5 เคล็ดลับสร้างกลยุทธ์ ‘บทสนทนา’ ที่แบรนด์ต้องรู้

  • 5
  •  
  •  
  •  
  •  

ยุคปัจจุบันบรรดาแบรนด์ต่างๆ พยายามมองหาวิธีใหม่ในการคอนเน็คและสร้างการรับรู้กับผู้บริโภค ตลอดจนกระตุ้นให้เกิดความต้องการ และนำไปสู่การตัดสินใจซื้อสินค้า โดยบางแบรนด์เน้นไปที่การสร้างแรงบันดาลใจและคอนเน็คกับผู้ที่ติดตามแบรนด์ผ่านบทสนทนา ซึ่งถือเป็นพื้นที่ทางการตลาดรูปแบบใหม่

ทวิตเตอร์ (twitter)เผยว่า การสร้างบทสนทนา  #ConverseToConvert เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการวางตำแหน่งของการเป็นผู้นำทางความคิด ทั้งนี้บทสนทนายังช่วยสร้างการรับรู้ในตัวสินค้าหรือแบรนด์และสามารถคอนเน็คระหว่างแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงยังเป็นวิธีที่สามารถเปลี่ยนสถานะคนที่ติดตามแบรนด์ให้กลายเป็นลูกค้าได้อีกด้วย และจากผลวิจัยของทวิตเตอร์พบว่า บทสนทนาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์ที่เพิ่มขึ้น 10% ส่งผลให้มียอดขายผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์เพิ่มขึ้นถึง 3%

ส่วน 5 เคล็ดลับที่แบรนด์ต้องรู้ในการสร้างกลยุทธ์บทสนทนา #ConverseToConvert ได้แก่

1.เพราะผู้บริโภคทุกคนไม่เหมือนกัน

อาจเป็นสิ่งที่ทุกคนทราบดีอยู่แล้ว แต่อยากให้ลองคิดไตร่ตรองว่า แต่ละแบรนด์ต่างมีน้ำเสียงของแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ ฉะนั้นจำเป็นต้องคิดถึงผู้บริโภคเป็นหลักว่า ใครคือผู้ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ มีรสนิยมและสไตล์อย่างไรบ้าง แต่ละชุมชนต่างก็มีคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกัน รวมไปถึงเรื่องของการใช้ภาษา

 

สำหรับประเทศไทยประชากรบนทวิตเตอร์มีความหลากหลาย สามารถแบ่งออกเป็น Gen Y (37.6%), Gen Z (31.1%), Gen X (28.2%) และ เบบี้ บูมเมอร์ (3.1%) ผู้มีอิทธิพลทางวัฒนธรรมและการให้ลำดับความสำคัญของคนแต่ละเจนล้วนมีความแตกต่างกัน ดังนั้นการที่จะสื่อสารกับแต่ละกลุ่มประชากรก็ต้องมีความแตกต่างกันเช่นเดียวกัน

2.แตกต่าง แต่ไม่แตกแยก

ทวีตข้อความเดียวอาจจุดประกายให้เกิดบทสนทนาได้ ดังนั้นต้องให้แน่ใจว่าการสร้างบทสนทนาต้องเป็นไปในแง่บวกและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน แบรนด์ควรจะต้องมีภาพของความเป็นตัวของตัวเอง ขณะเดียวกันก็ยินดีที่จะน้อมรับกับความคิดเห็นและฟีดแบ็กต่างๆ รวมถึงการให้คุณค่ากับไอเดียใหม่ๆ และคำแนะนำจากผู้บริโภคและนำไปสู่กระบวนการเรียนรู้ต่อไป

3.จากบทสนทนา…สู่ความต้องการซื้อ

บทสนทนาที่ดีจะสามารถช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคต้องการซื้อสินค้า อยากจะค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวกับสินค้านั้นๆ มากขึ้น อยากที่จะคลิกเข้าไปดูสินค้าในเว็บไซต์ หรืออยากที่จะใช้โค้ดหรือคูปองส่วนลดเพื่อซื้อสินค้า โดยคนที่เป็นกระบอกเสียงของแบรนด์สามารถกระตุ้นหรือช่วยจุดกระแสให้เกิดบทสนทนาเกี่ยวกับสินค้าได้

จากข้อมูลของ Statista Global Consumer Survey พบว่า 59% ของนักช้อปออนไลน์ในประเทศไทยเห็นการรีวิวของคนบนอินเตอร์เน็ต ช่วยให้พวกเขาตัดสินใจว่า จะซื้อสินค้าอะไร แสดงให้เห็นว่า ความคิดเห็นต่างๆ ของผู้บริโภคคนอื่นมีความสำคัญและอาจเปลี่ยนให้เกิดความต้องการซื้อสินค้าได้ แบรนด์จึงจำเป็นต้องรับฟังทุกความคิดเห็นในบทสนทนา ซึ่งเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีการชี้แจง และให้เหตุผลเพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าหรือใช้บริการ

4.สร้างแรงบันดาลใจด้วยบทสนทนา

ระหว่างที่มีการสนทนาแบรนด์ควรระมัดระวังไม่ให้ดูพยายามตั้งใจขายสินค้ามากจนเกินไป เนื่องจากทวิตเตอร์เป็นสถานที่ที่ผู้คนเข้ามาพูดคุยและแบ่งปันความคิดเห็น โดยการรีวิวที่จริงใจและตรงไปตรงมานี้เองที่เป็นกระบอกเสียงอันทรงพลัง แบรนด์จึงควรสนใจในบทสนทนา ทำความเข้าใจผู้บริโภคและเคารพพวกเขา พูดคุยแลกเปลี่ยนบทสนทนาให้ตรงกับหัวข้อนั้นๆ ไม่ใช่ตั้งใจขายแต่สินค้าอย่างเดียวเท่านั้น

5.คิดให้ไกลกว่าแค่ปิดการขาย

แบรนด์ส่วนใหญ่โฟกัสกับการสร้างการรับรู้ กระตุ้นให้เกิดความต้องการซื้อสินค้า และปิดการขายให้ได้ หรือนึกถึงแต่ยอดขายเป็นหลัก ซึ่งหลายๆ ครั้งไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น แต่มาถึงจุดที่แบรนด์อาจลืมไปแล้วว่า การสนทนากับลูกค้าเป็นพลังที่สำคัญสามารถสร้างความพึงพอใจและความภักดีต่อแบรนด์ได้ ทั้งนี้ ทวิตเตอร์จึงเป็นพื้นที่พิเศษไม่เหมือนใครที่ผู้บริโภคสามารถแบ่งปันประสบการณ์ที่มีต่อสินค้าและสามารถสร้างอิทธิพลต่อคนอื่นๆ พร้อมทั้งสามารถกระตุ้นยอดขายให้กับแบรนด์ได้

การที่ต้องเข้าไปอยู่ในโมเม้นท์และเข้าไปมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคคือกุญแจสำคัญในการสร้างบทสนทนาระหว่างกลุ่มเป้าหมายและนำไปสู่การเป็นลูกค้า ดังนั้นแบรนด์ที่เข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดีต้องนำบทสนทนาเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ทางการตลาด นอกจกนั้น ทวิตเตอร์ยังมีอีกหลายฟีเจอร์สุดสร้างสรรค์ที่เป็นตัวช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้บริโภคและขับเคลื่อนบทสนทนา ไม่ว่าจะเป็น Promoted Trend Spotlight, Carousel Ad, Conversational Cards หรือ Twitter Threads

 


  • 5
  •  
  •  
  •  
  •