เรียนรู้ ‘โอกาส’ จากมุมมองนักลงทุน HNWIs ผ่านบทเรียนปี 2564 สู่คัมภีร์บริหารความมั่งคั่งปี 2565 ของ KBank Private Banking และ Lombard Odier

  • 1.2K
  •  
  •  
  •  
  •  

 

แม้จะอยู่ในช่วงเวลาใดสถานการณ์ไหน มิติของการลงทุน ก็เป็นเรื่องที่ต้องศึกษาความเสี่ยงและยอมรับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะในสถานการณ์ COVID-19 ยิ่งต้องยอมรับว่าภาคการลงทุนมีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ เพราะมีหลายปัจจัยส่งผลกระทบ จึงทำให้นักลงทุนต้องติดตามข้อมูลและพิจารณาอย่างรอบคอบเป็นพิเศษ

จากประเด็นนี้ ทำให้ KBank Private Banking ออกมาย้ำบทบาทการเป็นที่ปรึกษาด้านการลงทุน ด้วยความร่วมมือกับ Lombard Odier พันธมิตรทางธุรกิจ หนึ่งในผู้ให้บริการไ​พรเวทแบงค์ระดับโลก ที่ให้บริการมาอย่างยาวนานที่สุดในกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในการเปิดเผยข้อมูลจากการศึกษากลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง (HNWIs) 620 ราย ใน 8 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน และไทย กับประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับการรับมือผลกระทบจากโรคระบาดที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งส่งผลให้เกิดสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคยและไม่แน่นอนต่อการลงทุน

ภายใต้ผลการศึกษาหัวข้อ การมองหาโอกาสการลงทุนใหม่ ท่ามกลางความไม่แน่นอน ซึ่งสำรวจความต้องการและมุมมองของกลุ่ม HNWIs ในเอเชียว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรท่ามกลางวิกฤต COVID-19 ลองดูไปพร้อมกันว่า เราเห็น Insight อะไรจากรายงานฉบับดังกล่าวโดยเฉพาะมุมมองของ HNWIs ในประเทศไทย กับ 3 ประเด็นที่นักลงทุนให้ความสนใจอย่างเรื่องความยั่งยืน การลงทุน และครอบครัว

 

‘ความยั่งยืน’ มุมมองเชิงบวกที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุน

รายงานฉบับดังกล่าวระบุว่า HNWIs ได้แสดงความเชื่อมั่นที่ชัดเจนและมีทัศนคติที่ดีต่อการลงทุนอย่างยั่งยืน และเห็นความสำคัญต่อความเร่งด่วนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Economy) แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงจาก วัตถุประสงค์ที่น่ายกย่อง เป็น โอกาสในการสร้างผลตอบแทนทางการเงิน โดยผู้ร่วมตอบแบบสอบถามมองว่าการลงทุนอย่างยั่งยืนจะสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าได้

ทั้งนี้ นักลงทุนชาวไทยเป็นกลุ่มที่มีมุมมองเชิงบวกมากที่สุดในประเด็นความยั่งยืน โดย 80% พิจารณาเรื่องความยั่งยืนในการตัดสินใจลงทุน ขณะที่ 61% เชื่อว่าการพิจารณาปัจจัยด้านความยั่งยืนจะช่วยให้ได้ผลตอบแทนที่เหนือกว่า และ 54% ได้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนอย่างยั่งยืนในพอร์ตลงทุนของพวกเขาแล้ว นอกจากนี้ ผู้ที่ไม่ได้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนด้านความยั่งยืนราว 65% ก็ตั้งใจที่จะเพิ่มสัดส่วนในอนาคตอันใกล้ด้วย

 

‘การลงทุน’ 2 เทรนด์สูสี ท้องถิ่นกำลังแรง vs เศรษฐกิจโลกยังแกร่ง

ความน่าสนใจอยู่ที่ HNWIs ในออสเตรเลีย ฮ่องกง และสิงคโปร์ ต่างมองว่าโลกมีความเป็นท้องถิ่นนิยมมากขึ้นและลดความเป็นสากลนิยมลง ขณะที่ HNWIs ในอินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และไทย ยังคงมีความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจโลก ความแตกต่างระหว่างตลาดภายในประเทศตอกย้ำให้เห็นความสำคัญของธนาคาร ดังนั้น ความสามารถของที่ปรึกษาการลงทุนในประเทศกับการกระจายพอร์ตลงทุนไปต่างประเทศจึงยังมีความสำคัญอย่างมาก

