103.58.148.118

Brand Move

Ξ Leave a comment

เปิดตัวห้างออนไลน์ตามแผน Central 4.0 ผสานประสบการณ์คนเดินห้าง

posted by  2,425 views

Central-

ปัจจุบันโลกออนไลน์เข้ามามีส่วนอย่างมากในชีวิตประจำวันของคนเรา ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยเจรจาหรือการชำระเงินที่ไม่ต้องใช้เงินสดหรือบัตรเครดิต ยิ่งเมื่อโลกออนไลน์พัฒนาขึ้นอย่างมาก การใช้ชีวิตประจำวันของคนทั่วไปก็ย่อมต้องเปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยี โดยเฉพาะการจับจ่ายใช้สอยที่ทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมคนซื้อจนแทบไม่เหลือรูปแบบเดิมอีกต่อไป

Central มองเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนทั่วไป นั่นทำให้ Central ต้องปรับเปลี่ยนขนานใหญ่เพื่อให้สอดรับการพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคในการจับจ่ายใช้สอย ซึ่ง คุณปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ Central เห็นว่า การรับรู้ของคนทั่วไปนิยมรับรู้ข่าวสารข้อมูลผ่านทางออนไลน์มากกว่าเดิม ยิ่งไปกว่านั้นพฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มหาข้อมูลก่อนการซื้อสินค้ามากขึ้น จึงทำให้การตลาดในแบบเดิมที่ให้ข้อมูลสินค้าผ่านการโฆษณาหรือพนักงานขายไม่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ จึงเกิดแผนการตลาด Central 4.0 หรือการนำนวัตกรรมเข้ามาเปลี่ยนแปลงใน 4 ด้านด้วยกัน ประกอบไปด้วย

unnamed4

Central Innovation Department Store

คือการนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาผสานกับองค์ประกอบต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการทำวิจัย พบว่าลูกค้าที่เข้ามาห้างจะเข้ามาเพื่อนัดพบปะ รวมไปถึงการเข้ามาทางอาหารลัชมภาพยนตร์ สำหรับสินค้าที่วางขายในห้างจะเป็นเพียงการเข้ามาชมหรือสัมผัสกับสินค้าจริง รวมไปถึงการทดลองสินค้า แต่เมื่อต้องการซื้อลูกค้าก็จะหันไปซื้อผ่านทางระบบออนไลน์ นั่นจึงทำให้ Central ต้องพลิกโฉมห้างขึ้นใหม่ด้วยการเน้นสร้างประสบการณ์ในแบบที่ระบบออนไลน์ไม่สามารถทำได้

โดยเฉพาะตั้งเป้าที่จะสร้างให้ห้างเป็นเสมือนโรงละคร (Store as a Theatre) ซึ่งจะไม่มีการแบ่งแผนกประเภทของสินค้าเหมือนเช่นที่เป็นมา แต่จะแบ่งแผนกตาม Personalization เช่น แผนกผู้ชายจะมีทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า สินค้า Gadget สำหรับผู้ชาย หรือแผนกผู้หญิงจะทั้งเสื้อผ้าแฟชั่น กระเป๋า เครื่องสำอางค์ ของใช้สำหรับผู้หญิง รวมมาไว้ในแผนกเดียวกัน

a32

นอกจากนี้ยังมีการตกแต่งพื้นที่แผนกนั้น เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของแต่ละแผนก เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ในการซื้อสินค้าที่ห้าง โดยมีการดำเนินการไปบ้างแล้วที่แผนก Home ในห้าง Central ชิดลมพร้อมทั้งสร้าง Chill&Charge Zone ซึ่งเป็นมุมที่สามารถมานั่งเล่นและชาร์จอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ได้ หรือที่ Central บางนาและปิ่นเกล้าที่จัด Kid Space ร่วมกันงานวันเด็กทุกวันเสาร์ที่2 ของทุกเดือน

 

Central Line Official

จากการสำรวจข้อมูลของ Central ทำให้ทราบว่าประชากรของไทยมีประมาณ 68 ล้านคน ขณะที่มีการใช้โทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟนราว 82.8 ล้านเครื่อง นั่นจึงหมายความว่าในหนึ่งคนจะใช้โทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟน 1.2 เครื่องหรือมีการใช้โทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟนราว 2 เครื่องต่อคน และมีคนราว 40 ล้านคนที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟน

ที่สำคัญยังพบว่า Facebook มีการเชื่อมต่อราว 41 ล้านบัญชี ส่วน Line แอพพลิเคชั่นยอดฮิตมีการใช้งานอยู่ที่ 33 ล้านบัญชี จากการวิจัยยังพบอีกว่าระยะเวลาในการใช้งานอินเตอร์เน็ตเฉลี่ยในปี 2558 อยู่ที่ 5.7 ชม.ต่อคน ในปี 2559 อยู่ที่ 6.2 ชม.ต่อคนและคาดว่าในปี 2560 จะมีการใช้งานอินเตอร์เน็ตเฉลี่ยอยู่ที่ 7.5 ชม.ต่อคน

