
“ต๋อย–ไตรภพ ลิมปพัทธ์” ชี้แจงกรณีเอกสารภายในบริษัทบอร์นหลุดออกสู่สาธารณะ จนเกิดความเข้าใจว่าบริษัทจะปิดกิจการและยุติรายการ “ครัวคุณต๋อย” และ “ทูเดย์โชว์” โดยยืนยันว่าบริษัทยังดำเนินธุรกิจ และทั้งสองรายการจะเดินหน้าต่อบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ส่วนเอกสารที่มีการเผยแพร่เป็นเพียงร่างจดหมายภายใน พร้อมเปิดเผยว่าแผนปรับโครงสร้างและเตรียมเข้าสู่ออนไลน์ดำเนินการมาประมาณ 3 ปีแล้ว
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเริ่มจากการยุติการผลิตรายการครัวคุณต๋อยและทูเดย์โชว์เพื่อออกอากาศทางช่อง 3 เมื่อสิ้นสุดเดือนธันวาคม ก่อนปรับรูปแบบเนื้อหาไปนำเสนอผ่านช่องทางของรายการ ทั้ง Facebook และ YouTube ขณะที่ธุรกิจอีเวนต์ยังดำเนินต่อไปตามปกติ และมีแผนเพิ่มกิจกรรมให้เข้าถึงผู้คนและชุมชนมากขึ้น
“เราเลิกผลิตรายการแล้วเลิกเลยหรือเปล่า ไม่ได้เลิกนะครับ แค่ย้ายสื่อ” ไตรภพกล่าว พร้อมย้ำถึงสถานะของบริษัทว่า “บริษัทผมเองยังอยู่หมด มันเป็นหนังสือร่างภายในที่ส่งกัน”
เขาอธิบายว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการสื่อสารภายในบริษัท ซึ่งไม่มีความตั้งใจจะนำออกเผยแพร่ต่อสื่อ เมื่อเอกสารหลุดออกไปจึงเกิดการตีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะความเข้าใจว่าบริษัทจะเลิกกิจการ ทั้งที่สิ่งที่กำลังดำเนินการคือการปรับโครงสร้างและเปลี่ยนแพลตฟอร์มการนำเสนอรายการ
ไตรภพกล่าวขอบคุณสื่อและผู้ที่แสดงความเป็นห่วง พร้อมระบุว่าต้องการชี้แจงรายละเอียดให้ถูกต้อง เพราะการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกี่ยวข้องกับทั้งธุรกิจ พนักงาน และผู้ที่ทำงานร่วมกันมาเป็นเวลานาน
สำหรับขั้นตอนการยุติรายการบนหน้าจอโทรทัศน์ เขาระบุว่าได้หารือและแจ้งช่อง 3 ก่อนแล้ว โดยให้ทราบล่วงหน้า 3 เดือนว่า จะหยุดผลิตรายการทั้งสองเพื่อออกอากาศทางสถานีเมื่อสิ้นสุดเดือนธันวาคม หลังประเมินสภาพธุรกิจและแนวทางที่บริษัทควรเดินต่อ
“จริงๆ แล้วผมปรับโครงสร้างบริษัท ปรับมา 3 ปีแล้ว ด้วยมองเห็นสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน”
“ไตรภพ” เปรียบสถานการณ์ที่กำลังเผชิญว่าเป็นช่วงที่คลื่นลมรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ทำงานมา โดยประสบการณ์กว่า 40 ปีทำให้ต้องประเมินว่า หากดำเนินธุรกิจในรูปแบบเดิมต่อไป บริษัทและคนทำงานจะเผชิญอะไรบ้าง ก่อนตัดสินใจปรับตัวในช่วงที่ยังสามารถจัดการได้
“พวกเราเป็นเหมือนคนทะเล อยู่มา 40 กว่าปี ถ้าเราอยู่อย่างนี้ต่อไป เรารู้สึกว่ามีสองทางให้เลือก คือสู้กับคลื่นลมนี้ไป แล้วตายไปกับทะเล หรือเราจะเอาเรือขึ้นฝั่ง ให้พวกเขาซึ่งเป็นลูกเรือของผมรอด”
เขาระบุว่าได้พูดคุยกับพนักงานถึงทางเลือกดังกล่าว และทุกคนเห็นตรงกันกับการนำเรือขึ้นฝั่ง เพื่อให้สามารถเดินหน้าต่อได้ โดยบริษัทมีพนักงานที่อยู่ด้วยกันมายาวนาน หลายคนอายุเกิน 60 ปี และพนักงานอายุน้อยที่สุดอยู่ที่ 51 ปี นอกจากนี้ยังมีผู้ร่วมงานภายนอกอีกจำนวนมากที่ต้องคำนึงถึง
ไตรภพยืนยันว่า ณ เวลาที่ชี้แจง บริษัทยังไม่ได้ขาดทุน แต่จากประสบการณ์การทำธุรกิจทำให้มองเห็นแนวโน้มข้างหน้า จึงเลือกแจ้งสถานการณ์จริงให้พนักงานรับทราบ รวมถึงพูดคุยเรื่องเงินชดเชยตามจำนวนวันที่เกี่ยวข้องกับพนักงานแต่ละราย
