
อย่างที่เราทราบกันว่าวงการครีเอเตอร์ไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดดต่อเนื่องหลายปี โดยปัจจุบันตัวเลขครีเอเตอร์ไทยแตะ 9 ล้านคนเรียบร้อยแล้ว และกว่า 2 ล้านคนยึดเป็นอาชีพหลัก ซึ่งดันให้มูลค่าตลาดครีเอเตอรืไทยทะยานแตะ 45,000 ล้านบาทในปี 2025 ท่ามกลางตลาดโลก 5.5 ล้านล้านบาท
การเติบโตของครีเอเตอร์สะท้อนมาจากภาพเม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลกว่าหมื่นล้านบาทไหลเข้าสู่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยแบรนด์ต่างๆ หันมาทุ่มงบให้กับกลุ่ม Mid-Tier Influencer เพิ่มขึ้นถึง 31% และ Micro Influencer เพิ่มขึ้น 26%
แต่อุตสาหกรรมนี้ยังมีอุปสรรคสำคัญ เมื่อสายงานครีเอเตอร์ยังไม่ถูกยอมรับให้เป็นอาชีพในทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ ทำให้ต้องเผชิญหน้ากับข้อจำกัดเชิงโครงสร้างมากมาย ขาดสิทธิขั้นพื้นฐาน ขาดหลักประกันทางการเงินที่ทำให้การขอสินเชื่อหรือซื้อบ้านเป็นเรื่องยาก
TCCA ผลักดันครีเอเตอร์ไทย สู่อาชีพที่กฎหมายรองรับ
จึงเป็นที่มาของการรวมตัวกันจัดตั้ง ‘สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย’ (Thailand Content Creator Association: TCCA) ขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 เมษายน 2569 เพื่อเป็นองค์กรกลางในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว
นำโดยคุณขจร เจียรนัยพานิชย์ (นายกสมาคมฯ) ที่มุ่งเป้าสร้างมาตรฐาน ลดความเสี่ยงในระบบ โดยมองว่าการมีราคากลาง ขอบเขตงานชัดเจน จะช่วยยกระดับคุณภาพงาน พร้อมลดข้อพิพาทลงได้โดยไม่ไปตีกรอบความคิดสร้างสรรค์
กลยุทธ์ 3 เสาหลัก สร้างเศรษฐกิจดิจิทัลไทย
- จัดตั้งแนวทางมาตรฐาน: กำหนดกรอบการทำงาน นิยามบทบาทแต่ละสายให้ชัดเจน สร้างข้อตกลงเป็นธรรม และคุ้มครองสิทธิ
- สร้างพื้นที่คอมมูนิตี้ให้ครีเอเตอร์: สร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งผ่านกิจกรรม Meetup เชื่อมโยงคนทำงาน และผลักดันเวทีผลงานคุณภาพ
- แผนพัฒนาศักยภาพ: จัดอบรมและเวิร์กชอป ให้ความรู้ที่จำเป็น ทั้งด้านกฎหมาย ภาษี และธุรกิจ เพื่อให้ครีเอเตอร์เติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การก่อตั้งสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (TCCA) สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการจัดระเบียบ Creator Economy ให้เกิดเสถียรภาพ ยกระดับขีดความสามารถของระบบนิเวศคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย ให้พร้อมแข่งขันในระดับสากลได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
