
ทุกวันนี้ ความสำเร็จของธุรกิจค้าปลีกถูกนิยามใหม่ผ่าน “ความสามารถในการเชื่อมต่อทุกช่องทาง” เข้าด้วยกัน เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่สะดวก ครบ และต่อเนื่องในทุก Touch Point ของผู้บริโภคอย่างไร้รอยต่อ หรือที่นักการตลาดเรียกกันว่า การสร้างช่องทางการขายแบบ Omnichannel
ข้อมูลที่น่าสนใจจากรายงาน Omnichannel Retail Statistics โดย Uniform Market ระบุว่า ผู้บริโภคในปัจจุบันกว่า 73% ใช้ช่องทางที่หลากหลายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ประกอบกันตลอด Journey ในการซื้อสินค้า สอดคล้องกับข้อมูลจาก Priceza ในงาน Thailand E-Commerce Trends 2026 ที่คาดการณ์ว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยในปี 2026 จะเติบโตจนมีสัดส่วนเกือบ 30% ของยอดค้าปลีกทั้งหมด
ในบทความนี้เราจึงจะพาไปเรียนรู้ความสำเร็จของเพาเวอร์บาย ที่เพิ่งคว้ารางวัล Top Retailer 2025 ในหมวดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ จากเวที Lazada Thailand Seller Awards 2025 กันว่า เพาเวอร์บายทำอย่างไรถึงสามารถพัฒนาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ให้กลายเป็นกลไกช่วยผลักดันยอดขายแบบ Omnichannel ได้? เรามาลองมาไล่เรียงกันไปทีละข้อ
ขยาย “สาขาดิจิทัล” ด้วยกลยุทธ์ Winning Partnerships

เพาเวอร์บายเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ และหนึ่งในหลาย ๆ กลยุทธ์ก็คือกลยุทธ์ที่เรียกว่า Winning Partnerships โดยหยิบเอาความเชี่ยวชาญของตัวเองในฐานะ Tech Retailer ที่แข็งแกร่งเรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนบริการหลังการขาย มาผนึกกับ Ecosystem e-Commerce ที่แข็งแกร่งของลาซาด้า จากการเป็นพาร์ทเนอร์กันในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการนำสินค้าไปจำหน่ายบนแอปพลิเคชัน เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงแล้ว ยังเป็นการ “ขยายสาขาในโลกดิจิทัล” ที่ช่วยให้แบรนด์สามารถอัพสเกลทางธุรกิจ ให้เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ๆ ทั้งคนรุ่นใหม่ รวมถึงคนในต่างจังหวัด เหมือนกับมีสาขาครอบคลุมไปทั่วประเทศ
งานหลังบ้านที่สินค้าตอบโจทย์ บริการดี
ปัจจัยที่ทำให้ยอดขายของเพาเวอร์บายบนลาซาด้าเติบโตได้หลัก ๆ มาจากการวางกลยุทธ์ที่เข้าใจพฤติกรรมคนซื้อออนไลน์โดยแบ่งออกเป็น 2 แกนหลัก ก็คือ
1. สินค้าที่เลือกมาจาก Data จริง
เพาเวอร์บายทำงานร่วมกับลาซาด้า โดยการใช้เทคโนโลยีของลาซาด้าช่วยคัดเลือกสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคออนไลน์ได้อย่างแม่นยำ โดยกลุ่มสินค้าดาวเด่นที่ทำผลงานได้ดีเยี่ยมคือ เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่, เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก, สมาร์ททีวี และ IT Gadget รวมถึงกลุ่มสินค้า “Premium & Trendy Product” ที่เน้นนวัตกรรม ดีไซน์ และฟังก์ชัน ซึ่งโดนใจคนยุคใหม่
2. บริการที่มั่นใจได้และจบในที่เดียว
ปกติแล้ว Pain point ของการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่ผ่านออนไลน์คือคำถามที่ว่า “ใครจะมาส่ง แล้วใครจะติดตั้งให้? เครื่องมีรับประกันไหม” แต่เพาเวอร์บาย อุดช่องโหว่นี้ด้วยบริการ “Power Buy Care” โดยนำมาตรฐานจากออฟไลน์มาใช้กับออนไลน์ด้วยเช่นกัน อีกทั้งลูกค้ายังมั่นใจได้ว่าจะได้สินค้าของแท้ 100% เพราะเป็น Official Store บน LazMall นอกจากนี้ระบบการสั่งซื้อก็สะดวกง่ายดาย พร้อมมีบริการจัดส่ง และติดตั้งโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ แถมยังมีส่วนลดที่ช่วยดึงดูดลูกค้าช่วง Mega Campaign จากการทำแคมเปญร่วมกับลาซาด้าอีกด้วย
องค์ประกอบเหล่านี้ส่งผลต่อการทำธุรกิจ คือช่วยเพิ่ม Customer Trust, Conversion Rate และ Basket Size ให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เมื่อแพลตฟอร์มช่วยติดปีกธุรกิจ

การสร้างประสบการณ์ Omnichannel ที่ดีได้นั้น จะต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี ซึ่งในมุมของลาซาด้าเอง ก็เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่ง ตามแนวคิด “Growing Success Together” ที่มองว่าผู้ขายคือแรงสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล
หมายความว่าลาซาด้าได้นำ Ecosystem ที่ครบวงจรเข้ามาช่วยธุรกิจในแพลตฟอร์มหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญที่มีตลอดทั้งปี, เครื่องมือทางการตลาด, เทคโนโลยี AI ที่ช่วยโชว์สินค้าที่ตรงใจลูกค้า, ระบบโลจิสติกส์ที่รวดเร็ว รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินที่ปลอดภัย ที่สำคัญคือจุดแข็งของ LazMall ที่มาพร้อมความน่าเชื่อถือกับสินค้าแบรนด์แท้ และบริการที่ยกระดับความมั่นใจอย่าง “4 การันตี” ที่ช่วยการันตีสินค้าแท้ จัดส่งตรงเวลา คืนสินค้าพร้อมเงินคืนไว และสินค้าพร้อม สิ่งเหล่านี้ช่วยทลายกำแพงความกังวลของผู้บริโภค ทำให้การตัดสินใจซื้อสินค้าราคาสูงบนโลกออนไลน์เกิดขึ้นได้ง่ายและราบรื่นมากขึ้นกว่าเดิมมากๆ
ก้าวต่อไปแบบ Win-Win

ความสำเร็จของเพาเวอร์บายบนเวที Lazada Thailand Seller Awards 2025 เป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งของกลยุทธ์ด้าน Omnichannel นั่นคือการผสาน “ความน่าเชื่อถือจากประสบการณ์ออฟไลน์” เข้ากับ “ความสะดวกสบายของโลกออนไลน์” ผนวกกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่โดดเด่นเรื่องสินค้าคุณภาพและความไว้วางใจ ช่วยยกระดับประสบการณ์การช้อปของลูกค้าแบบไร้รอยต่อในทุกช่องทางอย่างแท้จริง ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจที่ต้องการปรับตัวและเติบโตในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

โมเดลนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของกลยุทธ์ “Win-Win” ที่สร้างคุณค่าให้กับทุกฝ่าย ทั้งในมุมของแบรนด์ที่สามารถขับเคลื่อนยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แพลตฟอร์มที่เติบโตแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และท้ายที่สุดคือผู้บริโภคที่ได้รับประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สะดวก ครบวงจร และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างแท้จริง
