“ตั้งเป้าเป็นเซเว่น อีเลฟเว่นในวงการร้านสะดวกซัก…” ถอดโมเดลธุรกิจและกลยุทธ์ “WashXpress” พลิกเกม Red Ocean สู่ Blue Ocean ด้วยมาตรฐานใหม่

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

WashXpress_WASH

ในช่วง 4-5 ปีมานี้ “ธุรกิจร้านสะดวกซัก” เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับความนิยม ทั้งในฝั่งเจ้าของแบรนด์ผู้ให้บริการ, นักลงทุน franchisee ที่เข้ามาลงทุนซื้อแฟรนไชส์ รวมไปถึงผู้ประกอบการรายย่อย และฝั่งลูกค้า เพราะตอบโจทย์ความสะดวก และวิถีชีวิตในยุค Urbanization ทำให้ตลาดเข้าสู่ Red Ocean ที่มีการแข่งขันดุเดือด!

แต่ท่ามกลางความร้อนแรงที่ใครๆ ต่างก็อยากเข้ามา ในอีกมุมหนึ่งก็พบว่ามีหลายร้านทยอยปิดตัวลง! ซึ่งเหตุผลที่ทำให้หลายร้านต้องล้มหายไป เนื่องจากขาดมาตรฐาน เช่น ความสะอาด ความสะดวก เครื่องมีปัญหา ไม่สามารถแก้ได้ทันที ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็น Pain point ที่ลูกค้ามาใช้บริการประสบ

นี่จึงเป็นช่องว่างทางตลาดที่ WashXpress ภายใต้การบริหารของ “บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน)” หรือ WASH เปิดตัวเข้าสู่ตลาดในปี 2561 ที่มาด้วย Business Model แตกต่างจากผู้ให้บริการร้านสะดวกซักรายอื่น ที่ส่วนใหญ่เน้นรูปแบบขายแฟรนไชส์ แต่สำหรับ WashXpress ชูโมเดลแบรนด์ร้านสะดวกซักที่บริษัทบริหารเอง (Own Store) และมี Purpose-driven ชัดเจนที่มุ่งยกระดับ “มาตรฐานร้านสะดวกซักในไทย” พร้อมทั้งเดินหน้าขยายสาขาต่อเนื่อง โดยมอง “เซเว่น อีเลฟเว่น” เป็นต้นแบบในการสร้างมาตรฐานใหม่ธุรกิจรีเทล

WashXpress

 

สำรวจตลาด “ร้านสะดวกซัก” กับสารพัด Pain Point ที่ส่งผลต่อประสบการณ์ลูกค้า! 

โมเดลธุรกิจร้านสะดวกซักในไทยส่วนใหญ่เป็นรูปแบบแฟรนไชส์ ที่ผู้ขายแฟรนไชส์ให้ความสำคัญกับการขยายสาขา และขายเครื่องซัก-เครื่องอบให้กับ franchisee แม้ช่วยให้ขยายสาขาได้เร็ว กระจายตามชุมชนและย่านที่อยู่อาศัยต่างๆ แต่พบว่ายังขาดมาตรฐานที่กลายเป็น Pain Point ที่ทั้งฝั่งลูกค้าผู้ใช้บริการ และฝั่งผู้ซื้อสิทธิแฟรนไชส์ประสบ จึงทำให้ธุรกิจนี้มีลักษณะเข้าง่าย-ออกง่าย

Pain Point หลักที่ลูกค้ามักประสบกับการใช้บริการร้านสะดวกซัก ไม่ว่าจะเป็น

– ความสะอาด ทั้งตัวเครื่อง และร้าน ถ้ามาถึงร้านแล้วพบว่าเครื่องและร้านไม่สะอาด ย่อมทำให้รู้สึกไม่อยากใช้บริการ

– เจอปัญหาเครื่องเสียบ่อยและใช้เวลาซ่อมนาน ไม่เพียงแต่ทำให้ร้าน franchisee เสียรายได้แล้ว ยังทำให้ลูกค้าที่มาใช้บริการเสียความรู้สึกกลับไป

