
ในยุคที่ Retail Landscape ถูกดิสรัปต์จากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค และสมรภูมิการค้า การแข่งขันจึงไม่ได้มีเพียงการเดินหน้าขยายสาขา หรือ Store Format ใหม่เท่านั้น หากแต่เป็นการแย่งชิงโอกาส “เข้าถึง” ผู้คนให้ได้มากที่สุด พร้อมทั้งสร้าง “ประสบการณ์” ให้กับลูกค้าที่เข้าใจความต้องการอย่างแท้จริง โดยไม่ว่าจะซื้อจากช่องทางไหน ก็ต้องได้รับประสบการณ์แบบไร้รอยต่อ
เมื่อเอ่ยถึงผู้นำวงการค้าปลีกในไทย ต้องนึกถึง “เซ็นทรัล รีเทล” หรือ “CRC” ประกาศยุทธศาสตร์ธุรกิจ ปี 2026 เตรียมทุ่มงบลงทุน 16,000-18,000 ล้านบาท สปีดการเติบโตของธุรกิจด้วยแผนเปิดสาขาใหม่ในไทย-เวียดนาม รวม 22-26 แห่ง ควบคู่ไปกับการรีโนเวทสาขาเดิมอีก 7 แห่ง พร้อมทั้งรุกตลาดด้วยกลยุทธ์ “Innovation in Action” ผ่าน 3 แกนหลัก คือ ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุก ๆ ช่องทาง Omnichannel, พัฒนาค้าปลีก-ค้าส่งคอนเซปต์ใหม่, และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานด้วย AI และ One Data Platform
อัปเดตเซ็นทรัล รีเทล ปี 2025: ความสำเร็จจากการโฟกัส “ไทย–เวียดนาม”
หากมองย้อนกลับไปในปี 2025 ต้องถือเป็นอีกปีที่ “เซ็นทรัล รีเทล” สร้างการเติบโตได้อย่างโดดเด่น ท่ามกลางปัจจัยความท้าทายมากมาย ภายใต้ยุทธศาสตร์ New Heights, Next Growth ที่เน้นการเสริมแกร่งธุรกิจหลัก ต่อยอด New Growth Engine พร้อมทั้งปรับโฟกัสธุรกิจ มุ่งเน้นตลาดไทยและเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง สะท้อนได้จากผลการดำเนินธุรกิจ
- ผลประกอบการ: รายได้รวมทั้งปี อยู่ที่ 253,165 ล้านบาท (+4% YoY), EBITDA อยู่ที่ 29,836 ล้านบาท, กำไรสุทธิหลังหักภาษี (NPAT) อยู่ที่ 7,432 ล้านบาท (-6% YoY)
- ธุรกิจของ CRC ในประเทศไทย: มีจำนวน 3,596 ร้านค้า ครอบคลุมใน 63 จังหวัดทั่วไทย และคิดเป็นสัดส่วนยอดขาย 80%
- ธุรกิจของ CRC ในประเทศเวียดนาม: มีจำนวนร้านค้า 127 ร้านค้า ครอบคลุมใน 26 จังหวัด จาก 34 จังหวัด และมีสัดส่วนยอดขายคิดเป็น 20%

