103.58.148.118

Inspiration

Ξ Leave a comment

Innovative Ideas: Sticker Marketing ส่งแบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคแบบถึงเนื้อถึงตัว

posted by  2,524 views

viber-stickers-search

หลังจากอ่านสถิติและข้อมูลมาหลายยก บัดนี้ไม่มีใครปฏิเสธแล้วว่าการใช้งานแชทแอพฯ บนสมาร์ทโฟนปัจจุบันเป็นกระแสหลักของโลกยุคดิจิตอล การสำรวจจาก Statista ระบุว่า 75% ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลกโหลดแชทแอพฯ ลงสมาร์ทโฟนในปี 2015 ถ้าไม่เชื่อลองมองที่หน้าจอมือถือตัวเองดูสิ อย่างน้อยต้องมีแชทแอพฯ สักหนึ่งแอพฯ ล่ะน่า

แน่นอนว่าความป็อบปูล่าของแชทแอพฯ ย่อมตามมาด้วยความนิยมในสติ๊กเกอร์น่ารักน่าชังที่มีทั้งให้โหลดฟรี จ่ายเงินซื้อ หรือติดตามแบรนด์เพื่อรับฟรี แต่ถึงทุกคนจะชื่นชอบสติ๊กเกอร์สร้างสรรค์เหล่านี้ คำถามที่สำคัญของดิจิตอลมาร์เกเตอร์คือทำอย่างไรให้สติ๊กเกอร์ของเราเป็นที่นิยม ทำอย่างไรให้คนโหลดมาแล้วไม่เลิกติดตามแบรนด์ และสุดท้าย สติ๊กเกอร์เหล่านี้ช่วยเหลือแบรนด์เราได้จริงๆ หรือ

…เรามาร่วมหาคำตอบในบทความนี้กันดีกว่าครับ

ความเป็นมาของสติ๊กเกอร์

ย้อนไปกว่า 65 ปี สติ๊กเกอร์เป็นเครื่องมือช่วยนักการเมืองเลือกตั้ง ช่วยสร้างบริษัท จูงใจและรักษาสาวก ก่อให้เกิดการพูดถึง ที่ทรงเสน่ห์กว่านั้นคือราคาลงทุนไม่สูงมาก เคลื่อนย้ายง่ายและสติ๊กเกอร์มักเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ไปทางบวก (ยกเว้นคุณนำมันไปปิดผิดที่ 555+) ในยุคดิจิตอล สติ๊กเกอร์ถูกอัพเกรดมาอยู่บนโลกไร้สายและอาศัยอยู่ในแชทแอพฯ ต่างๆ ซึ่งคลุกคลีอยู่ในวงเม้าส์

สติ๊กเกอร์บนแชทแอพฯ ถูกสร้างขึ้นมาอย่างเป็นทางการในปี 2011 โดยบริษัท Naver ในญี่ปุ่นพร้อมกับแชทแอพฯ Line ซึ่งขึ้นมาโด่งดังเป็นพลุแตกในวิกฤติสึนามิช่วงปีเดียวกัน เนื่องจากในช่วงนั้นการสื่อสารผ่านโทรศัพท์เป็นเรื่องยากกว่าเครือข่ายไร้สาย แชทแอพฯ นี้จึงไม่ได้ทำงานเพื่อความบันเทิงอย่างเดียวแต่เป็นช่วยเชื่อมต่อผู้คนให้พ้นวิกฤติธรรมชาติ

Time-spent-messaging-app

เวลาเฉลี่ยต่อวันที่ผู้ใช้ใช้แชทแอพฯ ของคนในแต่ล่ะประเทศ

ทำไมต้องดิจิตอลสติ๊กเกอร์

คำอธิบายง่ายที่สุดคือมันช่วยให้ผู้ใช้ที่ฉุนเฉียวและเครียดกับภารกิจประจำวันผ่อนคลายลงด้วยความน่ารักน่าเอ็นดูและกระจายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็วในเครือข่ายของลูกค้าเป้าหมายที่คุณเล็งไว้ ยิ่งถ้าสติ๊กเกอร์ของคุณน่ารักน่าใช้ พวกเขาจะกลายเป็นเครื่องส่งเสริมแบรนด์ชั้นยอดที่ผลิตโฆษณาให้คุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกวันทุกชั่วโมง

