
ในช่วงปี 2025-2026 วงการ “Social Media Marketing” ทั้งในไทยและทั่วโลกเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เมื่อ “AI” เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ตั้งแต่แพลตฟอร์ม ไปจนถึงผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์/ผู้ประกอบการ และผู้ใช้งานทั่วไป ส่งผลให้เกิด “คอนเทนต์” ที่ผลิตโดย AI จำนวนมหาศาล! ซึ่งมีทั้งคอนเทนต์คุณภาพสูง และคุณภาพต่ำที่ถูกเรียกว่า “AI Slop”
คุณณรงค์ยศ มหิทธิวาณิชชา Cofounder TWF Agency and Vice President, Advertising Association of Thailand และ คุณศิริพงศ์ เตียวพิพิธพร Founder and Digital Marketing Consultant, Infotech Maker ได้ฉายภาพเทรนด์ Social Media Marketing 2025-2026 ทั้งแพลตฟอร์ม, คอนเทนต์ และ Social Ads รวมทั้งคำแนะนำการตลาดและการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย ภายในงาน Digital Marketing Trends Report 2026
สรุป 6 เทรนด์แพลตฟอร์ม Social Media – สื่อโฆษณาออนไลน์ในปี 2025
1. แบรนด์โยกงบโฆษณา-คอนเทนต์จาก Facebook ไปยัง TikTok
ถือเป็นปีที่มาแรงของแพลตฟอร์ม TikTok ทำให้แบรนด์, เอเจนซีโยกงบโฆษณา และงานโปรดักชันคอนเทนต์มาอยู่บน TikTok สะท้อนได้จากข้อมูล สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ DAAT ระบุว่า ปี 2025 TikTok กลายเป็นแพลตฟอร์มที่มีเม็ดเงินโฆษณาสูงสุดอันดับ 2 แทนที่ YouTube
ดังนั้นเมื่อแบรนด์, เอเจนซีโฟกัส TikTok มากขึ้น ทำให้คอนเทนต์จึงไปทาง Short-form Video และ Live Commerce
2. Social Media ยังเป็นช่องทางหลักในการทำ Digital Media
การใช้สื่อดิจิทัลในปี 2025 แบรนด์/นักการตลาด ยังคงนิยมใช้แพลตฟอร์ม “Social Media” เป็นช่องทางหลักในการขับเคลื่อนไปสู่ประสิทธิผลตามเป้าหมายที่ต้องการ ไม่ว่าจะในรูปแบบการโพสต์คอนเทนต์ปกติ, วิดีโอ ไปจนถึง Live content

3. โยกงบมาลง Social Media มากกว่าลงโฆษณาบน Traditional Media
เป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลกสำหรับแบรนด์ใหญ่หลายแบรนด์ มองว่าจะไม่ลงโฆษณาบน Traditional Media แต่โยกงบส่วนใหญ่ไปลง Social Media เป็นหลัก เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ ROI และการวัดผลได้ดีกว่า
อย่างปัจจุบันพบว่า Gen Y ตอนปลาย, Gen Z ไปถึง Gen Alpha ไม่นิยมดูรายการฟรีทีวีแล้ว แต่ดูคอนเทนต์ออนไลน์, Social Media, Video Streaming และติดตามคอนเทนต์จาก Creator หรือ Influencer มากกว่า
4. คอนเทนต์คุณภาพต่ำที่สร้างขึ้นด้วย AI (AI Slop) เกลื่อนออนไลน์ทั่วโลก!
ในปีที่ผ่านมา เกิดปรากฏการณ์ “AI Slop” หรือคอนเทนต์คุณภาพต่ำที่สร้างขึ้นด้วย AI ทั่วโลก ทั้งในรูปแบบภาพ, วิดีโอ, บทความที่ให้ข้อมูลผิด, บิดเบือน, ไม่สมจริง หรือดูไม่เป็นธรรมชาติ ออกมาเกลื่อนโลกออนไลน์ จนกลายเป็นคอนเทนต์ขยะรกหน้าฟีด Social Media
เหตุผลที่ทำให้เกิด AI Slop จำนวนมหาศาล ส่วนหนึ่งมาจากการเปิดตัว Sora 2 ทำให้ทุกคนสามารถทำ Short-form Video ในคุณภาพไม่สูงมากนักออกมาเต็มหน้าฟีด Social Media ทั้งใน Facebook, Instagram, TikTok

