
Grab ผู้นำแพลตฟอร์มเรียกรถและจัดส่งอาหารแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศปรับเพิ่มเป้าหมายผลประกอบการตลอดทั้งปี หลังเผยผลงานไตรมาส 2 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนให้เห็นว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคในภูมิภาคยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญมรสุมและแรงกดดันทางเศรษฐกิจ ซึ่งข่าวดีนี้ส่งผลให้ราคาหุ้นของ Grab ในตลาด Nasdaq พุ่งขึ้น 4.86% ในช่วงการซื้อขายหลังปิดตลาด
AI กลไกสำคัญขับเคลื่อนองค์กรยุคใหม่
Peter Oey ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน (CFO) ของ Grab ให้สัมภาษณ์ในรายการ Squawk Box Asia ทางช่อง CNBC ว่า AI ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในวิถีการทำงานและผลิตภัณฑ์ของ Grab อย่างเต็มตัว
ขีดความสามารถของเทคโนโลยีนี้เข้ามาช่วยให้บริษัทพัฒนาและเปิดตัวฟีเจอร์หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 3 เท่า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มอัตรากำไร (Margin) และช่วยให้โครงสร้างต้นทุนของบริษัทมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เจาะตัวเลขการเติบโตที่โดดเด่นในไตรมาส 2
- ยอดการเดินทางพุ่งสูง – ปริมาณการเที่ยวเรียกรถในไตรมาสที่ 2 ขยายตัวถึง 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่ง Oey ระบุว่านี่คือหนึ่งในสถิติการเติบโตที่สูงที่สุดเท่าที่บริษัทเคยทำมา
- รายได้และกำไรพุ่งยกแผง – รายได้รวมประจำไตรมาสสิ้นสุดเดือนมิถุนายน เติบโตขึ้น 22% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี แตะระดับ 997 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานพุ่งขึ้นถึง 186% มาอยู่ที่ 19 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปรับเพิ่มเป้าหมายการเงินตลอดปี
จากความต้องการใช้งานที่ยังคงหนาแน่นอย่างต่อเนื่องมาจนถึงเดือนกรกฎาคม Grab จึงมั่นใจปรับเพิ่มคาดการณ์ตัวเลขทางการเงินประจำปีขึ้น ดังนี้:
- ปรับเพิ่มเป้ารายได้รวมทั้งปี เป็น 4,100 – 4,150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็นเงินไทย 137,046 – 138,713 ล้านบาท) จากเดิมที่เคยคาดไว้ที่ 4,040 – 4,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ปรับเพิ่มเป้า EBITDA เป็น 720 – 740 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็นเงินไทย 24,066 – 24,735 ล้านบาท) จากเดิมที่เคยคาดไว้ที่ 700 – 720 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ CFO ของ Grab ยังแสดงความมั่นใจต่อภาพรวมธุรกิจ โดยระบุว่ากลุ่มธุรกิจบริการทางการเงิน (Financial Services) กำลังขยายตัวต่อเนื่อง และกำลังเข้าสู่ “จุดเปลี่ยนสำคัญ” (Inflection point) ที่จะสร้างการเติบโตให้องค์กร
แผนการขยายตลาดและปิดดีลในไต้หวัน
สำหรับประเด็นข้อตกลงเข้าซื้อกิจการ foodpanda ในไต้หวันจาก Delivery Hero นั้น Oey เปิดเผยว่า บริษัทยังคงทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด แม้กระบวนการจะยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ แต่ตั้งเป้าว่าจะสามารถปิดดีลได้อย่างเป็นทางการภายในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
พร้อมทิ้งท้ายว่า Grab มีความตั้งใจที่จะนำฟีเจอร์และบริการต่างๆ ที่ผู้ใช้งานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คุ้นเคยและใช้ในชีวิตประจำวัน เข้าไปต่อยอดและรุกตลาดไต้หวันด้วยเช่นกัน
Source:
https://www.cnbc.com/2026/08/04/grab-earnings-ai-forecast-cfo-.html
