สรุปดราม่า Hotpot Man กับระบบ ‘ขายคิว’ แล้วคุณล่ะอยู่ทีมไหน ‘ขายคิวได้’ หรือ ‘ไม่ควรขายคิว’?


ในช่วงที่ผ่านมาเกิดประเด็นถกเถียงที่น่าสนใจกับร้าน Hotpot Man ร้านบุฟเฟต์หม่าล่าหม้อไฟที่ได้รับความนิยมจนหลายสาขามีคิวยาวหลักร้อยถึงหลายร้อยคิว และเมื่อ “คิว” กลายเป็นสิ่งที่มีความต้องการสูง ก็เริ่มเกิดปัญหาการกดคิวเพื่อนำไปขายต่อ รวมถึงความเสี่ยงจากมิจฉาชีพที่รับซื้อ-ขายคิวนอกระบบ

ล่าสุดประเด็นยิ่งน่าสนใจขึ้น เมื่อ DQueue ระบบจองคิวที่ร้านใช้งาน มีแนวคิดนำ “คิวที่ถูกยกเลิก” กลับมาเปิดขายให้กับลูกค้าที่พร้อมจ่ายเพื่อแลกกับการรอที่สั้นลง โดยทางร้าน Hopot Man ตั้งใจให้ระบบนี้เป็นอีกทางหนึ่งในการจัดการปัญหาการซื้อขายคิวนอกระบบ

แต่อีกด้านก็เกิดคำถามขึ้นมาด้วยว่า หากคิวสามารถซื้อได้ คนที่ยอมจ่ายควรมีสิทธิ์ได้กินเร็วขึ้นหรือไม่? หรือหลักของการต่อคิวควรยังเป็น “มาก่อนได้ก่อน” เหมือนเดิม

Marketing Oops! สรุปดราม่าที่เกิดขึ้น แล้วลองตัดสินใจดูว่าคุณอยู่ทีมไหนระหว่าง ให้มีระบบขายคิวได้ หรือควรให้เป็นระบบมาก่อนได้ก่อนเหมือนเดิม

รู้จัก Hotpot Man ร้านหม่าล่าที่ “คิว” มีค่า

Hotpot Man คือร้านบุฟเฟต์หม่าล่าหม้อไฟที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2017 โดย “คุณยุ้ย” และ “คุณเจ” คู่สามีภรรยาที่คบกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งคุณเจเป็นชาวจีนและมีสูตรหม่าล่าติดตัวมาด้วย

ช่วงแรก ร้านเปิดใกล้มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และลูกค้าส่วนใหญ่ยังเป็นชาวจีน เพราะในเวลานั้นคนไทยยังคุ้นกับ “หม่าล่าเสียบไม้” มากกว่าการนั่งกินหม่าล่าแบบหม้อไฟ

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อกระแสหม่าล่าหม้อไฟเริ่มบูมในไทย โดยเฉพาะช่วงหลังโควิด ประกอบกับรีวิวและการบอกต่อบน Social Media ทำให้ Hotpot Man เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น

อีกแรงส่งสำคัญคือคุณยุ้ย เจ้าของร้านที่ทำคอนเทนต์และทำหน้าที่เป็น Media ให้กับแบรนด์ด้วยตัวเองโดยช่องทาง TikTok ช่อง jayandyi ของคุณยุ้ยมีผู้ติดตามมากถึง 1 ล้านคนแล้ว

สุดท้าย Hotpot Man ที่ปัจจุบันมีราคาเริ่มต้นที่ 299 บาท ได้เติบโตกลายเป็นร้านบุฟเฟต์ยอดนิยมที่ขยายสาขาต่อเนื่อง มีลูกค้าจำนวนมากแห่ไปต่อคิวจน “คิว Hotpot Man” ที่คนรอหน้าร้านจำนวนมากกลายเป็นอีกหนึ่งภาพจำของร้านไป

บางช่วงมีลูกค้ารอหลายร้อยคิว และบางคนต้องรอหลายชั่วโมงกว่าจะได้เข้าร้าน แล้วพอ Demand สูงกว่าจำนวนโต๊ะที่มี “คิว” ก็เลยเป็นของมีค่าขึ้นมาทันที

ตรงนี้เองที่ทำให้เกิดตลาดขายคิวนอกระบบเช่น ใครที่อยากได้คิวร้านไหนก็ตามที่คิวยาวๆ เราก็แค่ไปที่ “กลุ่มรับจองคิว” ที่ถ้าใครอยากได้คิวเร็วๆก็ไปโพสต์หาคิวของร้านที่เราต้องการและบอกเวลาที่เราจะไป โดยราคาก็จะอยู่ที่คิวละ 80-100 บาทต่อคิว

แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาเพราะเมื่อมีการซื้อขายต่อกันเองถ้าเจอคนสุจริตก็โชคดีไป แต่ถ้าไปเจอมิจฉาชีพก็อาจถูกโกงได้ง่ายๆเช่นกัน และปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่ Hotpot Man ก็รับรู้มาระยะหนึ่งแล้ว

จุดกำเนิดระบบขายคิวใน DQueue

จุดที่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นเกิดขึ้นหลังมีผู้ใช้งานรายหนึ่งโพสต์ภาพฟีเจอร์ “Premium Queue” ใน DQueue ซึ่งสามารถจ่ายเงินเพิ่มเพื่อเลือกคิวที่รอสั้นกว่าคิวปกติ

จากภาพที่แชร์กันตัวอย่าง Hotpot Man สาขารังสิตมีคิวปกติรออยู่ 154 คิว แต่ในหน้า Premium Queue มีคิวให้เลือก เช่น คิวที่เหลือรอเพียง 22 คิวในราคา 66 บาท หรือรอ 50 คิวในราคา 52 บาท