ความสำเร็จด้านตัวเลขการดำเนินงานที่แข็งแกร่งมาจาก
1. พัฒนาโมเดล “Tops Daily Hybrid” เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว
เป็น Store Format ที่รวมทั้งร้านสะดวกซื้อ Tops Daily, Tops Wine Cellar จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ร้านเบเกอรี่ The Baker, ร้านบิวตี้สโตร์ LOOKS ภายในร้านเดียวกัน
2. ขยายฐานสมาชิก The 1 ในประเทศเวียดนาม
หลังจากเริ่มเปิดตัว The 1 ในเวียดนามเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2025 ในเดือนถัดมาเริ่มทดลองใน 4 สาขาก่อน สามารถสร้างฐานสมาชิก 100,000 คน โดยยอด Transaction ที่มาจาก The 1 คิดเป็น 63% จากนั้นได้ขยายการใช้ The 1 ไปทุกสาขาทั่วประเทศเวียดนาม ล่าสุดในเดือนธันวาคม 2025 มีฐานสมาชิก The 1 ในประเทศเวียดนามด้วยยอดสมาชิกรวมกว่า 4.3 ล้านราย โดยมียอด Transaction อยู่ที่ 84%
เซ็นทรัล รีเทล มองว่าการยกโมเดล The 1 จากประเทศไทย ที่ปัจจุบันมีฐานสมาชิกกว่า 20 ล้านคน ไปปรับใช้ที่ประเทศเวียดนาม ซึ่งด้วยความที่เวียดนามมีประชากรกว่า 100 ล้านคน จึงเชื่อว่าจะสามารถสร้างฐานสมาชิก The 1 เติบโตทะลุ 20 กว่าล้านคนในเวลาไม่นาน
3. รวม “ทีมเทคฯ” เป็นหนึ่งเดียว
เซ็นทรัล รีเทลเชื่อว่าเทคโนโลยีจะเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจในอนาคต จึงได้ปรับโครงสร้างการทำงานภายใน จากเมื่อก่อนแต่ละ Business Unit มีทีม IT ของตัวเอง แต่ปัจจุบันได้รวมทีมเทคโนโลยีเป็น “One Team” เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันและซอฟต์แวร์ร่วมกัน
ผลจากการปรับโครงสร้างการทำงานดังกล่าว ทำให้ Performance ของแอปฯ ธุรกิจรีเทลต่างๆ ในเครือ CRC เพิ่มขึ้น 50%, มี Conversion Rate เพิ่มขึ้น 26%, ลดค่าใช้จ่ายลง 5 เท่า
4. ความสำเร็จจาก “ธุรกิจดาวเด่น”
- ไทวัสดุ สามารถเติบโตอย่างต่อเนื่องมาตลอด 10 ปี จนปัจจุบันมีเครือข่ายครอบคลุม 89 สาขา ใน 52 จังหวัดทั่วประเทศ ผลักดันยอดขายในปี 2025 ทะยานสู่ 43,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 9% พร้อมครองส่วนแบ่งการตลาดถึง 25%

5. ความสำเร็จจาก “ธุรกิจดาวรุ่งใหม่” สร้าง New Growth Engine
- Auto 1 ศูนย์ให้บริการดูแลรถยนต์ครบวงจร ปีที่แล้วเร่งสปีดขยายสาขาใหม่ถึง 13 สาขา ทำให้โดยรวมมี 53 สาขา และวางโรดแมปเชิงรุกสำหรับปี 2026 ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสาขาแบบเท่าตัวอีก 53 แห่ง จะส่งผลให้มีเครือข่ายรวมทั้งสิ้น 106 สาขาบนทำเลศักยภาพทั่วประเทศ
- Mini go! ซูเปอร์มาร์เก็ตในเวียดนาม ปีที่แล้วขยาย 1 สาขา ทำให้มีสาขาทั้งหมด 15 สาขา และปีนี้ตั้งเป้ามีกว่า 20 สาขา
6. GO! Wholesale ยอดขายจากสาขาเดิมเติบโต
ปีที่ผ่านมามี 14 สาขา การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (Same Store Sales Growth: SSSG) อยู่ในระดับ Double Digit
“ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ยังคงผันผวนและมีความท้าทายจากปัจจัยหลายด้าน เซ็นทรัล รีเทลยังสามารถทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่งในปีที่แล้ว โดยได้สร้างความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมจากการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ New Heights, Next Growth ที่เน้นการเสริมแกร่งธุรกิจหลัก ต่อยอด New Growth Engine พร้อมทั้งปรับโฟกัสธุรกิจ มุ่งเน้นตลาดไทยและเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง” คุณสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เล่าถึงภาพรวมในปี 2025

