
ถ้าจะหา Session ที่ทำให้นักการตลาดต้องกลับมาคิดใหม่เรื่อง Search, SEO, Content, Digital PR และ Brand Visibility ในปี 2026
Session นี้คือหนึ่งในหัวข้อที่ควรฟังมากที่สุด เพราะโลกของ Search กำลังเปลี่ยนเร็วกว่าแผนการตลาดของหลายแบรนด์
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แบรนด์จำนวนมากคุ้นเคยกับสูตรเดิมของ Google คือทำอันดับให้ติดหน้าแรก ดึงคนให้คลิกเข้าเว็บไซต์ แล้วเปลี่ยนคนเหล่านั้นให้กลายเป็นลูกค้า
แต่ในโลกของ AI Answers ผู้บริโภคอาจไม่ต้องคลิกเข้าเว็บไซต์เหมือนเดิม เพราะ AI จะสรุปคำตอบ คัดเลือกแบรนด์ และแนะนำตัวเลือกให้เสร็จในหน้าคำตอบเดียว
นั่นทำให้โจทย์ของแบรนด์ในปี 2026 คือการรักษาพื้นที่บน Google พร้อมสร้างโอกาสให้ AI เอ่ยถึง เชื่อถือ และเลือกแบรนด์เข้าไปอยู่ในคำตอบที่ผู้บริโภคเห็น
และนี่คือสรุปบทเรียน/กลยุทธ์/แนวคิดจาก Mark McDowell Founder & CEO, Primal Company Limited ที่ขึ้นเวทีมาแบ่งปันเรื่อง How Brands Can Win AI Answers 2026 ในงาน #AssetWisepresentsMarketingOopsSummit2026
Search กำลังเปลี่ยนเป็น AI Answers
Mark อธิบายว่า โลก Search ที่เรารู้จักมานานกว่า 20 ปี เคยมีสูตรค่อนข้างชัดเจน
Rank on Google
Earn the click
Convert the visitor
แบรนด์แข่งกันทำอันดับบน Google เพื่อให้ผู้บริโภคคลิกเข้าเว็บไซต์ แล้วค่อยเปลี่ยน traffic ให้เป็นยอดขาย ลูกค้า หรือ lead ทางธุรกิจ
แต่ตอนนี้ Search กำลังเข้าสู่ช่วงใหม่
ปี 2022 คือโลกของ 10 blue links ที่ Google แสดงผลเว็บไซต์ให้ผู้ใช้เลือกเอง
ปี 2025 คือยุคของ AI Overviews ที่ AI เริ่มสรุปคำตอบไว้ด้านบน และมีเพียงบางแบรนด์ที่ถูกเอ่ยถึง
ปี 2026 จะเป็นช่วงของ AI Mode ที่ประสบการณ์ค้นหาจะคล้ายการคุยกับผู้ช่วย AI มากขึ้น ผู้ใช้ถามคำถามแล้วได้คำตอบทันที
ผลที่ตามมาคือ Click อาจลดความสำคัญลง ขณะที่ AI Mentions หรือจำนวนครั้งที่ AI เอ่ยถึงแบรนด์ จะกลายเป็นตัวชี้วัดใหม่ที่แบรนด์ต้องเริ่มติดตาม
คำถามสำคัญจึงเปลี่ยนไปเป็น AI พูดถึงแบรนด์เราหรือเปล่า พูดถึงในบริบทแบบไหน และแนะนำเราบ่อยแค่ไหนเมื่อผู้บริโภคถามหาสินค้าหรือบริการในหมวดของเรา
ประเทศไทยยังต้องชนะ Google ก่อน
แม้โลก AI จะมีหลายแพลตฟอร์ม แต่ข้อมูลของ Primal ชี้ว่า สำหรับประเทศไทย Google ยังคงเป็นสนามที่แบรนด์ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก
เพราะ 96% ของ Thai Search + AI visits ยังอยู่ใน Google Ecosystem ซึ่งรวม Google Search, AI Overviews และ Gemini
ในกลุ่ม AI Assistants เอง Gemini มี monthly visits ราว 40 ล้าน ขณะที่ ChatGPT อยู่ราว 35 ล้าน และ Perplexity ประมาณ 1 ล้าน
