103.58.148.118

Insight

Ξ Leave a comment

อะไรคือจุดอ่อนของ Netflix ? เมื่อการลงทุนทำคอนเทนต์อาจได้ไม่คุ้มเสีย

posted by  3,399 views

ในยุคที่ซีรีย์ในจอแก้วกำลังทำเงินได้มากขึ้น ทำให้บริษัทสื่อความบันเทิงของอเมริกาอย่าง Netflix ทำรายได้มากขึ้นเรื่อยๆ มีสมาชิกเพิ่มขึ้นทุกปี อย่างเมื่อกลางปี Netflix ก็มียอดสมาชิกที่อเมริกาและประเทศอื่นครึ่งต่อครึ่ง รวมเกือบ 104 ล้านคน ทำรายได้ไป 2.79 พันล้านเหรียญ ตอนนี้คนดูวีดีโอบน Netflix ไม่ต่ำกว่าหนึ่งชั่วโมงทุกวัน และมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกปี

ดูเหมือนว่ากิจการของ Netflix กำลังไปได้สวย แต่จริงๆแล้วอาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิด โดยเฉพาะคนที่ชอบดูคอนเทนต์ใน Netflix

Netflix movies list

 

วิธีทำเงินของ Netflix: หมดยุคเช่าหนังมาดูที่บ้านแล้วต้องคืนก่อนเสียค่าปรับ

 

ใครที่ใช้บริการ Netflix จะรู้ดีว่าถ้าอยากดูคอนเทนต์ ก็ต้องเสียค่าสมาชิกรายเดือน แล้วเลือกดูซีรีย์และภาพยนตร์ รวมถึงคุณภาพของตัววีดีโอบนแพลตฟอร์มของ Netflix ซึ่งเสิร์ฟคอนเทนต์แท้ๆไม่ซ้ำแพลตฟอร์มเจ้าไหนเพื่อเพิ่มฐานสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นการซื้อลิขสิทธิ์หรือเอาข้อมูลจากฐานสมาชิกมาทำคอนเทนต์ตอบโจทย์ แล้วเสนอแพกเกจสมาชิก จนปีที่แล้ว Nexflix มีซีรีย์รวม 20,000 กว่าตอน คัดเฉพาะหนังและซีรีย์มาแนะนำสมาชิกแต่ละคนโดยเฉพาะ

ธุรกิจ Video Online Streaming จึงไม่ต้องเสียค่าดำเนินการหน้าร้านเหมือนร้านเช่าวีดีโอที่กลายเป็นอดีดเรียบร้อย

 

netflix-streaming-at-home

 

ส่วนฐานสมาชิกทั่วโลกของ Netflix ก็มาจากคนอายุ 17 – 60 ปีซึ่งถือว่าใหญ่มาก มีรายได้เฉลี่ย 30,000 เหรียญขึ้นไป แต่ Netflix ไม่ได้ตั้งเป้าสมาชิกตามอายุและเงินเดือน แต่มองว่าจะต้องตอบโจทย์คนที่ยุ่งเกินกว่าจะออกไปข้างนอกเพื่อไปดูหนัง เช่าหนังดูบ่อยๆ และอยากประหยัดเงินมากกว่า กลายเป็นว่า Netflix มีตลาดที่กว้างมากๆ จนโกยรายได้เรื่อยๆ

 

โมเดลธุรกิจของ Netflix จะไปรอดหรือไม่ท่ามกลางคู่แข่งที่เพิ่มขึ้น?

 

แต่ก่อนโมเดลธุรกิจของ Netflix ตอบโจทย์คนชอบดูซีรีย์ดูหนัง ไม่ต้องไปเข้าร้านเช่าวีดีโอเหมือนแต่ก่อน บริการวีดีโอสตรีมมิ่งของ Netflix ชูจุดแข็งทั้งในเรื่องของราคา คอนเทนต์ที่เป็นเอกลักษณ์และเข้าถึงง่าย ดูที่ไหนตอนไหนก็ได้ แถมไม่ต้องปวดหัวเรื่องคืนเทปหนังช้าแล้วเสียค่าปรับด้วย

 

netflix-reed-hastings

Reed Hastings ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Netflix ในปี 1997 หลังจากได้แรงบันดาลใจจากการถูกปรับหลังคืนวีดีโอที่เช่าช้าเกินกำหนด

 

แต่โมเดลธุรกิจของ Netflix ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก บริษัทเจ้าอื่นก็ลอกเลียนแบบได้ง่ายด้วยเทคโนโลยีที่มี แถมตลาดใหญ่น่าลงทุน ทำให้ตอนนี้ Netflix เจอคู่แข่งอย่าง HBO Now, Amazon Prime Video, Hulu แม้แต่บริษัทที่ไม่ได้เริ่มจากธุรกิจ Video Streaming อย่าง Google, Apple และ Facebook ก็ทุ่มงบลงทุนทำคอนเทนต์วีดีโอ