1.สติ๊กเกอร์ใช้ประโยชน์จากความจริงที่ว่าการแชทผ่านแอพฯ ไม่สามารถสื่อสารอารมณ์ได้อย่างสมบูรณ์ ไม่เหมือนภาพ ไม่เหมือนวีดีโอ ข้อดีของสติ๊กเกอร์นอกจากจะสื่อสารอารมณ์ทางบวกและช่วยผ่อนคลายสถานการณ์ตึงเครียดแล้ว มันยังไม่รบกวนการสนทนาและสามารถเลือกใช้ให้เหมาะแก่สถานการณ์ได้ เช่น เพื่อนร่วมงาน เจ้านาย เพื่อนรัก เพื่อนเก่า แฟนเก่า (หูยยยย) เมื่อสติ๊กเกอร์ของแบรนด์เป็นตัวช่วยสร้างบรรยากาศการพูดที่ดี ผู้ใช้ก็จะชื่นชอบแบรนด์ของคุณตามไปด้วย

2.รับรองได้ว่าสติ๊กเกอร์ของคุณจะต้องมีคนเห็น (อย่างน้อยก็หนึ่งคนต่อการส่งหนึ่งครั้ง) ยิ่งหากเป็นกรุ๊ปแชทคนที่เห็นอาจสูงถึงหลักร้อยต่อการส่งหนึ่งครั้ง และเมื่อผู้ใช้คนอื่นชื่นชอบ เขาก็สามารถดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์เหล่านั้นได้ทันทีเพียงนิ้วสัมผัส เรียกว่าไวรัลจากสติ๊กเกอร์เป็นแบบ organic และเจาะถึงผู้ใช้ตัวจริงทันที

เสียงยืนยันจาก Viber แชทแอพฯ ชื่อดังระบุว่าผู้ใช้ของแบรนด์ส่งสติ๊กเกอร์กว่า 2 พันล้านครั้งต่อเดือนโดยกว่า 400 ล้านครั้งมาจากผู้ใช้ฝั่งเอเชียนตะวันออกเฉียงใต้ ในบรรดาสติ๊กเกอร์ที่ถูกส่งนั้นมีสติ๊กเกอร์จากบริษัทโทรคมนาคม ธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ อาหาร หรือแม้กระทั่งร้านขายเครื่องนอน

เมื่อปี 2016 Viber เพิ่งส่งสติ๊กเกอร์ของแบรนด์ Jollibee ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดสาขาของฟิลิปปินส์ออกสู่ตลาด ผลสำเร็จคือมีคนดาวน์โหลดกว่า 5 ล้านครั้งจน Jollibee ต้องออกสติ๊กเกอร์เวอร์ชั่นใหม่ๆ เพิ่มทุกๆ ไตรมาศเลยทีเดียว

Viber เผยเคล็ดลับว่าจำนวนดาวน์โหลดและการใช้ขึ้นอยู่กับดีไซน์และคำพูดที่อยู่ในสติ๊กเกอร์เป็นหลัก ถ้าดีไซน์สวยและประโยคคำพูดในสติ๊กเกอร์เหมาะกับสถานการณ์ในการพูด พวกเขาจะใช้สติ๊กเกอร์ชุดนั้นซ้ำๆ เป็นประจำเชียวล่ะ

coke-stickers-viber

สติ๊กเกอร์ของ Coke ในแอพฯ Viber

เทคนิคการสร้างสติ๊กเกอร์ให้โดนใจ

การสร้างสติ๊กเกอร์คือการทำงานร่วมกันระหว่างแบรนด์กับ Viber ตลอดทั้งกระบวนการ เริ่มด้วยการระบุธีมสติ๊กเกอร์และแบรนด์ส่งร่างสติ๊กเกอร์ให้ Viber อนุมัติ ระหว่างนั้น Viber จะคอยให้คำแนะนำว่าจะพัฒนาสติ๊กเกอร์ไปทางไหน หลังจากส่งสติ๊กเกอร์ออกไปแล้ว Viber จะคอยรายงานผลงานให้แบรนด์รับทราบคือ ยอดดาวน์โหลด ยอดการส่ง และยอดผู้ใช้ที่เห็นสติ๊กเกอร์