ไม่เพียงเท่านี้ Central ยังเจาะข้อมูลลึกลงไปถึงพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของแต่ละกลุ่ม โดยกลุ่ม Baby Boomer และกลุ่ม Gen X จะเน้นใช้ Line เป็นหลัก ขณะที่กลุ่ม Gen Y และ Gen Z จะใช้เหมือนกันคือเน้นไปที่YouTube Facebook และ Line ซึ่งปัจจุบัน Central มีการใช้สื่อสังคมออนไลน์มาแล้วบ้างอย่าง Facebook Instagram และ Twitter

Central เตรียมแผนการการใช้สื่อออนไลน์ไว้แล้ว โดยจะเน้นไปที่การใช้สื่อออนไลน์เป็นหลักและจะมีการซื้อโฆษณาในYouTube และการเปิด Line Official ที่ทาง Central ยังขาดสื่อออนไลน์ชนิดนี้อยู่ นอกจากนี้ยังได้เปิดให้ดาวน์โหลด Line Sticker ของ Central ที่เป็นรูปหมีขาวและท่าทางการใช้คำของเด็กวัยรุ่น เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ Central ต้องการเข้าถึงกลุ่มเด็กวัยรุ่น

C5zQ6RwVMAAK18u

ที่สำคัญใน Central Line Official ยังมีในส่วนของ Central Connect ซึ่งจะเป็นคลิกเพื่อรับคูปองในการช้อปหรือดีลพิเศษ ยิ่งถ้าเป็นผู้ที่สมัคร The One Card ก็ยิ่งทำให้ Central สามารถเก็บข้อมูลการใช้จ่าย รวมถึงพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้ารายนั้นๆ ช่วยให้ Central สามารถทำการตลาดแบบ Marketing Personalization ได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า

 

e-Commerce เชื่อมโยงCentral Connect

ไม่เพียงแค่การเข้าไปที่ Line เพื่อขยายช่องทางการสื่อสารแล้ว Central ยังเปิดตัวเว็บไซต์ www.central.co.th ที่จะเป้นเสมือนหนึ่งสาขาของห้าง Central และจะมีการเชื่อมโยงกับ Central Connect เพื่อให้การสื่อสารผ่านช่องทาง Line เกิดผลตอบรับอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยรูปแบบของเว็บจะมีจุดเด่นที่สำคัญ ประกอบไปด้วย เว็บไซต์สามารถปรับเปลี่ยนขนาดของเพจให้เข้ากับทุกขนาดของแต่ละอุปกรณ์ มีระบบค้นหาแบบ Smart Search มีการแนะนำสินค้ารวมถึงวิธีการใช้งาน การเช็คคะแนนใน The One Card เป็นต้น สำหรับการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์นี้ ทาง Central ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 15% ของยอดขายรวมในห้างปกติ ภายในระยะเวลา 5 ปี ตั้งเป้าไว้ที่ 3 ล้าน Transaction และมีสินค้าเข้ามาขายในระบบออนไลน์กว่า 5 แสน SKU

the1card

 

 

ผสาน Offline และ Online ด้วย Omnichannel

อย่างที่ Central กล่าวไว้แล้วว่า จะยังคงธุรกิจในรูปแบบห้างสรรพสินค้าแบบ Offline ไว้ ขณะที่ก็พร้อมลงทุนในระบบ Online เพื่อให้เกิดเป็นห้าง Central อีกหนึ่งสาขาในระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งจะผสานการช้อปปิ้งทั้ง 2 ระบบเข้าไว้ด้วยกัน อาทิเช่น ห้างสามารถช้อปปิ้งได้ตั่งแต่ 10 โมงเช้าถึง 4 ทุ่ม ในระบบออนไลน์สามารถช้อปต่อเนื่องได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือการจัดแคมเปญ Midnight Sale ห้างจัดแคมเปญนี้ถึงเที่ยงคืน แต่สามารถจัดแคมเปญนี้ในระบบออนไลน์ต่อเนื่องได้ยาวถึง 6 โมงเช้า

Omni_Channel_Blog_Graphic

รวมไปถึงฟังก์ชั่น Click&Collect ที่ให้นักช้อปสามารถเลือกช้อปสินค้าที่ตัวเองต้องการ แต่สามารถรับสินค้าได้อีกที่ อาทิเช่น ช้อปเครื่องสำอางค์ในเว็บของ Central ที่กรุงเทพฯ จากนั้นเดินทางไปทำงานที่เชียงใหม่ สามารถรับสินค้าได้ที่ Central เชียงใหม่ได้ทันที ซึ่งจะช่วยผสานระบบ Online และ Offline ได้อย่างกลมกลืนและลงตัว

 

Copyright © MarketingOops.com

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

User Name: Marketing Oops!

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


seven + 6 =

Recent Posts

Facebook

PR News