– ไม่มีที่จอดรถ หรือมีที่จอดรถน้อย, พื้นที่ในร้านแคบ

– อากาศในร้านร้อน ยิ่งในช่วงเวลากลางวัน ทำให้ร้านสะดวกซักมี Peak Time ในช่วง 19.00-21.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ คนใช้บริการจำนวนมาก จนต้องรอคิว

– บริการลูกค้าที่ติดต่อไม่ได้ จึงไม่สามารถแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้ทันที

Washing Machine

“จะเห็นว่าเริ่มมีข่าวร้านสะดวกซักจำนวนหนึ่งเริ่มล้มหายจากไป ปัจจัยที่ทำให้อยู่ไม่ได้ คือ ไม่สามารถปรับตัวตาม มาตรฐานได้ หรือไม่คุ้มทุนที่จะทำ ถ้ามองย้อนกลับไปธุรกิจต่างๆ เช่น ร้านปะยาง วันดีคืนดีมี B-Quik มีร้านมาตรฐานเข้ามา ร้านที่ไม่มีมาตรฐานก็ค่อยๆ หายไป หรือร้านกาแฟ เช่น Starbucks เข้ามา มีมาตรฐานเหมือนกันทุกสาขา ขณะที่ร้านเล็ก หรือรายย่อยกลายเป็น Niche ที่ต้องขาย Specialty coffee

หรือเห็นชัดเจนที่สุด และใกล้เคียงกับเรามากที่สุด คือ ‘ร้านสะดวกซื้อ’ อย่าง 7-Eleven (เซเว่น อีเลฟเว่น) เข้ามาพร้อมมาตรฐานในตลาดร้านค้าปลีก เช่น ร้านมีแอร์, เปิด 24 ชั่วโมง, พนักงานเก่งถือเป็นซูเปอร์พนักงาน, บริการเดลิเวอรี่ ดังนั้นจะมีจังหวะหนึ่งที่มีบริษัทเข้ามาทำตลาดพร้อมการสร้างมาตรฐาน แล้วร้านที่ไม่ได้มาตรฐานก็จะหายไป

เช่นเดียวกับ ร้านสะดวกซักจริงๆ อุตสาหกรรมนี้ไม่ได้ใหม่ แต่ ‘WashXpress’ ตั้งใจเข้ามายกระดับคุณภาพและมาตรฐานร้านสะดวกซัก ขยายสาขาเอง และพัฒนาบริการใหม่ โดยใช้แนวคิดเดียวกับ 7-Eleven, B-Quik, Starbucks ด้านการสร้างมาตรฐาน ซึ่งแตกต่างจากแบรนด์ร้านสะดวกซักรายอื่นที่เน้นขายแฟรนไชส์และเครื่องซักเครื่องอบให้กับผู้ลงทุน (franchisee)

โดยเราตั้งเป้าเป็น 7-Eleven ในวงการร้านสะดวกซัก เพราะเขาเชี่ยวชาญในการขยายสาขา สร้างมาตรฐาน และขยายบริการใหม่ ปีนี้จึงเป็นหมุดหมายถึงเวลาแล้วที่ร้านสะดวกซักจะมีมาตรฐานเหมือนกับร้านรุ่นพี่ๆ (ร้านสะดวกซื้อ, ศูนย์บริการดูแลรถยนต์, ร้านกาแฟ)” คุณธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานกรรมการ บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ WASH เล่าถึงภาพรวมตลาดร้านสะดวกซักในปัจจุบัน

WASH
คุณธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานกรรมการ บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ WASH

 

Disrupt ตลาดร้านสะดวกซัก พลิกจากสมรภูมิ Red Ocean สู่ Blue Ocean เป็นผู้กำหนดเกมแข่งขันเอง!

