สรุป 10 เรื่องต้องรู้ก่อนขายของใน Thaimart! เงื่อนไข ค่าธรรมเนียม และนโยบายต่างๆ

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

หลังจาก Thaimart เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยก็กลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจจากทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค เนื่องจากเป็นผู้เล่นรายใหม่ที่ประกาศเป้าหมายชัดเจนว่าจะเข้ามาเป็นอีกทางเลือกในตลาด E-Marketplace ของไทย

แพลตฟอร์ม Thaimart พัฒนาโดย บริษัท ไทยมาร์ท มาร์เก็ตเพลส จำกัด มี นอท–พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ผู้ก่อตั้งลอตเตอรีพลัส เป็นผู้ผลักดันโครงการ โดยชูแนวคิดว่า ประเทศไทยควรมีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของคนไทยเอง เพื่อให้เม็ดเงินและโอกาสทางธุรกิจหมุนเวียนอยู่ในประเทศมากขึ้น

อีกหนึ่งจุดขายที่ถูกพูดถึงตั้งแต่วันเปิดตัว คือ การประกาศโครงสร้าง GP ล่วงหน้า 4 ปี เริ่มต้นที่ 0% ในปีแรก รวมถึงการชูเรื่องสินค้าของแท้ ความโปร่งใส และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ขายในระยะยาว

แล้วถ้าเราเป็นผู้ประกอบการที่สนใจเปิดร้านบน Thaimart ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?Marketing Oops! สรุปประเด็นสำคัญจากสัญญาการเข้าเป็นร้านค้าและนโยบายผู้ขายมาไว้ให้แล้ว

1. GP ปีแรก 0%

หนึ่งในจุดขายสำคัญของ Thaimart คือโครงสร้างค่าธรรมเนียมการขาย (Commission Fee) ที่ประกาศล่วงหน้าถึง 4 ปี

  • 7 ก.ค. 2569 – 6 ก.ค. 2570: GP 0%
  • 7 ก.ค. 2570 – 6 ก.ค. 2571: สูงสุดไม่เกิน 5%
  • 7 ก.ค. 2571 – 6 ก.ค. 2572: สูงสุดไม่เกิน 8%
  • 7 ก.ค. 2572 เป็นต้นไป: สูงสุดไม่เกิน 10%

อัตราดังกล่าวเป็นเพียงเพดานสูงสุด ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และอาจแตกต่างกันตามประเภทสินค้า

2. มี Payment Fee 3% แต่ Thaimart รับภาระช่วงแรก

แม้ปีแรกจะไม่เก็บ GP แต่ยังมี Payment Fee 3% ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมการรับชำระเงินผ่านระบบ โดยคำนวณจากราคาสินค้า ค่าจัดส่ง รวมถึงส่วนลดหรือเครดิตที่แพลตฟอร์มเป็นผู้รับผิดชอบ

อย่างไรก็ตาม Thaimart ระบุว่าจะรับภาระ Payment Fee ให้ผู้ขายทั้งหมดจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ก่อนเริ่มจัดเก็บตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป โดยต้องแจ้งให้ผู้ขายทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน

3. ต้องเตรียมและส่งสินค้าให้ทันตาม SLA

Thaimart กำหนดกรอบเวลาการจัดการคำสั่งซื้อไว้อย่างชัดเจน

  • สินค้าพร้อมส่ง ต้องจัดเตรียมสินค้าให้เสร็จภายใน 48 ชั่วโมง หลังตอบรับคำสั่งซื้อ
  • สินค้าสั่งผลิต ต้องจัดเตรียมสินค้าให้เสร็จภายใน 5 วัน
  • หลังเตรียมสินค้าแล้ว ต้องส่งเข้าสู่ระบบขนส่งภายใน 2 วัน

ร้านค้าจึงต้องวางระบบสต็อก การแพ็กสินค้า และการจัดส่งให้พร้อม เพราะหากดำเนินการไม่ทันตามกำหนด อาจส่งผลต่อคะแนนร้านค้า สิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม หรือมาตรการอื่นของแพลตฟอร์ม

4. รองรับขนส่งทั้ง Drop-off และ Pick-up

ในช่วงเริ่มต้น Thaimart ยังไม่มีบริการขนส่งของตัวเอง แต่เชื่อมต่อกับพันธมิตรด้านโลจิสติกส์หลายราย เช่น Flash Express, KEX และไปรษณีย์ไทย

ร้านค้าสามารถเลือกวิธีจัดส่งได้ทั้ง

  • Drop-off นำพัสดุไปส่งที่สาขาหรือจุดรับพัสดุด้วยตนเอง
  • Pick-up ให้บริษัทขนส่งเข้ารับพัสดุจากร้านหรือคลังสินค้า

ผู้ขายต้องระบุขนาด น้ำหนัก และรายละเอียดของพัสดุให้ถูกต้อง เพราะข้อมูลเหล่านี้ใช้ในการคำนวณค่าจัดส่ง หากกรอกข้อมูลผิดจนเกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ผู้ขายอาจต้องเป็นผู้รับผิดชอบส่วนต่างเอง

5. สมัครร้านค้าต้องผ่าน KYC และ KYB

ผู้ขายต้องยืนยันตัวตน (KYC) และยืนยันข้อมูลธุรกิจ (KYB) พร้อมส่งเอกสาร เช่น บัตรประชาชน หนังสือรับรองนิติบุคคล ภ.พ.20 หรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง ภายใน 30 วันทำการ

Thaimart สามารถตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐ และอาจไม่เปิดใช้งานหรือระงับบัญชีทันที หากพบว่าข้อมูลไม่ถูกต้อง เป็นเท็จ หรือมีการแอบอ้างบุคคลอื่น

