103.58.148.118

Marketing How To

Ξ Leave a comment

Innovative Idea: อะไรคือ Thin content และ 4 วิธีหลีกเลี่ยงมันได้อย่างไร

posted by  2,369 views

google-code-seo-algorithm

ปัจจุบันนี้  Google กลายเป็นเหมือนห้องสมุดขนาดมหึมาที่คนทั้งโลกเสิร์จหาข้อมูลกัน 24/7 โดยมีสถิติจาก netmarketingshare ระบุว่าผู้ใช้กว่า 79.79% จะตรงเข้ามายัง Google เมื่อพวกเขาอยากหาคำตอบอะไรเรื่องใดเรื่องหนึ่ง (ข้อมูลวันที่ 10 พ.ค.) ซึ่งในฐานะดิจิตอลมาร์เกเตอร์ การเข้าใจอัลกอริธึมและลักษณะลูกค้าที่อยู่บนออนไลน์นี้กลายเป็นเรื่องสำคัญมาก มาร์เกเตอร์หลายคนพยายามทุกวิถีทางให้แบรนด์ของตัวเองขึ้น “หน้าหนึ่ง” ในผลการค้นหาของ Google ให้ยาวนานที่สุด

แต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนลืมไปคือยังไงซะ Google ก็เป็นเพียงเครื่องมือค้นหา (search engine) เป็นโปรแกรมอย่างหนึ่ง และแม้มันจะพยายามอัพเดทอัลกอริธึมของตัวเองให้เข้ากับผู้ใช้อยู่เสมอแต่ก็ต้องยอมรับว่ามีจุดอ่อนอยู่เช่นกัน หนึ่งในนั้นคือการจัดลำดับผลการค้นหาด้วยระบบ SEO ซึ่งทำให้เกิดคอนเทนต์แบบใหม่ที่เรียกว่า Thin Content ที่มาเพื่อเน้นปรากฏตัวบนหน้าหนึ่ง ไม่เน้นเนื้อหาและคุณภาพ เน้นให้ Google ค้นหาเจอก็พอ

thin content คืออะไร?

อันที่จริงแล้ว Google ให้นิยาม thincontent ไว้ว่าเป็นเพจที่ “มีคุณภาพต่ำ” คือไม่ได้เพิ่มคุณค่าอะไรให้แก่ผู้อ่านหรือไม่ใช่คอนเทนต์ออริจินัล ซึ่งทำให้เกิดความฉงนกันไม่น้อยว่ายังไงคือคุณภาพต่ำและอย่างไรถึงเรียกว่าคอนเทนต์ออริจินัล

“วิธีการสำคัญที่ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณมีอันดับที่สูงขึ้นในการค้นหาผ่าน Google นั้นคือการสร้างคอนเทนต์ที่เต็มไปด้วยข้อมูลและมีคีย์เวิร์ด ใช้คำได้อย่างเหมาะสม และตั้งหัวเรื่องที่ตรงกับคอนเทนต์” ข้อมูลจากเว็บไซต์ของ Google ระบุ

thin content

ภาพจาก Google อธิบายว่าอะไรคือ Thin Content

ตามหลักการทั่วไป thin content มักหมายถึงหน้าเพจหรือบทความใดๆ ที่มีปริมาณตัวอักษรน้อยมากๆ (ไม่เกิน 200-300 คำ) หลายคนอาจสับสนว่า thin content กับ duplicate content แตกต่างกันอย่างไร หลักใหญ่ๆ คือ duplicate content เน้นการก็อปปี้คอนเทนต์เดิมๆ เผยแพร่ทางช่องทางอื่นๆ ผ่านโดเมนเดียวหรือหลายโดเมน ขณะที่ thin content เน้นที่ความด้อยคุณภาพของคอนเทนต์ แน่นอนว่าหลายครั้ง duplicate content ก็เป็น thin content ได้เหมือนกัน

แต่ก็ใช่ว่าคอนเทนต์ที่สั้น (ไม่เกิน 200-300 คำ) จะต้องถูกจัดเป็น thin content ไปเสียหมด หากคอนเทนต์เหล่านั้นมีการอ้างอิง มีลิงค์ออกไปภายนอก และมีผู้เข้ามาคอมเมนต์ตอบโต้พอสมควร Google ก็จัดให้มันเป็น quality content ได้เช่นกัน แต่ถ้าอยากให้ปลอดภัยที่สุด คุณควรเขียนบทความให้มีจำนวนคำไม่ต่ำกว่า 400 คำเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ถูกโยนไปตกลงในกลุ่ม thin content