Netflix จึงไม่ได้มีอำนาจในการตั้งราคาค่าสมาชิกสูงเหมือนก่อน โมเดลธุรกิจของ Netflix ที่คนมองว่าเป็น “Disruptive” ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว เพราะโมเดลธุรกิจและเทคโนโลยีเดี๋ยวนี้ลอกเลียนแบบและพัฒนาต่อยอดกันได้ง่ายๆ

Netflix จึงคิดจะทำคอนเทนต์และทำการตลาดตอบโจทย์ตลาดต่างประเทศ ซึ่งถ้า Netflix คิดจะทำคอนเทนต์แบบ Local  จะต้องเจอคู่แข่งที่มีฐานคนดูแน่นอย่าง Line TV มีหลายคอนเทนต์ให้ดูฟรีด้วย ทำให้ Netflix ต้องคิดหนัก หากจะบุกตลาดไทย

 

 cover-line-tv

Line TV มีคนดู 133 นาทีต่อวัน เสิร์ฟคอนเทนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ร่วมกับพันธมิตรในไทย หาก Netflix จะมาบุกตลาดไทย บอกเลยว่ายาก

 

อนาคต Netflix เตรียมดับ ถ้าคอนเทนต์ไม่โดนใจคนดูได้เรื่อยๆ

เพราะถ้าว่ากันตรงๆ 6-7 ปีที่ผ่านมาของ Netflix หนี้ที่ Netflix ต้องจ่ายให้กับเจ้าของลิขสิทธิ์ซีรี่ย์และภาพยนตร์มันเพิ่มเร็วกว่ารายได้ที่ Netflix ทำได้โดยเฉพาะจากค่าสมาชิก แถม Netflix ลงทุนทำคอนเทนต์เพิ่มเองอีกต่างหาก ผลคือกระแสเงินสดที่ติดลบดิ่งลงมาหลายปีเพื่อเจียดให้กับต้นทุนคอนเทนต์ กำไรเงินสดเมื่อปีที่แล้วก็ติดลบไป 133 ล้านเหรียญ บวกกับกระแสเงินสดปีที่แล้วก็ติดลบไป 2.8 พันล้านเหรียญ

23868F26-3FAA-4A6F-93CE-9DA3E3DA2AFA

ช่วงปี 2010 เป็นช่วงที่หนี้ในการลงทุนการทำคอนเทนต์เริ่มแซงหน้ารายได้จนทิ้งห่างมากขึ้นเรื่อยๆ (ที่มา: forbes.com)

 

ซึ่งหาก Netflix อยากทำรายได้มากๆก็ต้องดูว่าซีรีย์หรือภาพยนตร์ที่ซื้อไปนั้นมันโดนใจสมาชิกแค่ไหน ถ้ากลายเป็นกระแส ก็ทำเงินได้เยอะ ไม่ต่างจากโรงหนังบ้านเราที่รายได้ขึ้นอยู่กับหนังที่ฉาย (วัดดวงกันล้วนๆ) แถมในปีหน้า Netflix ออกมาประกาศว่าจะอัดฉีดเงินอีก 8 พันล้านเหรียญกับโชว์และหนัง สู้กับคู่แข่งในสงครามคอนเทนต์ด้วย

ดูตารางรายรับ รายจ่าย และกำไรเงินสดตั้งแต่ปี 2016 ได้ ที่นี่

Netflix จึงกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ถ้าไม่เพิ่มคอนเทนต์เด็ดๆให้คนดูเพื่อประหยัดต้นทุน คนดูก็อยากต่อสมาชิก รายได้ก็หาย ถ้าเพิ่มคอนเทนต์ไปเรื่อยๆ ก็อาจจะมีคนต่อสมาชิกและมีสมาชิกใหม่เข้ามาบ้าง Netflix กำลังใช้กลยุทธ์แบบ Long-tail ผ่านคอนเทนต์ใหม่ๆ แต่ต้องทนกับต้นทุนค่าทำและซื้อคอนเทนต์ที่เพิ่มขึ้น แถมขึ้นราคาค่าสมาชิก คนดูก็ย้ายไปดูแพลตฟอร์มอื่นที่เป็นคู่แข่งของ Netflix ได้ตลอดเวลา กดดันให้ Netflix ทุ่มงบโฆษณา ยอมให้ดูคอนเทนต์ฟรีเดือนแรกชิงความสนใจของว่าที่สมาชิกอีก

 

Netflix-series-list 

โมเดลธุรกิจของ Netflix ในตอนจึงไม่ต่างอะไรกับเครื่องจักรสูบเงินสดออก รายได้ที่ Netflix ได้เป็นประจำตอนนี้คงไม่สำคัญเท่ากับกระแสเงินสดที่เปรียบเหมือนลมหายใจของธุรกิจ

ถ้า Netflix ไม่ทำอะไรสักอย่าง ก็นับวันถอยหลังถึงจุดจบ

 

Copyright © MarketingOops.com

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

เจาะลึกจิตวิทยาการตลาด และธุรกิจสตาร์ทอัพจากคนในวงการ พร้อมเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน สามารถติชมหรืออยากให้เจาะลึกเรื่องไหนเป็นพิเศษ ส่งเมลมาเลยที่ contact@oopsnetwork.co.th

User Name: Oops Hardcore

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ 3 = six

Recent Posts

Facebook