5. แพลตฟอร์มโฆษณาออนไลน์ นำ AI มาใช้มากขึ้น
ขณะที่ฝั่งโฆษณาออนไลน์ แพลตฟอร์มโฆษณาออนไลน์รายใหญ่ เช่น Meta ทั้ง Facebook และ Instagram, Google Ads, TikTok Ads ได้นำฟีเจอร์ “AI” มาฝังอยู่ในแพลตฟอร์มมากขึ้น โดย AI ทำหน้าที่เป็นเหมือนผู้ช่วยจัดการโฆษณา
- Meta Advantage+ โซลูชัน AI สำหรับการทำแคมเปญโฆษณาโดยอัตโนมัติกับกลุ่มเป้าหมาย, ตำแหน่งโฆษณา และงบประมาณของแคมเปญ เพียงแค่แบรนด์/เอเจนซีใส่ข้อมูลหลักๆ โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลทุกอย่าง ระบบจะจัดการให้โดยอัตโนมัติ
อย่างไรก็ตามเพื่อเพิ่ม “ความแม่นยำ” ของระบบในการนำส่งโฆษณา และได้ผลลัพธ์เป็นไปตามที่ต้องการ คนนำ Data มาใช้กับ AI เพื่อส่งโฆษณาไปหา Lead ที่มีโอกาสจะเป็นลูกค้าแบรนด์มากที่สุด
- Google Ads มีการเอา AI มาช่วยงานโฆษณา ตั้งแต่เขียนชิ้นงานโฆษณา เช่น Headline, Caption ไปจนถึงด้านการค้นหา
- TikTok Ads พัฒนาเครื่องมือจัดการโฆษณาอัตโนมัติ GMV Max นำส่งโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายที่แบรนด์/ร้านค้าต้องการเข้าถึง เพื่อเพิ่มยอดวิวและยอดขายของแบรนด์/ร้านค้าใน TikTok Shop
6. ยิงโฆษณา Live ดึงคนเข้ามาดู
ปัจจุบัน Live Commerce ยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง แบรนด์ หรือร้านค้าจัด Live Video ต่างต้องการเพิ่มจำนวนผู้ชมให้มากที่สุด เพื่อสร้างโอกาสการขายสินค้าให้มากขึ้น จึงเกิดเทรนด์การใช้โฆษณา เพื่อโปรโมท Live Video ยิงโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ เพื่อดึงคนเข้ามาชม และเพิ่มโอกาสปิดการขายได้

อัปเดต 5 เทรนด์ “Social Media Marketing” ปี 2026
ขณะที่เทรนด์ Social Media Marketing ในปี 2026 ประกอบด้วย
1. Hybrid Content ผสานมนุษย์ + AI รับมือ AI Slop
จากในปีที่ผ่านมามีคอนเทนต์ประเภท AI Slop เกิดขึ้นมากมายในโลกออนไลน์ ขณะเดียวกันท่ามกลางการใช้ AI อย่างแพร่หลาย ในอีกด้านหนึ่งก็เกิดกระแส Anti-AI Marketing หากแบรนด์ไหนใช้ AI ในการสร้างชิ้นงาน อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ เพราะมีผู้บริโภคบางกลุ่มอาจรู้สึกไม่เห็นด้วย หรือไม่ยอมรับแคมเปญ หรือคอนเทนต์ที่สร้างด้วย AI
ดังนั้นปัจจุบันจึงเกิดเทรนด์ในวงการโฆษณาทั่วดลก คือ การทำคอนเทนต์แบบ “Hybrid” ด้วยการผสมผสานระหว่างมนุษย์ และ AI เข้าด้วยกัน
เช่น ในกระบวนการผลิตภาพยนตร์โฆษณา ผสมผสานระหว่างการใช้ AI มาสร้างเป็นวิดีโอสั้น แล้วนำไปประกอบกับการถ่ายทำจริง ในสถานที่จริง สินค้าจริงของแบรนด์ เพื่อให้งานออกมากลมกลืนและสมจริง

