
เจาะกลยุทธ์ Burger King x Dragon Ball ใช้ Pop Culture เพิ่มลูกค้าใหม่ พร้อมดันความถี่การกลับร้าน
จากการแข่งขันในตลาด QSR ที่แบรนด์ต้องหาเหตุผลใหม่ให้คนเดินเข้าร้านอยู่ตลอดเวลา Burger King ประเทศไทยกำลังหยิบ Pop Culture Collaboration มาเป็นอีกเครื่องมือสร้าง Traffic และเพิ่มความถี่ในการกลับมาใช้บริการ ล่าสุดเปิดตัว ‘Burger King x Dragon Ball’ นำหนึ่งใน IP อนิเมะระดับโลกมาต่อยอดเป็นเมนูพิเศษและของสะสม หลังจากก่อนหน้านี้เคยร่วมมือกับ NARUTO, Star Wars Mandalorian, Looney Tunes และ Paw Patrol มาแล้ว
Key Takeaway
- Burger King ใช้ Dragon Ball ต่อยอดกลยุทธ์ Pop Culture Collaboration หลังเคยร่วมมือกับ NARUTO, Star Wars Mandalorian, Looney Tunes และ Paw Patrol
- แคมเปญ NARUTO ก่อนหน้าช่วยให้ยอดขายช่วงแคมเปญเติบโตราว 10% และจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น 12%
- ลูกค้า Burger King มีความถี่ใช้บริการเฉลี่ยประมาณ 2.3 ครั้งต่อเดือน และเพิ่มเป็นประมาณ 3.5 ครั้งในช่วงมีแคมเปญ
- Dragon Ball ถูกต่อยอดเป็น 10 เมนูและของสะสม 6 คาแรกเตอร์ เพื่อดึงแฟนอนิเมะ ลูกค้าใหม่ และเพิ่มเหตุผลในการกลับมาซื้อซ้ำ
ความน่าสนใจของกลยุทธ์นี้อยู่ตรงที่ Burger King กำลังนำ ‘สิ่งที่ผู้บริโภคชอบอยู่แล้ว’ มาเชื่อมกับประสบการณ์การกิน ตั้งแต่ตัวละครที่คุ้นเคย เมนูพิเศษ ไปจนถึงของสะสม เพื่อดึงทั้งแฟนเดิมของ IP และกลุ่มลูกค้าใหม่เข้ามาหาแบรนด์ พร้อมสร้างเหตุผลให้ลูกค้าปัจจุบันกลับเข้าร้านบ่อยขึ้น และ Dragon Ball ก็เป็น IP ที่เหมาะกับโจทย์ดังกล่าว เพราะมีฐานแฟนที่เดินทางข้ามหลายเจเนอเรชัน
จากการ์ตูนอายุ 40 ปี สู่ IP ที่คุยกับแฟนอนิเมะหลายวัยได้พร้อมกัน
Dragon Ball เริ่มตีพิมพ์ใน Weekly Shonen Jump ประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 1984 ก่อนเริ่มออกอากาศในรูปแบบอนิเมะในปี 1986 และขยายจักรวาลต่อเนื่องทั้งอนิเมะ ภาพยนตร์ เกม และสินค้า โดยในปี 2024 ยังมีผลงานใหม่อย่าง Dragon Ball DAIMA ออกอากาศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฉลองครบรอบ 40 ปีของแฟรนไชส์
อายุของ IP จึงกลายเป็นข้อได้เปรียบ เพราะฐานคนที่รู้จัก Dragon Ball มีตั้งแต่ผู้บริโภคที่เติบโตมากับ Goku, Vegeta และเหล่านักรบซูเปอร์ไซย่า ไปจนถึงแฟนอนิเมะรุ่นใหม่ รวมถึงครอบครัวและเด็ก ทำให้เรื่องเดียวสามารถเชื่อมความชอบของคนต่างวัยเข้าด้วยกันได้
สำหรับ Burger King กลุ่ม Gen Y และ Gen Z ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มที่แบรนด์ต้องการเข้าถึงผ่าน Pop Culture โดยเฉพาะ Gen Y ที่จำนวนมากเติบโตมากับการ์ตูนและวัฒนธรรมป๊อปจากยุคก่อน ขณะที่วันนี้อยู่ในวัยทำงานและมีกำลังซื้อ ส่วน Gen Z เข้าถึง IP เหล่านี้ผ่านอนิเมะ เกม โซเชียลมีเดีย และวัฒนธรรมแฟนด้อมในปัจจุบัน
Naruto พิสูจน์แล้วว่า Pop Culture ช่วยพาคนเข้าร้านและดันยอดขายได้จริง
ก่อนหน้านี้ Burger King ได้คอลแลปร่วมกับนารูโตะ เปิดตัวในปี 2568 ซึ่งสร้างผลงานได้เป็นอย่างดี โดยสามารถช่วยให้ ยอดขายในช่วงแคมเปญเติบโตประมาณ 10% และจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น 12%