มี HNWIs 43.5% ที่ตอบแบบสอบถามระบุว่าตลาดหุ้นเติบโตสูงเกินไปและใกล้จะปรับฐาน ขณะที่ 31.4% รู้สึกว่าตลาดยังเติบโตต่อเนื่อง ดังนั้น นักลงทุนจึงต้องการคำแนะนำจากธนาคารและผู้เชี่ยวชาญเพื่อแนะแนวทางการลงทุน ซึ่งกลุ่ม HNWIs มีความยินดีที่จะใช้บริการธนาคารเพื่อช่วยบริหารจัดการพอร์ตลงทุนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม HNWIs เกือบทุกตลาดต่างมีความกังวลว่าอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งบางตลาดต้องการเครื่องมือการลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยง นอกจากนี้ HNWIs ที่ตอบแบบสอบถามยังมีความเห็นตรงกันว่า ภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำจะยังคงอยู่อีกนาน

 

‘ครอบครัว’ ปัจจัยที่เป็นทั้งความท้าทายและโอกาส

ประมาณ 60% ของ HNWIs ที่ตอบแบบสอบถามระบุว่า วิกฤต COVID-19 ทำให้พวกเขาคิดทบทวนบางประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับการบริหารจัดการทรัพย์สินของครอบครัว อย่างไรก็ตาม กว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามยังไม่ได้เริ่มทบทวนประเด็นดังกล่าว จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่ธนาคารจะนำเสนอบริการด้านบริหารจัดการทรัพย์สินครอบครัวแก่พวกเขา

 

ผ่านความท้าทายมาสู่ความสำเร็จ กับการบริหารความมั่งคั่งในปีที่ผ่านมา

หากจะย้อนมองความสำเร็จในปี 2564 ของ KBank Private Banking ก็ต้องบอกว่าน่าสนใจอย่างมาก เพราะแม้ว่าการลงทุนในปีที่ผ่านมาจะไม่สดใส ตลาดมีความอ่อนไหวจากข่าวสารและสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน KBank Private Banking จึงได้แนะนำนักลงทุนให้เน้นการกระจายความเสี่ยงด้วยการลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ รวมถึงสินทรัพย์ทางเลือกอื่น ซึ่งทำให้สามารถสร้างผลตอบแทนอย่างโดดเด่น ผ่าน 18 จาก 25 กองทุนที่แนะนำให้ลูกค้าลงทุนใน K-ALPHA โดยแบ่งเป็น 4 จาก 5 ใน Core port ที่เน้นกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์หลักทั่วโลก และจัดสรรการลงทุนแบบคำนึงถึงความเสี่ยง และ อีก 14 จาก 20กองทุนใน Satellite ซึ่งมี 3 ธีมการลงทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่น ได้แก่

 

 

 

Winner of the new economy (ผู้ชนะในยุคเศรษฐกิจใหม่)

เช่น กองทุน K-CHANGE ลงทุนในบริษัทที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ตามเป้าหมายของ UN, กองทุน K-HIT ลงทุนในธุรกิจแห่งโลกอนาคตที่ได้รับอิทธิพลจาก Megatrends และกองทุน ONE-UGG ลงทุนในธุรกิจที่มีนวัตกรรมหรือการปรับตัวเพื่อตอบรับกับผู้บริโภคในอนาคต

Policy Driven for Better World (ธุรกิจที่มีนโยบายขับเคลื่อนเพื่อโลกที่ดีกว่า)

เช่น กองทุน K-CLIMATE ลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการช่วยลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ กองทุน K-GINFRA ลงทุนในภาคอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานในสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับอานิสงค์จากแผนการพัฒนาโครงสร้างครั้งใหญ่ของประธานาธิบดีไบเดน

Laggard & Cyclical Upturn (กลุ่มธุรกิจที่เติบโตตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ)

เช่น กองทุน K-EUROPE ลงทุนในหุ้นยุโรปที่มีโอกาสเติบโตสูง เช่น กลุ่มเทคโนโลยีและเฮลท์แคร์, กองทุน K-EUSMALL ลงทุนในบริษัทขนาดเล็กในตลาดยุโรป เช่น ภาคอุตสาหกรรม การเงิน อุปโภคบริโภค และเทคโนโลยี, กองทุน ONE-GLOBFIN เน้นกระจายการลงทุนหุ้นในกลุ่มการเงินที่มีคุณภาพทั่วโลก และกองทุน K-JP เน้นลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นโดยไม่จำกัดขนาดและหมวดอุตสาหกรรม