Mahesh Mohan บล็อกเกอร์หนุ่มไฟแรงแนะนำวิธีเขียนคอนเทนต์ให้เข้าแก๊ปทั้งหมด 3 แบบ

1.เขียนคอนเทนต์ความยาวไม่น้อยกว่า 300 คำโดยเน้นคำที่ดีต่อ SEOs เป็นสำคัญ

2.เขียนคอนเทนต์ความยาวไม่น้อยกว่า 300 คำโดยไม่มีลิงค์เชื่อมออกไปเลย

3.เขียนคอนเทนต์ความยาวไม่น้อยกว่า 300 คำโดยมีลิงค์เชื่อมหรือข้อมูลสนับสนุนแต่ต้องมีผู้ใช้เข้ามาร่วมพูดคุยจำนวนมาก

บทลงโทษสำหรับ thin content

หากคุณถูก Google ลงโทษด้วยข้อหา “thin content penalty” คุณจะได้รับอีเมล์เตือนพร้อมคำแนะนำในการปลดการลงโทษ เนื้อหาของจดหมายประมาณนี้

“Google พบ thin content บนเว็บไซต์ของท่านซึ่งมคุณค่าน้อยหรือไม่มีเลย ปัญหาร้ายแรงนี้ทำให้ลำดับการค้นหาของ Google มีประสิทธิภาพต่ำลงและอาจส่งผลต่อความนิยมในเว็บไซต์ ดังนั้น Google จึงระบุให้เว็บไซต์ http://yourdomain.com กลายเป็นสแปม…” และเพื่อปลดแบนคุณก็ต้องทำตามคำแนะนำของ Google ตามที่ระบุต่อไป เช่นการร้องรีไรท์คอนเทนต์ จากนั้นจึงร้องขอให้ Google พิจารณาคอนเทนต์ใหม่อีกครั้ง

Thin-content-Google-manual-penalty

คำเตือนที่ขึ้นบนหน้าเว็บ

4 วิธีป้องกันไม่ให้คอนเทนต์ของคุณกลายเป็น thin content

1.ให้ความสำคัญกับธีมหลักของเว็บไซต์หรือบล็อก

Google ให้ความสำคัญกับความเป็นมืออาชีพมาก หากคุณเป็นบล็อกหรือเว็บไซต์เกี่ยวกับอาหาร คอนเทนต์ทั้งหมดก็ควรเกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น นอกจากนี้คอนเทนต์แบบนี้ก็ยังดีต่อคนอ่านของคุณและทำให้พวกเขามีความจงรักภักดีกับเว็บไซต์มากขึ้นอีก

2.ต้องมีมูลค่าเพิ่ม

อย่าเขียนคอนเทนต์ด้วยตัวเองคนเดียว พยายามหาข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่คุณเขียนแล้วมาสรุปเพิ่มเติมในเว็บไซต์ของคุณด้วย พยายามให้คุณเป็น one stop service ที่ผู้อ่านไม่ต้องไปหาอะไรเพิ่มเติมอีก

3.ค้นหาและเน้นข้อมูลสำคัญ

อย่าเน้นความเห็นมาก คุณควรเน้นข้อมูลที่พิสูจน์ได้และเป็นจริง เหตุผลเพราะข้อมูลเหล่านั้นจะมีคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับบทความของคุณอยู่แล้ว SEO จะดีขึ้นโดยที่คุณไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก

4.เขียนให้มนุษย์อ่านอย่าคิดถึงอันดับมากนัก

อย่าลืมจุดมุ่งหมายของเว็บไซต์ บล็อก หรือเพจของคุณ มันเกิดมาเพื่อให้คนอ่านที่เป็นเหมือนเพื่อนของคุณได้มาพูดคุย ศึกษา หาความรู้เพิ่ม ดังนั้นหากคุณเขียนโดยคิดถึงพวกเขาเป็นหลักพวกเขาจะตอบแทนคุณเอง อย่าเขียนเพื่อให้ Google หาคุณเจอแต่เขียนเพื่อให้คนอ่านหาคุณเจอดีกว่า

SMEs

Source

custard.com

vertical-leap

cbo.me

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops
เพิ่มเพื่อน

Contributor

เตาะแตะในโรงเรียนชายล้วนแถวยศเส ก่อนเติบโตต่อในมหาวิทยาลัยริมฝั่งน้ำเจ้าพระยา ที่สุดจับพลัดจับผลูเข้าทำงานในนแวดวงสื่อสารมวลชนมาแล้วกว่า 4 ปี โต้ลมโต้ฝนทั้งในวงการข่าวต่างประเทศ เยาวชน ธุรกิจ การเมือง สังคม ฯลฯ แต่สุดท้ายกลับลำมาหลงรักวงการมาร์เก็ตติ้งที่ข้ามน้ำข้ามทะเลไปขี่จิงโจ้เรียนปริญญาโทมา เลยตัดสินใจหันหางเสือออกสู่การผจญภัยครั้งใหม่อีกสักตั้ง

User Name: อุ้งทีนหมี

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ nine = 16

Recent Posts

Facebook