบนี้จะเห็นได้จากการที่เซ็นทรัลพลาซ่า เวสต์เกต ได้ Big Bang Magnets อย่าง ‘อิเกีย’ ร้านเฟอร์นิเจอร์ดังระดับโลกที่กำลังจะเปิดตัวสาขาใหม่ คือ สาขาบางใหญ่ในวันที่ 15 มีนาคมนี้มาทำการตลาดร่วมกันแบบ Project by Project ด้วยงบกว่า 120 ล้านบาท เพื่อดึงกลุ่มคนทำงาน กลุ่มคนโสด และวัยรุ่นที่มีไลฟ์สไตล์ทันสมัยให้เข้ามาภายในศูนย์เพิ่มขึ้น นอกเหนือจากกลุ่มเป้าหมายหลักอย่างกลุ่มครอบครัว

aw ol ikea Billboard_resize

ความร่วมมือครั้งนี้ ตั้งเป้าจะเพิ่มยอดทราฟฟิกในวันธรรมดาจาก 65,000 คน/วัน เป็น 75,000-85,000 คน/วัน ส่วนในวันหยุดจะเพิ่มจาก 100,000 คน/วัน เป็น 130,000-140,000 คน/วัน

ขณะเดียวกัน ก็ได้มีความร่วมมือกับทาง บีอีซี-เทโร ในการนำ family event อย่าง ‘Ninja Maze…The Big Adventure’ การผจญภัยฝ่าค่ายกลนินจา มาจัดที่เซ็นทรัลพลาซ่า เวสต์เกต ตั้งแต่  17 มีนาคม- 31 พฤษภาคมนี้ เพื่อต้อนรับเทศกาลปิดเทอม

หรือเห็นได้จากกรณีที่เซ็นทรัลเฟสติวัล ภูเก็ต ซึ่งทาง CPN ได้ร่วมกับบริษัท ไร้ท์แมน ผู้บริหารโครงการไดโนซอร์ แพลนเน็ต มาพัฒนา ‘ไตรภูมิ อัศจรรย์สามโลก’  ธีมพาร์คที่ถูกดีไซน์ให้มีความสนุก มีการผญจภัย พร้อมสอดแทรกความเป็นไทยเข้ามาเป็นจุดขาย สำหรับดึงนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ

 “การเติมแม็กเนตใหม่ ๆ เราพบว่า สามารถเพิ่ม Catchment Area ได้ถึง 30% ถ้าดูดี ๆ ที่ผ่านมาเราดึงเรื่องการศึกษา ไลฟ์สไตล์ การดีไซน์ ตลอดจนสร้างกิจกรรมและอีเวนท์ขึ้นมาตลอดเวลา เพื่อดึงคนในแต่ละกลุ่มเข้ามาในศูนย์เพิ่มขึ้น ซึ่งกิจกรรมหรืออีเวนท์ต้องมีการปรับปรุงตลอด ต้องใหม่ และสนุก เพราะคนขี้เบื่อ เป็นอีกโจทย์ที่แต่ละปีต้องมีการลงทุนอีกเยอะ”

ตั้งเป้าปักธง Super Regional Mall 4 มุมเมือง

DCIM100MEDIA

นอกจาก เซ็นทรัลพลาซ่า เวสต์เกต จะเป็นตัวอย่างสำคัญในความพยายามของ CPN ในการปั้นให้ศูนย์การค้าเป็น  Destination และ Community เพื่อดึงลูกค้าต้องมาใช้ชีวิตแล้ว อย่างที่ทราบกันคือ ยังถูกวางให้เป็น Super Regional Mall ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นเกตเวย์ที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งกรุงเทพฯตะวันตก ด้วยขนาดพื้นที่ 5 แสนตารางเมตร มีมูลค่าโครงการ 14,000 ล้านบาท

ดร.ณัฐกิตติ์กล่าวว่า ยังถือเป็นโมเดลที่ประสบความสำเร็จ เพราะเปิดมาประมาณปีกว่า ก็สามารถมีทราฟฟิกได้ราว 100,000 คน/วัน และยังติด Top 3 ศูนย์การค้าที่ทำรายได้สูงสุดให้กับทาง CPN รองจากเซ็นทรัลเวิล์ด และเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว

นอกจากนี้ด้วยเทรนด์การขยายตัวของเมืองไม่ได้จำกัดอยู่ในเฉพาะกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่จะเป็นในรูปแบบ Satellite Town หรือเมืองบริวาร ที่จะขยายไปตามแนวรถไฟฟ้า และตามการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ใน 4 มุมเมืองหลักทางตะวันตก ตะวันออก เหนือ และใต้ ทำให้ CPN มีแผนจะสร้าง Super Regional Mall ในมุมเมืองใหญ่ที่เหลือ ได้แก่ ตะวันออก เหนือ และใต้

โดยการสร้าง Super Regional Mall  ต้องสร้างในทำเลที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ระดับ 5 แสนตารางเมตรขึ้นไป ที่สำคัญทำเลดังกล่าวต้องมีประชากรมากกว่า 10 ล้านคน และประชากรต้องมีรายได้ต่อเดือนอยู่ที่ 30,000 บาทขึ้นไป

ส่วนจะเป็นที่ไหน และเมื่อไรนั้น ต้องคอยติดตามกัน แต่ที่แน่ ๆ มีผู้ประกอบการศูนย์การค้าหลายแห่งเริ่มจะขยับมาขยายสาขาในรูปแบบนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ฟิวเจอร์รังสิต กับโปรเจ็ค ‘ฟิวเจอร์พาร์ค ซิตี้’รวมถึง ‘แบงค็อกมอลล์’ อภิมหาโปรเจ็คของกลุ่มเดอะมอลล์ บนพื้นที่ 6 แสนตารางเมตรใกล้กับสี่แยกบางนา ที่มีแผนจะเริ่มก่อสร้างช่วงครึ่งหลังของปี 2561

Copyright© MarketingOops.com

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

User Name: Lupang

FB Comments

Related Posts

No Related Posts

Leave a Reply


7 + five =

Recent Posts

Facebook