ปัจจุบันลูกค้าของ Burger King เข้ามาใช้บริการเฉลี่ยประมาณ 2.3 ครั้งต่อเดือน แต่ในช่วงที่มีแคมเปญ ความถี่สามารถเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 3.5 ครั้งต่อเดือน ขณะที่ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 285 บาทต่อบิล
ภาพดังกล่าวยิ่งมีความสำคัญในปีนี้ หลังยอดขายสะสมของ Burger King ยังเติบโตประมาณ 2-3% ขณะที่ปีก่อนยอดขายโตประมาณ 6% และจำนวน Transaction โต 10-11% ทำให้การเพิ่มความถี่ของลูกค้าเดิมกลายเป็นอีกพื้นที่สำหรับสร้างการเติบโตควบคู่กับการหาคนใหม่
Dragon Ball ถูกเปลี่ยนเป็น 10 เมนู และ 6 คาแรกเตอร์สะสม
สำหรับ ‘Burger King x Dragon Ball’ ครั้งนี้ Burger King ต่อยอดเป็นเมนูทั้งหมด 10 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่เบอร์เกอร์ ของทานเล่น เครื่องดื่ม และของหวาน
เมื่อเทียบกับยอดใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 285 บาทต่อบิล ราคาเซต 299 บาทอยู่สูงกว่าพฤติกรรมการใช้จ่ายเฉลี่ยเดิม 14 บาท จึงเป็นระดับราคาที่ค่อนข้างใกล้กับบิลปกติ ขณะที่การมีของสะสมหลายคาแรกเตอร์ก็เพิ่มกลไกที่สามารถสร้างการซื้อซ้ำตลอดช่วงแคมเปญที่เริ่มตั้งแต่ 8 กันยายน ถึง 18 ตุลาคม 2569 ที่ Burger King สาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ
ปัจจุบัน Burger King มีสาขาประมาณ 107 แห่ง โดยราว 60% อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล อีกประมาณ 40% อยู่ต่างจังหวัด มี 11 สาขาในภูเก็ต และ 5 สาขาในเชียงใหม่ พร้อมเดินหน้าพัฒนาร้านขนาดเล็กลง จากร้าน In-line ขนาดหลักราว 130 ตารางเมตร ไปสู่ Format ที่สามารถลดลงเหลือประมาณ 80 ตารางเมตร เพื่อเปิดโอกาสให้เข้าไปอยู่ในทำเลได้หลากหลายขึ้น เมื่อมองสองด้านพร้อมกัน จะเห็นภาพกลยุทธ์ที่กำลังทำงานคู่กัน ด้านหนึ่ง Burger King เพิ่ม Physical Reach ด้วยรูปแบบร้านที่เข้าถึงทำเลได้มากขึ้น ส่วนอีกด้านใช้ Pop Culture ดึงให้คนอยากเดินเข้ามา
FAQ
Burger King x Dragon Ball มีอะไรบ้าง?
แคมเปญประกอบด้วยเมนูธีม Dragon Ball จำนวน 10 รายการ ทั้งเบอร์เกอร์ ของทานเล่น เครื่องดื่ม และของหวาน รวมถึงของสะสมลิขสิทธิ์ 6 คาแรกเตอร์
Burger King x Dragon Ball เริ่มและสิ้นสุดเมื่อไร?
แคมเปญจัดตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน ถึง 18 ตุลาคม 2569 ที่ Burger King สาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ
ทำไม Burger King จึงเลือกใช้ Dragon Ball?
Dragon Ball เป็น Global IP ที่มีฐานแฟนหลายช่วงวัย ตั้งแต่คนที่เติบโตมากับเรื่องนี้จนถึงแฟนอนิเมะรุ่นใหม่ จึงสามารถใช้เชื่อมความสนใจของลูกค้าหลายกลุ่มเข้ากับแบรนด์ได้
กลยุทธ์ Pop Culture ของ Burger King ได้ผลอย่างไร?
แคมเปญ NARUTO ก่อนหน้าช่วยให้ยอดขายช่วงแคมเปญเพิ่มขึ้นประมาณ 10% และจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นประมาณ 12% จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ Burger King เดินหน้าทำ Collaboration กับ Global IP ต่อเนื่อง