6. ใช้ Live Commerce ได้ แต่ต้องทำตามกติกา

ร้านค้าที่ต้องการใช้ฟีเจอร์ Live Commerce ต้องผ่านการอนุมัติร้านค้า มีสินค้าลงขายอย่างน้อย 1 รายการ และมีสถานะร้านค้าตามเกณฑ์ของแพลตฟอร์ม

ราคาที่พูดระหว่าง Live ต้องตรงกับราคาที่ตั้งไว้ในระบบ หากมีโปรโมชันต้องตั้งราคาในระบบก่อนเริ่มถ่ายทอดสด นอกจากนี้ยังห้ามใช้บอท ซื้อยอดวิว สร้างยอดไลก์หรือคอมเมนต์ปลอม รวมถึงห้ามแสดงข้อมูลสต็อกหรือ Flash Sale ที่ไม่เป็นความจริง

หากละเมิดนโยบาย Thaimart สามารถตัดการถ่ายทอดสด ลบวิดีโอ ระงับฟีเจอร์ Live หรือระงับบัญชีร้านค้าได้ตามความร้ายแรงของกรณี

7. ไม่บังคับซื้อโฆษณาเพื่อให้สินค้าแสดงผล

Thaimart ระบุว่าจะไม่เรียกเก็บ Marketing Fee เป็นเงื่อนไขในการแสดงผลสินค้า ทำให้ผู้ขายสามารถแสดงสินค้าในระบบได้โดยไม่จำเป็นต้องซื้อโฆษณา

ในอนาคต แม้แพลตฟอร์มอาจมีบริการเสริม เช่น Sponsored Items หรือ Marketing Solution แต่จะเป็นบริการแบบสมัครใจ และการไม่ซื้อโฆษณาจะไม่กระทบต่อการแสดงผลตามอัลกอริทึมมาตรฐานของแพลตฟอร์ม

8. ห้ามดึงลูกค้าออกนอกแพลตฟอร์ม

ผู้ขายไม่สามารถชักชวนลูกค้าไปซื้อขายผ่านช่องทางอื่น เช่น การแนบนามบัตร ใบปลิว QR Code ช่องทาง LINE หรือเสนอราคาพิเศษนอกระบบ

หากตรวจพบ แพลตฟอร์มอาจหักคะแนนร้านค้า ระงับบัญชี หรือยกเลิกสัญญาได้ นอกจากนี้ ผู้ขายยังต้องใช้ข้อมูลลูกค้าเฉพาะเท่าที่จำเป็นต่อการจัดส่งและให้บริการเท่านั้น

9. จ่ายเงินให้ร้านค้าทุกสัปดาห์

เมื่อผู้ซื้อยืนยันรับสินค้า หรือครบ 7 วันหลังได้รับสินค้าโดยไม่มีการยกเลิก ระบบจะบันทึกยอดเงินสุทธิเข้าบัญชีผู้ขาย

ผู้ขายสามารถยื่นคำขอถอนเงินได้ทุกวัน โดย Thaimart จะ

  • ตัดรอบรายการทุกวันจันทร์
  • โอนเงินเข้าบัญชีผู้ขายทุกวันอังคาร

ยอดเงินที่ได้รับจะเป็นยอดสุทธิหลังหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตามสัญญา

10. ต้องขายของแท้และพิสูจน์แหล่งที่มาได้

Thaimart กำหนดให้ผู้ขายรับรองว่าสินค้าทุกชิ้นเป็นของแท้ และสามารถแสดงหลักฐานแหล่งที่มาได้ เช่น ใบกำกับภาษี ใบเสร็จ หนังสือแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย เอกสารนำเข้า หรือเอกสารรับรองตามประเภทสินค้า เช่น อย. มอก. GI หรือ OTOP

หากมีการร้องเรียนเรื่องสินค้าปลอมหรือละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา แพลตฟอร์มสามารถระงับการแสดงผลสินค้าได้ทันที และผู้ขายต้องชี้แจงพร้อมหลักฐานภายใน 5 วันทำการ หากไม่สามารถพิสูจน์ได้ สินค้าอาจถูกลบออกจากระบบ และยอดเงินที่เกี่ยวข้องอาจถูกระงับชั่วคราวระหว่างการตรวจสอบ

สรุป

จากเงื่อนไขทั้งหมดจะเห็นว่า Thaimart พยายามสร้างจุดขายด้วย ค่าธรรมเนียมที่เป็นมิตรกับผู้ขาย การเปิดทางเลือกด้านขนส่ง และการยกระดับมาตรฐานสินค้าบนแพลตฟอร์ม ขณะเดียวกันก็เพิ่มข้อกำหนดด้านการยืนยันตัวตน การจัดส่ง และการคุ้มครองผู้บริโภคให้ชัดเจนมากขึ้น

สำหรับผู้ประกอบการ นี่อาจเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการขยายการขายออนไลน์ โดยเฉพาะช่วงปีแรกที่ยังไม่เก็บ GP และแพลตฟอร์มรับภาระ Payment Fee ให้ แต่สิ่งที่ต้องเตรียมควบคู่กันคือระบบหลังบ้าน การจัดการสต็อก การจัดส่ง เอกสารธุรกิจ และหลักฐานแหล่งที่มาของสินค้า

ความท้าทายต่อจากนี้คือ Thaimart จะสามารถสร้างฐานผู้ซื้อให้เติบโตควบคู่กับจำนวนร้านค้าได้เร็วแค่ไหน เพราะหัวใจของ Marketplace ไม่ได้อยู่ที่จำนวนร้านค้า แต่คือการทำให้เกิดการซื้อขายอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

ที่มา: Thaimart


  •  
  •  
  •  
  •  
  •