จะเห็นได้ว่า WashXpress ใช้โมเดลธุรกิจที่แตกต่างจากร้านสะดวกซักรายอื่น ไม่ว่าจะเป็น

1. บริษัทลงทุนและบริหารเอง (Own Store): เดิมทีใช้โมเดลขายแฟรนไชส์ คู่กับบริษัทลงทุนเอง ซึ่งปัจจุบันจำนวนสาขาแฟรนไชส์อยู่ที่ 79 สาขา และยังคงจำนวนเท่านี้ เนื่องจากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทางบริษัทฯ ปรับมาเน้นการลงทุนขยายสาขาเอง และบริหารเอง 100%

2. สร้างมาตรฐานและพัฒนาบริการใหม่:

– Self-service

– บริการซัก-อบ-พับครบวงจร โดยพนักงานประจำร้าน

– บริการรับรีด

– บริการเดลิเวอรี่

– ติดเครื่องปรับอากาศในร้าน, ออกแบบร้านให้โล่ง โปร่ง สะอาด ทันสมัย และมีแม่บ้านประจำในแต่ละสาขา

– ติดตั้งกล้องวงจรปิด 24 ชั่วโมง

– แอปพลิเคชัน WashXpress ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 1,800,000 ผู้ใช้งานทั่วประเทศ สามารถรองรับการจ่ายเงินผ่านแอปฯ, มีระบบแจ้งเตือนเมื่อซัก-อบผ้าเสร็จ, สะสมพอยท์ เพื่อมอบส่วนลดและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้กับสมาชิก, ค้นหาสาขาใกล้บ้าน

– เครื่องใช้เทคโนโลยี IoT และหากเครื่องมีปัญหาสามารถติดต่อพนักงาน Call Center 24 ชั่วโมง

3. สร้างการเติบโตด้านรายได้อย่างยั่งยืนด้วย Recurring Income: มุ่งเน้นรายได้จากการบริการที่ต่อเนื่อง (Service Revenue) ซึ่งยั่งยืนกว่ารายได้จากการขายแฟรนไชส์และขายเครื่องให้กับ franchisee ซึ่งไม่ได้เป็นรายได้เข้ามาต่อเนื่อง ทั้งยังขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจ

“เราใช้โมเดล Own Store เพราะต้องการเน้นเกมยาว โดยมีแรงส่งจาก ‘Recurring Income’ แม้ในแง่ตัวเลข การขายแฟรนไชส์ดีกว่าในช่วงแรก ขณะที่ Own Store มีการลงทุนสูงกว่า แต่ยั่งยืนกว่า เพราะในระยะยาวมีรายได้มาจาก Service Revenue ตรงกันข้ามกับโมเดลแฟรนไชส์ที่เน้นขายเครื่อง ขายจบ เริ่มใหม่

WashXpress

 

4 กลยุทธ์ 2569: ยกระดับ 7 มาตรฐาน Olympics Standard

การเติบโต ปี 2568 งวด 9 เดือนแรก WASH มีรายได้รวม 745.82 ล้านบาท เติบโต 24.79% และมีกำไรสุทธิ 87.29 ล้านบาท เติบโต 50.60% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) โต 9.7%

สำหรับปี 2569 คุณกวิน กลองกระโทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ WASH อธิบายว่าตั้งเป้ารายได้รวมเติบโต 25% และตั้งเป้ายอดขายในสาขาเดิม (SSSG) เติบโต 10% เน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งการเติบโตมาจาก 4 กลยุทธ์เชิงรุกปีนี้ ประกอบด้วย

1. ขยายธุรกิจด้วยการเปิดร้าน WashXpress 100 สาขาใหม่ จากปัจจุบันมี 591 สาขา ครอบคลุม 21 จังหวัด โดย วางแผนว่า 50-60% ของสาขาใหม่จะเปิดใน 21 จังหวัดเดิม เพื่อขยายพื้นที่ให้บริการให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายบริการ และเดินหน้ารุกสู่ภูมิภาคสำคัญ อย่างภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ และภาคใต้ เช่น หาดใหญ่, ภูเก็ต เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรฐาน Olympics Standard จะเข้าถึงผู้บริโภคในทุกจุดยุทธศาสตร์ ดังนั้นในปีนี้ WashXpress จะมีสาขาทั้งหมด 691 สาขา