ประเด็นนี้ทำให้ Mark ย้ำว่า แบรนด์ไทยควรชนะ Google ก่อน หมายถึงต้องดูทั้ง Google Search, AI Overviews และ Gemini พร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม การมองแค่ Google ยังไม่พอ เพราะ AI แต่ละตัวอ่านข้อมูลจากแหล่งที่มาต่างกัน
Google AI Overviews, Gemini และ ChatGPT อาจให้คำตอบคนละแบบ แม้ผู้ใช้จะถามคำถามใกล้เคียงกัน แบรนด์ที่เด่นบน Google AI อาจแทบไม่ถูกมองเห็นบน ChatGPT
นี่คือเหตุผลที่การทำ AI Visibility ต้องคิดเป็นระบบ ไม่ใช่การทำ SEO แบบเดิมแล้วหวังว่าจะครอบคลุมทุก AI Platform โดยอัตโนมัติ
AI มีแบรนด์โปรด และผู้ชนะมีไม่กี่ราย
หนึ่งในข้อมูลที่น่าสนใจที่สุดของ Session นี้คือ AI มีแนวโน้มเอ่ยถึงแบรนด์เพียงไม่กี่รายในแต่ละหมวดธุรกิจ
Primal ติดตาม 128 แบรนด์ไทย วิเคราะห์ AI citations มากกว่า 1.1 ล้านรายการ และดูแหล่งข้อมูลมากกว่า 35,000 แหล่ง ตลอดช่วง 90 วัน
ผลที่พบคือ ในหลายหมวดธุรกิจ 2 แบรนด์บนสุดครองสัดส่วน AI Mentions รวมกันเฉลี่ย 76%
ตัวอย่างเช่น
Aesthetic Clinics 94%
Furniture 91%
Hotels 73%
Banking 64%
Travel / OTA 57%
แปลว่า หากผู้บริโภคถาม AI ว่าแบรนด์ไหนน่าสนใจในหมวดใดหมวดหนึ่ง AI มักจะเอ่ยถึงแบรนด์ซ้ำๆ เพียงไม่กี่ราย
ในโลก Search แบบเดิม แบรนด์อาจพยายามแย่งพื้นที่ Top 3 บน Google
ในโลก AI Answers แบรนด์ต้องพยายามเข้าไปอยู่ในกลุ่มชื่อที่ AI เลือกพูดถึงบ่อยที่สุด เพราะพื้นที่ในคำตอบมีจำกัดมากกว่าเดิม
นี่คือจุดที่ AI เริ่มทำหน้าที่คล้าย Influencer รูปแบบใหม่ เพราะ AI คัดเลือกแบรนด์ จัดลำดับความน่าเชื่อถือ และส่งต่อคำแนะนำให้ผู้บริโภคโดยตรง
AI เชื่อคนอื่นพูดถึงแบรนด์ มากกว่าเว็บของแบรนด์เอง
อีก insight ที่สำคัญมากคือ AI ไม่ได้พึ่งพาเว็บไซต์ของแบรนด์เองเป็นหลักเวลาตอบคำถามเกี่ยวกับแบรนด์
ข้อมูลจาก Primal ระบุว่าแหล่งที่ AI อ้างอิงเกี่ยวกับแบรนด์ไทยมาจาก Third-party sources ประมาณ 80.7%
Social อยู่ที่ 9.7%
Competitors อยู่ที่ 5.4%
ส่วนเว็บไซต์ของแบรนด์เองอยู่ที่ 4.3%
นี่คือสัญญาณสำคัญว่าแบรนด์ไม่ควรเทน้ำหนักทั้งหมดไปที่เว็บไซต์ของตัวเองเพียงช่องทางเดียว
เพราะ AI มักมองสิ่งที่คนอื่นพูดถึงแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น YouTube, Social Media, Review Sites, Community, Publisher, Forum หรือเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือในหมวดนั้นๆ
Mark ยกให้ YouTube เป็นหนึ่งในแหล่งข้อมูลสำคัญมากในไทย เพราะวิดีโอจำนวนมากถูกถอดเสียงเป็นข้อความ ทำให้ AI สามารถอ่านและนำไปใช้ประกอบคำตอบได้
นอกจาก YouTube ยังมีแหล่งข้อมูลอื่นที่ AI ใช้ เช่น Facebook, Reddit, Pantip, Wongnai, Wikipedia และเว็บไซต์รีวิวอย่าง MyBest
สำหรับแบรนด์ นี่คือการเปลี่ยนแนวคิดครั้งใหญ่ของ Content Strategy
การทำคอนเทนต์บนเว็บไซต์ยังสำคัญ แต่แบรนด์ต้องมีตัวตนในพื้นที่ที่ AI ใช้อ้างอิงด้วย เพื่อให้เรื่องราวของแบรนด์ถูกพูดถึงในวงกว้างและมีความน่าเชื่อถือมากพอ