“หลายท่านถามว่าบริษัทขาดทุนเหรอ ยังไม่ขาดทุนครับ แต่เราทำงานมาขนาดนี้ เรารู้ว่าปีนี้จะเป็นยังไง เราแจ้งสถานะจริงให้ทราบว่าถ้าทำต่อไปเรื่อยๆ จะเป็นแบบนี้”
สำหรับเขา การตัดสินใจครั้งนี้เป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการที่ต้องดูแลคนจำนวนมาก และเลือกแนวทางดำเนินธุรกิจให้เหมาะกับสถานการณ์ ส่วนการยุติการออกอากาศทางช่อง 3 ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปิดโอกาสกลับไปทำรายการโทรทัศน์ในอนาคต
“การขึ้นฝั่งเพราะตอนนี้คลื่นลมทะเลแรงมาก ถ้าวันหนึ่งคลื่นลมสงบ ผมก็พร้อมลงทะเลอีกครั้ง ไม่ได้หมายความว่าผมจะจากทีวีไปตลอดกาล ไม่ทำแล้ว เป็นการปรับตัว ผมเป็นนักธุรกิจ ต้องดูแลคนเป็น 100 ชีวิต ต้องทำธุรกิจที่ถูกต้อง”
ในฝั่งออนไลน์ ไตรภพระบุว่าได้เตรียมงานมาประมาณ 3 ปีแล้ว โดยผู้ชมอาจเริ่มเห็นทิศทางบางส่วนผ่านรายการ “คิดเช่นต๋อย” ซึ่งให้ความสำคัญกับเนื้อหาความรู้ และเปิดพื้นที่ให้พูดคุยประเด็นต่างๆ ได้ลึกขึ้น
ทิศทางที่วางไว้จะให้น้ำหนักกับความรู้ที่ผู้ชมสามารถนำไปใช้ในชีวิต ครอบคลุมเรื่องผู้คน สังคม การดำเนินชีวิต และการใช้ชีวิตอย่างมีเหตุผล โดยเขามองว่าสถานการณ์โลกในปัจจุบันทำให้ความรู้มีความสำคัญมากขึ้น และต้องการใช้ประสบการณ์ที่มีมาผลิตเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ชม
สำหรับ “ครัวคุณต๋อย” จะปรับโฉมใหม่เพื่อนำเสนอบนออนไลน์ โดยยังคงเนื้อหาเกี่ยวกับอาหารไว้ พร้อมพัฒนารายละเอียดและบทบาทของรายการเพิ่มเติม ให้ผู้ชมได้รับความรู้ที่ลึกขึ้น ส่วนรูปแบบการนำเสนอจะเปลี่ยนไปตามแพลตฟอร์มและทิศทางการทำงานที่วางไว้
“ครัวคุณต๋อยเองปรับโฉมใหม่ทั้งหมด แล้วไปออกอากาศบนออนไลน์” ไตรภพกล่าว ก่อนย้ำว่า “ครัวคุณต๋อย ทูเดย์โชว์ก็ตามไม่ได้เลิก แค่เปลี่ยนแพลตฟอร์ม ทั้งในเฟซบุ๊ก ยูทิวบ์ ช่องทางของเรา จะเป็นความใหม่ และแตกต่าง”
นอกจากนี้ ยังเตรียมทำไลฟ์ทอล์กโชว์ในรูปแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน โดยวางแผนเริ่มในปีถัดไป เนื้อหาจะครอบคลุมเรื่องชีวิตและผู้คน มุ่งนำเสนอมุมมองที่ผู้ชมสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง สอดคล้องกับความตั้งใจที่จะเพิ่มเนื้อหาด้านความรู้ในการทำงานระยะต่อไป
ขณะที่ธุรกิจอีเวนต์ยังดำเนินงานตามปกติ ไตรภพยืนยันว่าผู้ค้าและผู้ประกอบการอาหารที่ร่วมงานกับครัวคุณต๋อยยังอยู่ครบ และมีแผนเพิ่มการทำงานในส่วนนี้ โดยจะเข้าไปหาผู้คนและชุมชนให้มากขึ้นและชัดเจนขึ้น
เขาย้ำด้วยว่า การเข้าสู่ออนไลน์เป็นแผนที่คิดและเตรียมการไว้ล่วงหน้า จึงไม่ใช่การตัดสินใจอย่างฉุกละหุก และไม่มองว่าเป็นการ “หนีตาย” จากโทรทัศน์ไปสู่ออนไลน์ แต่เป็นการปรับการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ธุรกิจ สังคม และช่วงวัยของตนเอง
ไตรภพยังกล่าวถึงความตั้งใจในการทำหน้าที่สื่อว่า ต้องการทำในส่วนที่ตนเองทำได้ เพื่อช่วยเพิ่มความรู้และวิจารณญาณให้ประชาชน โดยไม่ได้ต้องการกล่าวโทษใคร และยังคงตั้งใจทำหน้าที่พิธีกรต่อไป “ตายเท่านั้นถึงจะหยุด” เขากล่าว