สาขาของ WashXpress ทั้งกว่า 600 สาขา คือ เช่าสถานที่ ขั้นต่ำระยะเวลาเช่า 9 ปี ทำให้ขยายสาขาได้เร็วกว่าซื้อที่ โดยการเลือกทำเลเปิดสาขา เน้นเปิดในชุมชน, ลูกค้าขับรถมาสะดวก ภายใน 5-10 นาที อยู่ใกล้ร้านสะดวกซื้อ ทำให้เราไปด้วยกันได้”

2. ตอกย้ำ 7 เสาหลัก Olympics Standard” ซึ่งเป็นมาตรฐานคุณภาพของร้าน WashXpress ในทุกสาขา ยกระดับสู่การสร้างมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมร้านสะดวกซัก เพื่อการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้บริการสะดวกซัก ประกอบด้วย

  • Hygiene Standard: ความสะอาดของถังซักระบบอัตโนมัติ และการดูแลร้านโดยพนักงาน ตลอดวัน
  • Service Standard: บริการระดับมืออาชีพ ทั้งซัก-อบ-พับ ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกที่
  • Environmental Standard: ติดแอร์ในร้านให้เย็นสบายในช่วงกลางวัน ใน 100 สาขาใหม่
  • Support Standard: มั่นใจด้วยทีม Call Center ตัวจริงที่แสตนด์บายดูแลตลอด 24 ชั่วโมง
  • Digital Standard: แอปพลิเคชันอัจฉริยะที่ใช้ง่ายปลอดภัย พัฒนาจากข้อมูลการใช้งานจริงของลูกค้า
  • Safety Standard: ร้านสว่าง โปร่ง ปลอดภัย พร้อมระบบ CCTV รอบทิศทาง 24 ชั่วโมง
  • Quality Consistency: การบริหารร้านเองด้วยทีมงานของบริษัท เพื่อรักษาคุณภาพการให้บริการ ที่สมบูรณ์ที่สุดในทุกสาขาแก่ลูกค้า
WASH
คุณกวิน กลองกระโทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ WASH

3. ตอกย้ำโมเดลการเป็นแบรนด์ร้านสะดวกซักที่บริษัทบริหารเอง (Own Store) ที่ไม่ขายแฟรนไชส์ ซึ่งทำให้มีจุดเด่นในการควบคุมมาตรฐานของร้านทุกสาขาให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

4. สร้างภาพลักษณ์แบรนด์ ร้านพี่วัว WashXpress” ให้เด่นชัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการรับรู้ ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ ขยายฐานกลุ่มลูกค้า เป็นการช่วยการสร้างยอดขาย และต่อยอดไปสู่การทำ แคมเปญสื่อสารทางการตลาดที่มีความน่าสนใจ เข้าถึงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ในปีนี้จะมี แคมเปญต่างๆ ตลอดทั้งปี

เราเชื่อว่าปี 2569 จะเป็นปีที่ท้าทายของธุรกิจร้านสะดวกซัก ที่ผู้บริโภคจะเลือกใช้บริการร้านที่รักษา มาตรฐานได้สม่ำเสมอที่สุด การที่เราเลือกลงทุนในระบบและบริหารจัดการด้วยตัวเอง 100% เพราะไม่ได้ต้องการแข่งขันด้านราคา แต่แข่งกันด้านการมอบประสบการณ์ที่ดีสุดให้กับลูกค้า และสมาชิกร่วม 2 ล้านคน รวมถึงสามารถมอบความไว้วางใจ ซึ่งต้องการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมให้ดียิ่งขึ้น ทำให้ผู้บริโภคชาวไทยได้รับประโยชน์สูงสุด ซึ่งนับว่าเป็นพันธกิจสำคัญของ WashXpress ในปีนี้คุณกวิน กล่าวสรุป

WashXpress

WashXpress


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
WP
อยู่ในแวดวงนิตยสารธุรกิจการตลาดกว่าสิบปี สนุกและชอบติตตามเทรนด์ ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ และอยากเรียนรู้เพิ่มเติมในแพลตฟอร์มดิจิทัล มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การตลาดและดิจิทัลร่วมกันนะคะ
CLOSE
CLOSE