แบรนด์ต้องเป็นชื่อที่ AI เห็นซ้ำในหลายแหล่งข้อมูล
หนึ่งในหลักคิดสำคัญของ Mark คือ Be the Name, not the Page
ในอดีต นักการตลาดจำนวนมากโฟกัสกับการทำให้ URL ของตัวเองติดอันดับสูงที่สุด
แต่ในโลก AI Answers สิ่งที่สำคัญขึ้นคือชื่อแบรนด์ต้องถูกเอ่ยถึงบ่อย ในหลายเว็บไซต์ หลายบริบท และหลายแหล่งข้อมูลที่ AI อ่าน
แบรนด์ไม่จำเป็นต้องเป็นอันดับหนึ่งในทุกบทความรีวิว แต่ต้องมีชื่อปรากฏอยู่ซ้ำๆ มากพอเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
ยิ่ง AI เห็นชื่อแบรนด์ในหลายแหล่งข้อมูลที่สอดคล้องกัน โอกาสที่ AI จะหยิบแบรนด์ไปแนะนำก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
ดังนั้น Digital PR, Review Strategy, Publisher Mentions, Community Mentions และ Social Proof จึงกลายเป็นส่วนสำคัญของ AI Visibility
5 สิ่งที่แบรนด์ควรเริ่มทำทันที
จาก Session นี้ สิ่งที่แบรนด์ควรเริ่มทำในปี 2026 มีอย่างน้อย 5 เรื่อง
1. สร้าง YouTube Channel อย่างจริงจัง
เพราะ YouTube เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญใน Google Ecosystem และวิดีโอสามารถถูกแปลงเป็นข้อความให้ AI อ่านได้
2. เข้าไปอยู่ในพื้นที่ Community และ Review Sites
เช่น Pantip, Reddit, Wongnai, MyBest หรือเว็บไซต์รีวิวที่เกี่ยวข้องกับหมวดธุรกิจของแบรนด์
3. ทำ Digital PR เพื่อเพิ่ม Brand Mentions
ข่าว บทความ บทสัมภาษณ์ และการถูกพูดถึงในสื่อภายนอกจะช่วยให้ AI เห็นแบรนด์ในฐานะแหล่งข้อมูลที่มีคนกล่าวถึงจริง
4. Audit ข้อมูลแบรนด์บนโลกออนไลน์
แบรนด์ต้องตรวจสอบว่าข้อมูลที่ปรากฏในเว็บไซต์ต่างๆ ถูกต้อง ตรงกัน และเล่าเรื่องเดียวกัน ไม่ทำให้ AI สับสนเมื่อดึงไปใช้ตอบคำถาม
5. ลงทุนกับ SEO ต่อไป
SEO ยังเป็นฐานสำคัญของการถูกค้นพบ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ Google ยังมีบทบาทสูงมาก เพียงแต่ SEO ต้องทำงานร่วมกับ Brand Mentions, Third-party Sources และ Content Presence ในพื้นที่อื่น
สรุปแล้ว AI Answers กำลังทำให้การตลาดบน Search เปลี่ยนจากการแข่งขันเพื่อให้คนคลิก ไปเป็นการแข่งขันเพื่อให้ AI เลือกเอ่ยถึงแบรนด์ในคำตอบ
สำหรับนักการตลาด โจทย์ปี 2026 คือการทำให้แบรนด์ถูกพบ ถูกพูดถึง ถูกเชื่อถือ และถูกแนะนำในระบบนิเวศของ AI
แบรนด์ที่มีเว็บไซต์ดีอย่างเดียวอาจยังไม่พอ
แบรนด์ที่มีตัวตนชัดในหลายแหล่งข้อมูล มีเรื่องเล่าสอดคล้องกัน มีคนพูดถึงจริง และมีความน่าเชื่อถือในหมวดธุรกิจของตัวเอง จะมีโอกาสสูงกว่าในการเข้าไปอยู่ในคำตอบของ AI
สรุปจาก #TheActionStage Session: How Brands Can Win AI Answers 2026 โดย Mark McDowell ตำแหน่ง Founder & CEO จาก Primal Company Limited ในงาน #AssetWisepresentsMarketingOopsSummit2026



