CARTE D’OR มาไทยแล้ว! วิเคราะห์สุดยอดไอศกรีมแบรนด์ดัง จากมือเชฟฝรั่งเศส กินหรูดูแพง แต่ราคาสบายกระเป๋า

  • 102
  •  
  •  
  •  
  •  

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นเคยรายงานว่ายอดขายไอศกรีมกำลังพุ่งสูงขึ้นในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 เนื่องจากหลายครอบครัวถูกบังคับให้รับประทานอาหารที่บ้านแทนการออกไปสังสรรค์นอกบ้าน ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยจึงหันไปหาไอศกรีมเพื่อปลอบใจตัวเอง ส่งผลให้ยอดขายไอศกรีม Unilever สำหรับรับประทานที่บ้านเพิ่มขึ้น 26% ระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายนและเพิ่มขึ้น 16% ในไตรมาสถัดมา เมื่อเทียบกับปี 2019 ที่ยังไม่เกิดวิกฤติทั่วโลก

แม้ในช่วงที่หลายคนเริ่มออกจากบ้านได้แล้ว ผู้คนอีกมากมายซึ่งหันมาซื้อของชำทางออนไลน์ ยังคลิกซื้อไอศกรีมกลับมารับประทานที่บ้านต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้ทำให้ธุรกิจไอศกรีมของ Unilever สดใสมากขึ้น ในช่วงที่หลายธุรกิจกำลังพยายามรักษาระดับไม่ให้เจ็บตัวไปกว่านี้

เมื่อน้ำขึ้นต้องรีบตัก Unilever ประเทศไทยตัดสินใจแจ้งเกิด CARTE D’OR แบรนด์ไอศกรีมทรงพลังจากฝรั่งเศสที่จะช่วยให้คนรักไอศกรีมในแดนสยามสามารถ “กินหรูอยู่บ้าน” ด้วยราคาสบายกระเป๋า ซึ่งคาดว่าจะเป็นปรากฏการณ์การเขย่าตลาดไอศกรีม Affordable Premium ในไทยที่ไม่ธรรมดา

จากการวิเคราะห์ Unilever มีโอกาสสูงมากที่จะสามารถโกยยอดขายเพิ่มในไทยได้ด้วย CARTE D’OR โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ที่ผู้คนจำนวนไม่น้อยนิยมทำและแชร์เมนูจานของหวานที่ปรุงเองกินเองที่บ้าน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะประวัติศาสตร์ความเข้มข้นของ CARTE D’OR ที่เปิดตลาดยุโรปมานาน ซึ่งล่าสุดมาแจ้งเกิดที่ไทยแล้วด้วยจุดยืนการเป็นแบรนด์ไอศกรีมจากมือเชฟฝรั่งเศสในราคาไม่ถึง 150 บาท

#CartedorThailand คนไทยตื่นเต้น

ความเด่นของแบรนด์ CARTE D’OR คือการเป็นไอศกรีมดังจากเชฟฝรั่งเศส ตัวแบรนด์ได้รับการยอมรับจากเชฟขนมหวานทั่วโลก บนจุดเริ่มต้นของแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ปี 1978 ทั้งหมดทำให้การแจ้งเกิดแบรนด์ CARTE D’OR ในไทยเป็นเรื่องที่หลายคนตื่นเต้น

ตามประวัติ CARTE D’OR เป็นแบรนด์ไอศกรีมที่มีต้นกำเนิดในฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 1978 ก่อนหน้านี้ปักหลักจำหน่ายในฝรั่งเศส โปรตุเกส อิตาลี สเปน และอังกฤษ จนช่วงปี 2019 แบรนด์ CARTE D’OR เป็นข่าวดังเรื่องการขยายไลน์จากไอศกรีม มาเปิดตลาดขนมช็อกโกแลตสำหรับจำหน่ายในร้านค้าปลีกท่องเที่ยวตามสนามบิน ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่ตอกย้ำว่าแบรนด์ CARTE D’OR เป็นสินค้าที่ดูหรูหราเหมาะเป็นของฝาก แต่ก็โดดเด่นเรื่องราคาไม่แพงหรือ Affordable Premium ที่ถูกใจคนซื้อ

วันนี้ CARTE D’OR ถูกนำเข้ามาทำตลาดไทยโดยฝีมือของ Unilever เพื่อสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภครู้จักแบรนด์มากขึ้น จึงทำแคมเปญชื่อ House of CARTE D’OR โดยโฟกัสที่การโปรโมทเรื่อง “แบรนด์ไอศกรีมดัง ในราคาจับต้องได้”

แอคชั่นหลักของแคมเปญ House of CARTE D’OR คือการเนรมิตภาพสวยหรูในสไตล์ฝรั่งเศส ที่เล่าเรื่องราวของแบรนด์ CARTE D’OR ให้น่าสนใจ และทำให้ชาวโซเชียลรู้จักแบรนด์มากขึ้น โดย CARTE D’OR ลงทุนจัดอีเว้นท์เปิดตัวแบรนด์ในรูปแบบ dessert fine dining แล้วเปิดให้ผู้ร่วมงาน ซึ่งเป็นเหล่า influencer สาย foodie ที่เราคุ้นเคย ช่วยกันเล่าเรื่องราวและรสชาติเข้มข้นของ CARTE D’OR ที่เกิดจากการใช้วัตถุดิบชั้นดี

อีเว้นท์นี้ทำให้ภาพบรรยากาศงาน จานขนม รวมถึงภาพถ่ายสินค้า product shot ของ CARTE D’OR ถูกอัดฉีดกระจายเต็มฟีดโซเชียล ยิ่งมีแคปชั่นเล่าเรื่องจากแบรนด์ และแฮชแทคเฉพาะที่สร้างสรรค์ขึ้นมา ผู้อ่านก็ยิ่งได้รู้จักกับแบรนด์มากขึ้น