2. แบรนด์เป็น “ครีเอเตอร์” เอง
ในยุค Creator Economy แบรนด์ขยับจากการขายสินค้า/บริการ ไปสู่การเป็น “ครีเอเตอร์” เอง เห็นได้จากเจ้าของสินค้าหรือบริการในฐานะเข้าของแบรนด์ หรือธุรกิจ ลุกขึ้นมาทำ “CEO Branding” ด้วยการทำคอนเทนต์ลงใน Social Media
ขณะเดียวกันในฝั่งพนักงาน จะเห็น Employee Generated Content (EGC) คือ คอนเทนต์ที่มาจากพนักงานในบริษัทมาทำคอนเทนต์เล่าเรื่องแบรนด์ หรือบริษัทที่ตนเองทำงานอยู่ด้วยนั้นแบบเรียลๆ แล้วโพสต์ลง Social Media ของตัวเอง ซึ่งความเรียล จึงตอบโจทย์ Authentic ถูกจริตคนดูคอนเทนต์ โดยเฉพาะจะเห็นชัดเจนบน TikTok
นอกจากนี้ยังรวมถึงการทำ Co-creation กับครีเอเตอร์ข้างนอก ในรูปแบบ Partnership เพื่อสร้างสรรค์คอนเทนต์ร่วมกัน

3. สมดุลระหว่างการสร้าง Branding กับการทำ Performance
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โจทย์ใหญ่ของแบรนด์ที่ให้กับเอเจนซี คือ ผลลัพธ์ที่จะได้จากการใช้งบทำแคมเปญ เช่น ทำแคมเปญการตลาดนี้แล้วจะได้ยอดขาย หรือ Return เท่าไร ทำให้โฟกัสหลักของหลายแบรนด์อยู่ที่ Performance มากกว่าการสร้างแบรนด์ดิ้งต่อเนื่อง
แต่ในปี 2026 ในยุค AI ที่เข้ามามีบทบาทช่วยแนะนำแบรนด์ และสินค้าให้กับผู้บริโภค แบรนด์จึงต้องกลับมามองว่าจะรอให้ AI แนะนำแบรนด์เราอย่างเดียวไม่ได้ แต่เราต้องเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคนึกถึงและอยากได้ด้วย
ดังนั้นหนึ่งในกลยุทธ์ Social Media Marketing ปี 2026 หลายแบรนด์จะกลับมาทำ Full Funnel Marketing มากขึ้น ตั้งแต่ Upper funnel ที่เน้นการทำแบรนด์ดิ้ง ไปจนถึง Lower funnel ที่ตอบโจทย์ด้าน Performance

