
ในโลกธุรกิจร้านอาหารและคาเฟ่ที่มีการแข่งขันอย่างดุเดือด การเข้าใจอินไซต์ (Insight) ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปคือหัวใจสำคัญในการอยู่รอด ล่าสุด The Coffee Club ได้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัวคอนเซปต์ใหม่ภายใต้ชื่อ “The Coffee Club, Bite & Blend” ซึ่งถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจในแง่ของการตลาดและการปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อเทรนด์ใหม่ของผู้บริโภคยุคนี้
ทำไมต้อง “Bite & Blend”? มองเห็นช่องว่างอะไรในตลาด
เบื้องหลังการพัฒนาโมเดลนี้ เกิดจากการที่แบรนด์สังเกตเห็นพฤติกรรมของคนเมืองยุคใหม่ที่มีจังหวะชีวิตเร่งรีบขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงต้องการตัวเลือกอาหารและเครื่องดื่มที่มีคุณภาพ อร่อย สะดวก และสามารถช่วยดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันได้ จากจุดนี้ทำให้แบรนด์มองเห็น “ช่องว่างทางการตลาด” ที่สำคัญ:
- แม้ตลาด Grab & Go ในปัจจุบันจะมีตัวเลือกอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ยังขาดแบรนด์ที่สามารถหลอมรวม “อาหาร Grab & Go ที่อร่อย” และ “เครื่องดื่มที่ช่วยเติมความสดชื่น” เข้าไว้ด้วยกันในประสบการณ์เดียวได้อย่างลงตัว
- ผู้บริโภคต้องการแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่เข้าถึงง่าย และพร้อมตอบโจทย์ในหลายช่วงเวลาหรือหลายมู้ด (Mood) ของวัน

ด้วยเหตุนี้ The Coffee Club, Bite & Blend จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็น “Everyday Mood Booster” วางจุดยืนให้เป็นแบรนด์ที่ลูกค้านึกถึงในหลากหลายโอกาส ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้าอันเร่งรีบ มื้อกลางวัน เบรกระหว่างทำงาน หรือช่วงเวลาที่ต้องการเครื่องดื่มเพื่อเติมพลัง โดยการวัดความสำเร็จในมุมธุรกิจจะไม่ได้ดูแค่ยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่จะวัดจากความถี่ในการกลับมาซื้อซ้ำ การเลือกซื้อแบบจับคู่ระหว่าง Panini และเครื่องดื่ม การรับรู้ต่อคอนเซปต์ใหม่ รวมถึงการตอบรับของลูกค้าต่อเมนู แพ็กเกจจิ้ง และประสบการณ์โดยรวม
กลยุทธ์การตลาดและผลิตภัณฑ์: ตอบโจทย์ความต้องการอย่างไร?
เพื่อสร้างความโดดเด่นเหนือคู่แข่งในตลาดอาหารพร้อมทาน (Ready-to-eat) คอนเซปต์นี้ได้เลือกใช้กลยุทธ์การจับคู่ผลิตภัณฑ์ (Product Pairing) ระหว่างอาหารและเครื่องดื่มที่สมดุลกัน

-
ความสมดุลของ “Bite” และ “Blend”
- Bite (ขนมปังธัญพืช Panini Sandwich): เป็นเมนูที่ทานง่าย สะดวก อิ่มอยู่ท้อง และเหมาะกับไลฟ์สไตล์แบบ on-the-go อย่างแท้จริง
- Blend (Healthy Smoothies, Cold Pressed Drinks & Coffee): ช่วยเติมความสดชื่นและเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าเลือกปรับตามมู้ดของตัวเอง โดยเฉพาะ “กาแฟ” ซึ่งเป็นหนึ่งใน core value สำคัญของแบรนด์ที่มีความโดดเด่นเรื่องกาแฟที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน พร้อม Signature Coffee Blend ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์
-
กลยุทธ์ Localization มัดใจคนท้องถิ่น
เพื่อดึงดูดกลุ่มคนทำงาน นักศึกษา และคนรุ่นใหม่ แบรนด์ได้นำเมนูยอดนิยมเดิมมาพัฒนาเป็นไส้ Panini เช่น The Breakfast Club หรือ All Day Steakhouse เพื่อเชื่อมโยงกับฐานลูกค้าเดิมที่คุ้นเคยกับรสชาติของแบรนด์ พร้อมทั้งประยุกต์ใช้รสชาติที่เข้าถึงคนไทยได้ง่ายอย่าง หมูหยองพริกเผา และกล้วยคาราเมลชีส เพื่อสร้างความคุ้นเคยและเอกลักษณ์ที่ลงตัวกับรสนิยมคนไทย
-
Rebranding เจาะกลุ่ม Gen Z
แบรนด์มีการปรับภาพลักษณ์ให้ดูสนุก สดใส และร่วมสมัยมากขึ้นผ่านการรีเฟรชโลโก้ สีสัน (CI) และแพ็กเกจจิ้ง เพื่อขยายฐานไปสู่กลุ่ม Gen Z และ young urban consumers ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมการใช้จ่ายแบบเลือกสรรมากขึ้น โดยต้องการแบรนด์ที่มีคาแรกเตอร์ มีความแตกต่าง และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่สามารถแชร์ต่อได้

การเลือกทำเลเชิงยุทธศาสตร์และเป้าหมายระยะยาว
ชวนวิเคราะห์เชิงยุทศาสตร์ในระยะยาวของแบรนด์ เราพบว่าการเลือกสาขาแรก ได้แก่ Dusit Central Park เป็นไปเพื่อให้สอดรับกับวิถีชีวิตคนเมือง (Urban Lifestyle) และทดสอบโมเดลกับกลุ่มเป้าหมายที่ตรงจุดที่สุด ทั้งในแง่พฤติกรรมการซื้อ ความถี่ และการตอบรับ อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนขยายไปยังอาคารสำนักงาน ศูนย์การค้าใจกลางเมือง พื้นที่ mixed-use และทำเลที่มี traffic สูงที่ลูกค้ามองหาตัวเลือก Grab & Go คุณภาพดีอีกด้วย แต่ถึงอย่างนั้น ในแง่การบริหารจัดการ ก็เป็นไปเพื่อรักษาสมดุลระหว่าง “ความเร็ว ความสะดวก” และ “คุณภาพของสินค้า มาตรฐานเมนู แพ็กเกจจิ้ง รวมถึงประสบการณ์ลูกค้า”

มุมมองระยะยาวต่อพอร์ตโฟลิโอธุรกิจ
โมเดล Bite & Blend จะเข้ามาทำหน้าที่เป็น Growth Platform ที่เพิ่มความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการเข้าถึงโอกาสใหม่ ๆ จากเดิมที่แบรนด์เป็นที่รู้จักในฐานะ all-day dining café โมเดลนี้จะช่วยขยายบทบาทเข้าสู่พื้นที่ Grab & Go ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นพื้นที่แซนด์บ็อกซ์สำหรับทดลองเมนูหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ซึ่งมีโอกาสจะนำไปต่อยอดปรับใช้ในสาขาหลักเต็มรูปแบบได้ในอนาคตเพื่อช่วยให้แบรนด์ดูสดใหม่และเข้าถึงง่ายอยู่เสมอ