โดยนอกเหนือจากผลงานในการให้คำแนะนำด้านการลงทุน KBank Private Banking ยังให้บริการครอบคลุมมิติอื่น ได้แก่

Family Wealth Planning Service (บริการที่ปรึกษาด้านการบริหารสินทรัพย์ครอบครัว)

จากสถานการณ์ COVID-19 ทำให้หลายครอบครัวเริ่มเปิดรับและเห็นความสำคัญในการวางแผนบริหารสินทรัพย์ครอบครัวมากขึ้น ทั้งแผนระยะสั้นเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ไปจนถึงแผนการในระยะยาว โดยในปี 2565 มีแผนที่จะเพิ่มบริการในเรื่องการช่วยจัดตั้งสำนักงานครอบครัว (Family Office) เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินกิจธุระและธุรกรรมต่างๆ งานด้านสาธารณกุศล (Philanthropy) โดยนำองค์ความรู้จากพันธมิตร Lombard Odier มาปรับใช้เพื่อยกระดับองค์กรสาธารณกุศลของไทย รวมถึงการให้ความรู้ลูกค้าเกี่ยวกับการลงทุนตามความชอบ (Passion Investment) เช่น การสะสมงานศิลปะ พระเครื่อง เป็นต้น

Real Estate Advisory Service (บริการที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์)

พบว่า ลูกค้ายังกังวลเกี่ยวกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จากที่ดินกว่า 90% ที่ลูกค้าถือครองเป็นที่ดินที่ยังรอและยังไม่พร้อมพัฒนา ทำให้ต้องเสียภาษีในอัตราสูง ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ Land Loan for Investment จึงได้รับความสนใจจากลูกค้าจำนวนมาก และยังเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มสินทรัพย์ภายใต้การจัดการของธนาคาร โดยในปีนี้มีลูกค้ากว่า 145 รายให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการ โดยอนุมัติวงเงินไปแล้วทั้งสิ้นประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท และอยู่ระหว่างดำเนินการอีกกว่า 9 พันล้านบาท

Non-capital Market Solutions (บริการที่ปรึกษาและโซลูชั่นนอกตลาดทุน)

ที่ได้ให้คำแนะนำลูกค้าที่ต้องการขยายธุรกิจผ่านการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อการขยายกิจการและต่อยอดกำไร โดยเป็นตัวกลางในการเจรจาในการระดมทุน โดยในปีนี้ ได้ช่วยระดมทุนให้ธุรกิจ SME ของลูกค้าไปกว่า 4.5 พันล้านบาท รวมไปถึงการให้คำแนะนำการลงทุนในกลุ่มสินทรัพย์นอกตลาด (Private Equity) เพื่อสร้างผลตอบแทนให้พอร์ตลงทุน

 

“ผลการดำเนินธุรกิจ และ รางวัลที่ได้รับ การันตีความสำเร็จ”

ทั้งหมดนี้ ทำให้การดำเนินธุรกิจในปี 2564 ของ KBank Private Banking เติบโตทั้งจำนวนลูกค้าและสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ ด้วยจำนวนลูกค้าประมาณ 13,000 ราย สินทรัพย์ภายใต้การจัดการทั้งหมดประมาณ 9 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่ 3% และ 6% ตามลำดับ ก็ยังมีอีก 14 รางวัล จาก 9 สถาบันระดับสากลทั่วโลกการันตีความเป็นผู้นำในการให้บริการชั้นนำของ KBank Private Banking อีกด้วย เช่น รางวัล Best Private Bank ของประเทศไทย จากหลายสถาบัน อาทิ The Asset Triple A, PWM/The Banker Global Private Banker และ Finance Asia รวมถึงรางวัลด้านดิจิทัล เช่น Best Private Banking for Digital Marketing & Communication in Asia จาก PWM Wealth Tech Awards 2021 และ Digital Private Banking of the Year – Thailand จาก The Asset Triple A: Digital Awards 2021 พร้อมด้วยรางวัล Thailand – Best for ESG (Environment Social Governance) จาก Asia Money อีกด้วย

 

เช็ค 10 ไอเดียลงทุนปี 2565

นอกจาก 3 เทรนด์ที่นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศให้ความสำคัญแล้ว KBank Private Banking ในฐานะผู้ให้บริการบริหารความมั่งคั่งและที่ปรึกษาการลงทุนชั้นนำให้กับ นักลงทุน HNWIs ในประเทศไทย ได้แนะนำการลงทุนที่คาดว่าจะโดดเด่นในปี 2565 เอาไว้ 10 กลยุทธ์ด้วยกัน ได้แก่