อีเว้นท์เปิดตัว CARTE D’OR เป็นเหมือนการจุดพลุภาพจำของแบรนด์ในไทย โดยเฉพาะการนำเสนอสินค้าเป็นจานของหวานแบบ fine dining โดย เชฟแก้ว ผู้ชนะ MasterChef Thailand Season 1 ที่ฉีกรูปแบบเมนูของหวานแบบเดิม โดยการใช้ projection mapping จำลองเชฟฝรั่งเศสในรูปแบบ animation เล่าเรื่องวัตถุดิบต่างๆ ก่อนที่จะรังสรรค์ออกมาเป็นเมนู มีทั้งการนำไอศกรีมมาพรางตาด้วยรูปทรงก้อนเมฆ ซึ่งผู้ใช้ต้องหั่นกลางเมื่อรับประทาน ยังมีส่วนประกอบอื่นที่นำมาเป็นลูกเล่น เช่นกล่องมหาสมบัติ แผ่นทองคำ ผีเสื้อ ไอศกรีมรูปทรงดอกไม้ และการตกแต่งหรูหราที่ทำให้ไอศกรีมมองไม่เหมือนไอศกรีมอีกต่อไป

สารสำคัญที่ CARTE D’OR เลือกส่งออกไปผ่านแคมเปญนี้ คือ CARTE D’OR เป็นแบรนด์ที่ทุกคนสามารถกินหรูดูแพงได้ในราคาไม่แพง ขณะเดียวกันก็รองรับการสร้างสรรค์แบบยกระดับโลกไอศกรีมขึ้นไปอีกขั้น โดยกลุ่มเป้าหมายที่แคมเปญเน้นโฟกัสนั้นประกอบด้วยกลุ่ม Creative Foodie ผู้ชอบทำอาหาร หรือปั้นแต่งขนมรับประทานเองในบ้าน, คนที่ชอบหาของอร่อยรับประทานเป็นประจำ, กลุ่มที่ชอบแชร์เมนูผลงานลงโซเชียลมีเดีย และกลุ่มคนรักไอศกรีมช่วงอายุ 20 ถึง 45 ปี

 

“วัตถุดิบ” ยกระดับประสบการณ์ได้

คีย์หลักสำคัญที่ CARTE D’OR ชูขึ้นมาเพื่อให้โดนใจ 4 กลุ่มเป้าหมายนี้คือวัตถุดิบ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้แบรนด์สามารถมอบประสบการณ์เหนือระดับให้ทุกคนได้สัมผัสรสชาติเข้มข้นได้ที่บ้าน การจุดประกายเรื่องการยกระดับประสบการณ์พิเศษที่บ้านกลายเป็นที่มาของแฮชแทค #ElevatedExperience ที่ถูกทำตลาดควบคู่ไปกับ #CartedorThailand #คาร์ทิดอร์ หรือ CARTE D’OR ประเทศไทยซึ่งชิมลางตลาดล็อตแรก 4 รสชาติก่อนในช่วงแรก

จุดน่าสังเกตคือไอศกรีมทุกรสถูกสื่อสารถึงแหล่งที่มาวัตถุดิบซึ่งเพิ่มความหรูหราให้สินค้าอย่างได้ผล ที่โดดเด่นคือ AU CHOCOLAT NOIR ไอศกรีมรสดาร์กช็อกโกแลตผสมชิ้นช็อกโกแลตจากอิตาลี และ CARAMEL AU BEURRE ไอศกรีมรสคาราเมลพร้อมบัตเตอร์ทาร์ต มิกซ์นัท และอัลมอนด์จากออสเตรเลีย

ยังมี À LA VANILLE ไอศกรีม เฟรนช์วานิลลา ผสมวานิลลาบีนจากมาดากัสการ์ รวมถึง À LA FRAISE ไอศกรีมสตรอว์เบอร์รี ผสมชิ้นสตรอว์เบอร์รีเพื่อคอสตรอว์เบอร์รี (ราคา 149 บาท)

หากจะวิเคราะห์แล้ว แคมเปญ House of CARTE D’OR ที่เกิดขึ้นในตลาดไทยถือว่าเป็นเนื้อเดียวกับกลยุทธ์การตลาด CARTE D’OR ทั่วโลก เพราะแบรนด์ไอศกรีมจากเชฟฝรั่งเศสมักใช้วิธีการจัดแสดงและการขายสินค้าโดยออกแบบให้ผู้ชมรู้สึกถึงขนมอบสไตล์ฝรั่งเศส และเมนูไฮเอนด์ที่ให้ประสบการณ์ของหวานสุดหรูของไอศกรีม ที่ทุกคนจะมีไว้ “ติดบ้าน” ได้

ทั้ง 4 รสชาติที่ CARTE D’OR จะทำตลาดไทยล้วนเป็นรสชาติสากลที่มีแรงดึงดูดสูงในทุกกลุ่มประชากร ซึ่ง CARTE D’OR ย้ำหนักหนาว่าพิถีพิถันในทุกขั้นตอนการผลิตด้วยวัตถุดิบพรีเมี่ยมในราคาจับต้องได้ กลายเป็นไอศกรีมที่เนรมิตช่วงเวลาที่น่าจดจำของใครบางคน หรือทุกคนในครอบครัว

ไอศกรีมจากเชฟฝรั่งเศส CARTE D’OR วางจำหน่ายแล้วที่ Grab, Lotus’s, Big C, Tops, FamilyMart, Gourmet Market และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ


  • 102
  •  
  •  
  •  
  •