เทคนิคการออกแบบสติ๊กเกอร์ให้ป็อบอาจแจกแจงได้ดังนี้

1.เป็นคำพูดแทนใจ

ดีไซเนอร์หลายคนมักคิดว่าตัวภาพสามารถสื่อความหมายได้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีข้อความประกอบ ขอบอกว่าเรื่องนั้นไม่จริงเลย ง่ายๆ คือรูปภาพที่เราคิดว่าชัดเมื่อไปอยู่ในสายตาผู้ใช้มันอาจเปลี่ยนเป็นอีกความหมายหนึ่งได้ทันทีดังนั้นการมีข้อความประกอบเพื่อบ่งบอกว่าสติ๊กเกอร์นี้ใช้ในสถานการณ์ไหน รัก หยอก เหงา คิดถึง เป็นอะไรที่จำเป็นมาก (รวมทั้งต้องคิดด้วยว่าคนจะใช้สติ๊กเกอร์ส่งความรู้สึกอะไรบ้าง)

2.สติ๊กเกอร์ไม่ใช่โฆษณา

อย่ายัดเยียดตัวผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์ลงไปในสติ๊กเกอร์ตรงๆ เพราะมันไม่ใช่โปรชัวร์หรือโฆษณา เน้นที่ความสนุกสนานและอารมณ์ดี ทางเลือกที่ดีคือการนำมาสคอทของแบรนด์โดดๆ มาทำอิริยาบถต่างๆ โดยไม่พูดถึงตัวแบรนด์เลยเพราะถ้าทุกคนใช้และจดจำมาสคอทได้เดี๋ยวก็จะจดจำแบรนด์ได้ไปโดยปริยาย

3.สร้างเรื่องราวให้แก่สติ๊กเกอร์

การสร้างสติ๊กเกอร์ก็เหมือนการเขียนตัวละครในนิยาย พวกมันต้องมีนิสัย ความชอบความเกลียด เอกลักษณ์เฉพาะตัวเพื่อให้ผู้ใช้ “อิน” กับการใช้พวกมัน ที่สำคัญนอกจากจะกำหนดลักษณะของสติ๊กเกอร์แล้วการประชาสัมพันธ์ลักษณะสติ๊กเกอร์เหล่านั้น เช่น ในเพจของแบรนด์ หรือในคลิปโฆษณาอื่นๆ ก็สำคัญไม่แพ้กัน

line sticker

 

ขอบคุณภาพประกอบจาก line

 

สรุปข้อดีของการใช้ดิจิตอลสติ๊กเกอร์

1.เพิ่มช่องทางในการสื่อสารกับผู้ใช้เป้าหมาย

2.หาโอกาสติดต่อกับลูกค้าที่มีโอกาสเป็นกลุ่มเป้าหมายในอนาคต

3.ลดโอกาสที่ผู้คนจะสับสนแบรนด์กับบริการอื่นๆ ที่ใกล้เคียง (เพราะมีสติ๊กเกอร์เป็นตัวแทนแบรนด์)

4.มาสคอทที่ออกแบบมีมูลค่าเพิ่มในอนาคต

5.ส่งเสริมภาพลักษณ์ความทันสมัยและเชื่อมโยงกับสินค้าหรือบริการ

6.สะท้อนไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดของแบรนด์และช่วยให้แบรนด์ได้ข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าเพิ่ม

สรุปข้อเสียของการใช้ดิจิตอลสติ๊กเกอร์

1.ต้นทุนสูงค่อนข้างสูงถ้าสร้างมาสคอทของตัวเอง

2.หากมีการนำสติ๊กเกอร์ไปใช้ล้อเลียนอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์แบรนด์

3.เทรนด์การใช้ของผู้ใช้เปลี่ยนไปทุกวัน สติ๊กเกอร์ของคุณอาจตกยุคหากออกแบบไม่ดี

line sticker2

 

ขอบคุณภาพประกอบจาก line

ดัดแปลงและอ้างอิงจาก

Stickeryou

Techinasia

Adage

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

เตาะแตะในโรงเรียนชายล้วนแถวยศเส ก่อนเติบโตต่อในมหาวิทยาลัยริมฝั่งน้ำเจ้าพระยา ที่สุดจับพลัดจับผลูเข้าทำงานในนแวดวงสื่อสารมวลชนมาแล้วกว่า 4 ปี โต้ลมโต้ฝนทั้งในวงการข่าวต่างประเทศ เยาวชน ธุรกิจ การเมือง สังคม ฯลฯ แต่สุดท้ายกลับลำมาหลงรักวงการมาร์เก็ตติ้งที่ข้ามน้ำข้ามทะเลไปขี่จิงโจ้เรียนปริญญาโทมา เลยตัดสินใจหันหางเสือออกสู่การผจญภัยครั้งใหม่อีกสักตั้ง

User Name: อุ้งทีนหมี

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


9 + seven =

Recent Posts

Facebook