3 กลยุทธ์ “Innovation in Action” รับมือความท้าทาย–เปิดรับโอกาสใหม่ ปี 2026
ปี 2026 ยังเต็มไปด้วยความท้าทายรอบด้านที่ภาคธุรกิจ รวมทั้งเซ็นทรัล รีเทลต้องเผชิญ แต่ขณะเดียวกันก็มาพร้อมกับโอกาสใหม่เช่นกัน
– ความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงด้านภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยเฉพาะประเทศใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา, จีน, รัสเซีย
– เศรษฐกิจเวียดนามยังคงเติบโตอย่างโดดเด่น ทำให้ดึงดูดนักลงทุน โดยเฉพาะบริษัทจากต่างประเทศเข้าไปลงทุนมากขึ้น ในขณะเดียวกันผู้เล่นท้องถิ่นขยับตัวเร็ว รับการแข่งขันที่เกิดขึ้น
– พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคเปลี่ยน โดยคิดพิจารณามากขึ้นก่อนตัดสินใจซื้อ เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจ
– คู่แข่ง แม้ปัจจุบันการแข่งขันในอุตสาหกรรมค้าปลีก ทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ค่อนข้างอยู่ตัว เนื่องจากมีผู้เล่นรายเดิมที่อยู่ในตลาดมาสักพักแล้ว แต่ที่น่าจับตาคือ การแข่งขันใน Social Commerce มีเพิ่มมากขึ้น เห็นได้จากแบรนด์สินค้าใหม่เกิดขึ้นมากมายในออนไลน์
– เร่งปรับตัวสู่ยุค AI เซ็นทรัล รีเทลมองว่าเทคโนโลยี AI จะช่วยขับเคลื่อนอนาคตของบริษัท

ดังนั้นในปี 2026 ซึ่งถือเป็นปีแห่ง “Challenges & Opportunities” ของธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง เซ็นทรัล
รีเทล พร้อมเดินหน้าสานต่อยุทธศาสตร์ 3 ปี New Heights, Next Growth ภายใต้กลยุทธ์ “Innovation in Action”เพื่อยกระดับศักยภาพองค์กรสู่การเติบโตครั้งใหม่ ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่
1. อัพเกรดประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ (Uplift Customer Experience)
- มุ่งต่อยอดความสำเร็จของแพลตฟอร์ม Omni-channel ของเซ็นทรัล รีเทล ที่มียอดขายเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2025 ยอดขายจากช่องทางออนไลน์เติบโตขึ้นถึง 14% เมื่อเทียบกับปีก่อน
- ควบคู่กับการพัฒนาทั้งในส่วนของประสบการณ์หน้าร้านด้วยพนักงานที่พร้อมให้บริการแบบเฉพาะตัว, การปรับปรุงบรรยากาศภายในร้าน, การเพิ่มจุด Self-Checkout
- การจัดอีเว้นท์ร่วมกันของธุรกิจในเครือ (Cross Business Unit Event) และการเพิ่มพื้นที่ไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ที่ช่วยดึงดูดทราฟฟิก เช่น โซนอาหาร โซนเกม และแชมเปญบาร์ เป็นต้น
- นำ AI มาช่วยยกระดับการช้อปปิ้งออนไลน์ให้รวดเร็ว และง่ายดายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาสินค้า โปรโมชัน และคูปองสุดคุ้มที่ออนท็อปได้อย่างตรงใจ รวมถึงเชื่อมต่อประสบการณ์ระหว่างหน้าร้านและโลกดิจิทัลผ่านบริการ Personal Shopper, Chat & Shop, Click & Collect และ Reserve & Collect ที่ทำให้ลูกค้าช้อปปิ้งได้อย่างสะดวกสบายไร้รอยต่อ
“ธุรกิจรีเทลในไทย มีผู้เล่นที่เป็นผู้นำด้านออนไลน์ และผู้เล่นที่เป็นผู้นำด้านออฟไลน์ แต่ยังไม่มีใครที่เป็นผู้นำทั้ง 2 ช่องทางอย่างแท้จริง ในปีนี้เราจึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างเต็มที่ โดยมุ่งเชื่อมโยงระบบออนไลน์และออฟไลน์ให้ทำงานอย่างไร้รอยต่อ
หากแพลตฟอร์มออนไลน์ใดของเซ็นทรัล รีเทลประสบความสำเร็จ เราจะขยายโมเดลดังกล่าวไปใช้กับทุก Business Unit ขณะที่เซ็นทรัล รีเทลเป็นผู้นำในธุรกิจรีเทลออฟไลน์อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการเข้าสู่ธุรกิจรีเทล ออฟไลน์ของผู้เล่นรายใหม่ยังคงมีข้อจำกัด ทั้งในด้านการจัดหาที่ดิน การก่อสร้างอาคาร ตลอดจนระยะเวลาที่ต้องใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน”