สำหรับกรณีนี้ทางคุณยุ้ยก็ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่าระบบของ DQueue จะเสนอขาย Premium Queue เฉพาะ “คิวที่ลูกค้ายกเลิก” เท่านั้น และคิวที่เรียกผ่านไปแล้วจะไม่ถูกนำมาเสนอขายใหม่

ส่วนเงินที่ลูกค้าจ่ายซื้อ Premium Queue นั้นคุณยุ้ยก็ยืนยันว่า Hotpot Man เองก็ไม่ได้รับเงินส่วนนี้ โดยเป็นค่าบริการที่จ่ายให้กับ DQueue

อีกเรื่องที่ต้องรู้ก็คือฟีเจอร์นี้ไม่ได้เพิ่งถูกสร้างขึ้นเพราะ Hotpot Man เพราะประวัติการอัปเดตบน App Store ระบุว่า DQueue เพิ่มฟีเจอร์ “คิวพรีเมียม คิวด่วนพิเศษ” มาตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2026 ก่อนจะมีการปรับระบบและเงื่อนไขเพิ่มเติมในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายนที่ผ่านมา

เสียงแตกเป็น 2 กลุ่ม ขายคิวได้ กับใครมาก่อนได้ก่อน

พอ Premium Queue ถูกพูดถึงในวงกว้าง ประเด็นก็เริ่มแตกออกเป็น 2 ฝั่งทันที โดยกลุ่มแรกมองว่าสามารถ “ขายคิวได้” เพราะคนซื้อคิวไม่ได้ทำให้คนที่รออยู่เดิมรอนานขึ้น

ฝั่งนี้มองว่า Premium Queue เป็นการนำสิทธิ์ของคนที่ยกเลิกกลับมาให้คนอื่นใช้ต่อ ถ้ามีคนซื้อคิวนั้น จำนวนคนที่อยู่ข้างหน้าคนที่รอคิวปกติก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นจากเดิม

ดังนั้นประเด็นที่ฝั่งนี้ตั้งคำถามคือ ถ้าคนที่รอคิวปกติไม่ได้ต้องรอนานกว่าเดิม การเปิดทางให้คนอีกกลุ่มจ่ายเพื่อเลือกคิวที่ใกล้ขึ้นก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

อีกมุมหนึ่ง ระบบนี้อาจช่วยดึงการซื้อขายคิวจากตลาดนอกระบบกลับเข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มที่ตรวจสอบได้มากขึ้น ลดความเสี่ยงจากการโดนโกง หรือการซื้อคิวที่ไม่มีอยู่จริงได้ด้วย

โดยสรุปก็คือฝั่งนี้มองว่า ถ้ามี Demand ซื้อคิวอยู่แล้ว การทำให้ธุรกรรมเกิดขึ้นในระบบอาจจัดการปัญหาได้ดีกว่าปล่อยให้ซื้อขายกันเอง

นอกจากนี้ทีมให้ “ขายคิวยกเลิกได้” ก็ตั้งคำถามด้วยว่าคนที่ออกมาโวยวายนั้นอาจเป็นกลุ่มที่อาจจะสูญเสียรายได้จากธุรกิจรับจ้างต่อคิวด้วยหรือไม่?

ส่วนอีกฝั่งมองว่า การมีระบบคิวก็คือการให้สิทธิ์ตามลำดับ ใครมาก่อนก็ควรได้ก่อนและถ้ามีคนยกเลิกคิวก่อนหน้าไปนั่นก็เท่ากับคิวที่รออยู่ก็จะถึงคิวเร็วขึ้นตามธรรมชาติ

คนที่รออาจไม่ได้รอนานขึ้นจากเดิม แต่ก็ไม่ได้รับประโยชน์จากการที่คนข้างหน้ายกเลิก เพราะคิวที่ว่างถูกนำกลับไปขายอีกครั้ง

อีกประเด็นของกลุ่มไม่เห็นด้วยก็คือปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “มีคนยอมจ่ายหรือเปล่า” แต่อยู่ที่ประสบการณ์ของลูกค้าคนอื่นในระบบ

เพราะถ้าคนที่รอคิวปกติเห็นว่ามีลูกค้าอีกกลุ่มสามารถจ่ายเงินแล้วลดเวลารอได้ ความรู้สึกเรื่องความแฟร์ก็อาจลดลงตามไปด้วย

โดยเฉพาะร้านอาหารที่ลูกค้าทุกคนจ่ายราคาบุฟเฟต์ใกล้เคียงกัน ระบบคิวจึงถูกคาดหวังให้เป็นพื้นที่ที่ทุกคนได้รับสิทธิ์ตามลำดับด้วยเหมือนกัน

ทั้งนี้ทั้งนั้น หลังได้รับความคิดเห็นจากลูกค้าหลายด้าน ทาง Hotpot Man ก็ยังไม่ได้มองว่าระบบนี้ควรเดินหน้าต่อโดยไม่มีเสียงจากลูกค้า จึงเปิดให้ผู้ติดตามร่วมโหวตและแสดงความคิดเห็นว่า ร้านควรเปิดใช้ระบบขายคิวที่ถูกยกเลิกหรือไม่

โดยล่าสุดคะแนนอยู่ที่ ขายคิวยกเลิก 61% กับ ไม่ให้ขาย 39%

แล้วคุณล่ะอยู่ทีมไหน? ทีม “ขายคิวยกเลิกได้” เพราะไม่ได้ทำให้คนที่รออยู่เดิมรอนานขึ้นหรือ ทีม “มาก่อนได้ก่อน” เพราะคิวควรใช้กติกาเดียวกันกับทุกคน?

ที่มา: Hotpot Man, DQueue, App Store