  1. เพิ่มเงินสดในพอร์ตเพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาดที่สูงขึ้น จากความไม่แน่นอน โดยเฉพาะทิศทางการดำเนินนโยบายของ FED ท่ามกลางราคาของหลายๆ สินทรัพย์ที่เริ่มตึงตัว หากตลาดมีการปรับฐานก็สามารถใช้โอกาสการเข้าซื้อในราคาที่ต่ำลง
  2. ลดสัดส่วนการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล และหุ้นกู้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือสูง เนื่องจากให้ผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำ ไม่สามารถชดเชยราคาที่จะถูกกดันจากบอนด์ยีลด์ขาขึ้นได้
  3. ตลาดหุ้นยังน่าสนใจลงทุน หนุนโดยกำไรสุทธิที่ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
  4. แนะนำลงทุนในหุ้นที่มีราคาถูกกว่าปัจจัยพื้นฐาน หรือ หุ้น Value หรือหุ้นที่เคลื่อนไหวตามวัฏจักรหรือ หุ้น Cyclical เช่น กลุ่มการเงิน ที่ราคาพื้นฐานยังคงน่าสนใจ
  5. ลงทุนในหุ้นกู้ตลาดเกิดใหม่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเฉพาะในเอเชีย ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าตราสารหนี้ในประเทศพัฒนาแล้ว
  6. ประเมินค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จะแข็งค่าขึ้น สวนทางกับค่าเงินยูโร
  7. ลดสัดส่วนการลงทุนในทองคำ เพราะอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงที่สูงขึ้นจะกดดันราคาทองคำ
  8. เน้นกลยุทธ์การลงทุนแบบเชิงรุก (Active) มากกว่าลงทุนตามดัชนี (Passive) โดยปรับกลยุทธ์การลงทุนอย่างสม่ำเสมอตามสภาวะตลาด
  9. ความผันผวนถือเป็นโอกาสในการลงทุน
  10. การลงทุนแบบยั่งยืน (Sustainability) เป็นกุญแจสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นให้กับพอร์ตการลงทุน

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ ถือเป็นความสำเร็จและทิศทางการลงทุนที่ KBank Private Banking ได้สร้างไว้ในปีที่ผ่านมา แต่ความท้าทายยังคงอยู่ต่อเนื่อง เราจึงได้เห็นการส่งต่อแนวทางความสำเร็จมายังปี 2565 ด้วยพันธกิจสำคัญ 2 เรื่อง ที่ KBank Private Banking ประกาศไว้ คือ การส่งมอบบริการที่ครบถ้วนและคำปรึกษาการลงทุนเพื่อพาพอร์ตลงทุนลูกค้าเติบโตอย่างยั่งยืน และการนำความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน ผลักดันและส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม

พร้อมด้วยกลยุทธ์ 3S เพื่อสานต่อความสำเร็จแก่องค์กรและนักลงทุนไปพร้อมกัน ดังนี้

New S-Curve : เปิดโอกาสต่อยอดความมั่งคั่งให้กับลูกค้า จากผลสำรวจโดย Lombard Odier พบว่า HNWIs มีความกังวลต่อการลงทุนในยุค Post COVID-19 เป็นโอกาสสำคัญให้ธนาคารนำเสนอการลงทุนทางเลือก อย่างการลงทุนในธุรกิจแห่งอนาคตผ่านทางกองทุนรวมและหุ้นนอกตลาด

Sustainability : แนะนำการลงทุนด้วยเป้าหมายและกลยุทธ์ที่ยั่งยืน เพื่อโอกาสการลงทุนที่ดีกว่า จากผลสำรวจโดย Lombard Odier พบว่ากลุ่ม HNWIs ในประเทศไทยให้ความสำคัญกับความยั่งยืนก่อนตัดสินใจลงทุนและเชื่อว่าจะสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าได้

Sharing : ผสานร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งองค์กรสาธารณกุศล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และลูกค้าที่ต้องการจัดตั้งมูลนิธิของครอบครัว โดยให้คำแนะนำด้านการลงทุนและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการให้เกิดความยั่งยืน มุ่งสู่เป้าหมายและมีส่วนร่วมในการผลักดันเศรษฐกิจให้ความก้าวหน้า สร้างโลกที่ยั่งยืน และสร้างสังคมที่มีความสุข

 


  • 1.2K
  •  
  •  
  •  
  •