2. อัพเกรดแบรนด์และสินค้าให้ทันสมัย (Reinvent Concepts And Merchandise)
- พัฒนาสินค้าที่วางจำหน่ายในไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! ประเทศเวียดนาม โดยเน้นกลุ่มเบเกอรี่, อาหารพร้อมทาน, สินค้าเกี่ยวกับบ้าน และสินค้า Private Label ให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น
- ส่วนประเทศไทย จะเน้นเพิ่มความหลากหลายของแบรนด์สินค้าแฟชั่นชั้นนำจากไทยและเอเชีย พร้อมเร่งเครื่องขยาย KIS & LOOKS Beauty Specialty Stores ปรับรูปแบบสาขาและราคาสินค้าให้เข้าถึงง่ายขึ้น เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้า Young & Mainstream
3. อัพเกรดประสิทธิภาพการบริหารงานและขยายขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย (Drive Operational Excellence)
- นำ AI มาใช้เสริมศักยภาพการดำเนินงานในหลายมิติ เช่น ด้านการบริหารลูกค้า, การทำการตลาด, การสั่งสินค้าและกำหนดราคา รวมถึงการบริหารจัดการหน้าร้าน
- ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการทำงานของพนักงาน เพื่อสร้างองค์กรที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
- นอกจากนี้ยังได้พัฒนา One Data Platform เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลลูกค้าจากทั้งออนไลน์และออฟไลน์ให้เป็นหนึ่งเดียว (Single View of Customer Data) ซึ่งจะช่วยให้บริษัทฯ สามารถเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และสามารถนำเสนอ Omnichannel Coupon ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในทุกช่องทางได้อย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านระบบ ทั้งการบริหารจัดการสต๊อกและการจัดส่งสินค้าแบบครบวงจร

ปี 2026 ทุ่มงบลงทุน 16,000–18,000 ล้านบาท สปีดการขยายสาขาไทย – เวียดนาม
เพื่อสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2026 “เซ็นทรัล รีเทล” ทุ่มงบลงทุน 16,000–18,000 ล้านบาท สำหรับการรีโนเวทและการขยายสาขาทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ
ประเทศไทย:
- ขยายสาขาใหม่ของท็อปส์ 8-10 สาขา
- เปิดสาขาใหม่ GO Wholesale 2 สาขา
- เปิดสาขาใหม่ไทวัสดุ 3-5 สาขา
- รีโนเวทใหญ่ 7 แห่ง
ประเทศเวียดนาม:
- ขยายสาขาศูนย์การค้า GO! 2 สาขา
- ไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! 1 สาขา
- ซูเปอร์มาร์เก็ต Mini go! 6 สาขา

พร้อมทั้งมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจในตลาดอาเซียนอื่น ๆ อย่างรอบคอบ โดยตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ปี 2569 อยู่ที่ 4-5% และ EBITDA ที่ 5-7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รวมทั้งให้ความสำคัญกับการบริหารการเงินอย่างมีวินัย เพื่อสร้างยอดขายและกำไรที่มีคุณภาพ รักษาความแข็งแกร่งทางการเงินเพื่อรองรับโอกาสในการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) ในอนาคต