4. AI-Driven Ad Creation ทั้งแพลตฟอร์มและนักการตลาดจะใช้ AI มากกว่าเดิม!
แพลตฟอร์มโฆษณาออนไลน์ต่างๆ จะพัฒนาฟีเจอร์ AI ให้ฉลาดขึ้น และโปรโมทเข้มข้นกว่าเดิม เพื่อทำให้แบรนด์/ร้านค้าหันมาใช้ฟีเจอร์ AI ซึ่งทำให้วัตถุประสงค์ของการทำโฆษณาออนไลน์เปลี่ยนไป
อย่าง Facebook Live เมื่อโฆษณาให้คนเข้ามาดูมากขึ้น แบรนด์ไม่ใช่แค่ต้องการ Maximize Reach เท่านั้น แต่ต้องการ Maximize Conversion
ขณะที่นักการตลาด แบรนด์ หรือเจ้าของธุรกิจ จากก่อนหน้านี้ใช้ AI เพื่อสร้างไอเดีย, ขยายไอเดีย แต่ปีนี้จะเห็นการใช้ AI ในหลากหลายรูปแบบมากขึ้น เพื่อสร้างสรรค์โฆษณา หรือคอนเทนต์สื่อสาร ผสานกับการใช้ของจริง เช่น ใช้ AI สร้างฉากหลังที่เข้ากับสินค้าจริง
5. Video First Ads คอนเทนต์วิดีโอ ทั้งแบบยาวและสั้น ได้รับความนิยมมากสุด
Video First ไม่ได้หมายถึงการถ่ายทำโฆษณาโปรโมทสินค้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวิดีโอ Live และการให้ Influencer หรือพนักงาน ครีเอทคอนเทนต์วิดีโอ และแบรนด์สามารถนำคอนเทนต์วิดีโอเหล่านั้น มาต่อยอดเป็นโฆษณาบน Social Media ได้ เพราะโฆษณารูปแบบวิดีโอ ยังคงให้ผลลัพธ์ conversion ที่ดีกว่ากับแบรนด์

สร้าง Trust – ดึง Attention
คุณณรงค์ยศ ทิ้งท้ายคำแนะนำการทำ Social Media Marketing ในยุคนี้ไว้ 2 เรื่องสำคัญคือ
- สร้าง Trust: หลีกเลี่ยงการทำ AI Slop ถ้าจะใช้ AI ต้องใช้แนวทาง Hybrid ที่มีคนอยู่ในลูปทั้งเป็นผู้ควบคุมการใช้ AI ควบคู่กับการผู้บริโภค หรือลูกค้ารู้สึกได้ถึง Authenticity และความจริงใจ ผ่านนำเสนอคอนเทนต์ผ่านพนักงาน หรือที่เรียกว่า Employee Generated Content (EGC) และคอนเทนต์จากลูกค้าตัวจริง (User Generated Content: UGC)
- ดึง Attention: ต้องใช้ Creativity และ Insight ที่เข้าใจกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง เพื่อดึงความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย เห็นแล้วหยุดดู และมี action ต่อ เช่น ลงทะเบียน กดเข้าเว็บไซต์ หรือกดสั่งซื้อสินค้า

หลัก 3Ps โฆษณาออนไลน์ยุค AI
ทางด้าน คุณศิริพงศ์ สรุปทิ้งท้ายถึงแนวทาง 3Ps ในการทำโฆษณาออนไลน์ ประกอบด้วย
- Purpose: มีวัตถุประสงค์ในการโฆษณาออนไลน์ที่ชัดเจน ซึ่งปัจจุบันโฆษณาออนไลน์สามารถพากลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ไปถึงขั้น Conversion ได้แล้ว ดังนั้นอย่าทำโฆษณาออนไลน์เพียงแค่วัตถุประสงค์ Reach หรือ Engagement เท่านั้น ขณะเดียวกันต้องมีทักษะ และใช้เครื่องมือที่ถูกต้องและถูกวิธี
- Prioritize: จัดลำดับความสำคัญของ AI และแพลตฟอร์ม เนื่องจากทุกวันนี้มีเครื่องมือ AI มากมาย บางฟีเจอร์ หรือบางเครื่องมืออาจจะยังไม่เหมาะกับแบรนด์/โปรดักต์ในเวลานี้ ขณะที่ AI บางตัวเหมาะกับแบรนด์/โปรดักต์ รวมถึงการเลือกใช้แพลตฟอร์มให้เหมาะกับแบรนด์/โปรดักต์
- Practice: ต้องหมั่นลงมือทำ เพื่อหาคำตอบที่ใช่ หรือคำตอบที่เหมาะกับแบรนด์/โปรดักต์ และการเป็นนักการตลาดที่ดี คือ การหมั่นหาความรู้ พร้อมทั้งอัปเดตสิ่งใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ







