
ตลาด EV กำลังเติบโตมากขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้ความต้องการ “นิกเกิล” ซึ่งเป็นแร่หลักในการผลิตแบตเตอรี่ EV บางประเภทเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ขณะที่อินโดนีเซียผู้ผลิตแร่นิกเกิลรายใหญ่ระดับโลกกำลังพิจารณาชะลอการสร้างโรงถลุงนิกเกิลแห่งใหม่ หลังเริ่มเกิดปัญหานิกเกิลล้นตลาด (Oversupply) ส่งผลให้ราคานิกเกิลเริ่มปรับตัวลดลงและทำให้ผลตอบแทนของผู้ผลิตเริ่มลดลงเช่นกัน
หากอินโดนีเซียเริ่มควบคุมกำลังการผลิตนิกเกิล อาจส่งผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนจีนและทิศทางห่วงโซ่อุปทาน EV ในอาเซียน ผลกระทบเหล่านี้จะโดนตลาด EV ไทยหรือไม่ เพราะหากกำลังการผลิตนิกเกิลลดลง การมีฐานการผลิตในอินโดนีเซียอาจช่วยลดปัญหาด้าน Supply Chain ในการผลิตแบตเตอรี่และช่วงลดต้นทุนค่าขนส่ง แล้วไทยควรแก้เกมนี้อย่างไร
Key Takeaways
|
อินโดนีเซียเริ่มชะลอกำลังการผลิตนิกเกิล
จากรายงานของ South China Morning Post (SCMP) ระบุว่า อินโดนีเซียกำลังพิจารณาระงับการก่อสร้างโรงถลุงนิกเกิลแห่งใหม่ที่เน้นผลิตสินค้า Nickel Pig Iron และ Nickel Matte หลังอุตสาหกรรมกำลังเผชิญภาวะ Oversupply โดยที่ผ่านมา อินโดนีเซียในฐานะผู้ผลิตนิกเกิลรายใหญ่ระดับโลกเริ่มมาตรการห้ามส่งออกแร่นิกเกิลดิบตั้งแต่ปี 2020 เพื่อดึงดูดบริษัทต่างชาติให้เข้ามาตั้งโรงงานแปรรูปภายในประเทศ โดยเฉพาะนักลงทุนจีน
นโยบายดังกล่าวช่วยผลักดันให้อินโดนีเซียกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตนิกเกิลของโลก โดยข้อมูลจาก S&P Global Market Intelligence ระบุว่า ในปี 2025 อินโดนีเซียมีสัดส่วนการผลิตนิกเกิลจากเหมืองสูงถึง 66.6% ของโลก อย่างไรก็ตาม เมื่อกำลังผลิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ แต่กลับมากเกินกว่าความต้องการ ส่งผลให้ราคานิกเกิลลดลงอย่างมากและเริ่มกระทบความคุ้มค่าของการลงทุน

อินโดนีเซียจึงหันกลับมาให้ความสำคัญกับกำลังการผลิต โดยกำลังพิจารณาควบคุมการขยายโรงถลุงนิกเกิลบางประเภท พร้อมให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมปลายน้ำที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงกว่า เช่น วัสดุแบตเตอรี่และผลิตภัณฑ์นิกเกิลสำเร็จรูป ซึ่งมาตรการนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยจะเป็นการชะลอการผลิตไม่ใช่การหยุดผลิตนิกเกิลทั้งหมด
นักลงทุนจีนต้องปรับแผนการลงทุน
จีนถือเป็นหนึ่งในผู้ลงทุนหลักของอุตสาหกรรมถลุงนิกเกิลในอินโดนีเซีย หากมีข้อจำกัดในการสร้างโรงถลุงใหม่ บริษัทจีนที่เคยวางแผนขยายกำลังผลิตอาจต้องประเมินความคุ้มค่าของโครงการอีกครั้ง โดยบริษัทนิกเกิลจีนบางแห่งในอินโดนีเซียเริ่มมองหาโอกาสลงทุนในพื้นที่อื่นๆ หลังเผชิญความไม่แน่นอนด้านนโยบายและต้นทุนในอินโดนีเซีย
สำหรับไทยที่ไม่มีแร่นิกเกิลมาแข่งขันกับอินโดนีเซีย อาจต้องสร้างโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรม EV ในขั้นปลายน้ำ ทั้งการประกอบรถยนต์ ผลิตแพ็คแบตเตอรี่ และชิ้นส่วนประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยไทยมีจุดแข็งในด้านการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก และเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนรองรับอยู่แล้ว จึงมีความพร้อมสำหรับนักลงทุนจีนที่ต้องการขยายธุรกิจในอาเซียน
อย่างไรก็ตาม การชะลอโรงถลุงนิกเกิลในอินโดนีเซีย ไม่ได้ส่งผลให้นักลงทุนโยกเม็ดเงินลงทุนย้ายกลับมาที่ไทยทันที เพราะอย่างไรก็ตาม อินโดนีเซียยังมีข้อได้เปรียบอย่างยิ่งในด้านทรัพยากรนิกเกิล และนโยบายส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่และ EV
แบตเตอรี่ LFP เกมการแข่งขัน EV ไทยกับอินโดนีเซีย
สิ่งหนึ่งที่ต้องทราบ เทคโนโลยีแบตเตอรี่ EV หลักๆ ถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ทั้งแบบที่ใช้นิกเกิลเป็นหลักและแบบที่ใช้ลิเธียมไอออนเป็นหลัก โดยปัจจุบันแบตเตอรี่แบบลิเธียมกำลังได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนการผลิตแบตลิเธียมถูกกว่า แถมยังอึดกว่า ทนความร้อนได้ดีกว่ารองรับการชาร์จความเร็วสูง โดยมีข้อเสียด้านน้ำหนักและความจุที่น้อยกว่าแบบนิกเกิล ทำให้ได้ระยะทางที่สั้นกว่า
จากข้อมูลของ IEA Global EV Outlook 2026 ระบุว่า แบตเตอรี่ LFP มีสัดส่วนมากกว่า 55% ของแบตเตอรี่ EV ที่ติดตั้งทั่วโลกในปี 2025 การเติบโตของ LFP จึงอาจลดความสำคัญของการมีแหล่งนิกเกิลสำหรับรถ EV บางกลุ่ม และเปิดโอกาสให้ประเทศที่ไม่มีทรัพยากรนิกเกิลขนาดใหญ่สามารถแข่งขันในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ได้
สำหรับไทย ถือเป็นโอกาสในการต่อยอดจากฐานการผลิตรถยนต์เดิม ไปสู่อุตสาหกรรมการผลิต Battery Pack, Battery Management System (BMS) และชิ้นส่วน EV ที่มีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งหากอุตสาหกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นได้อาจช่วยให้ราคาแบตเตอรี่ EV ลดลง อย่างไรก็ตามไทยยังต้องพึ่งพาเทคโนโลยีและวัตถุดิบแบตเตอรี่จากต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน ซึ่งมีบทบาทสูงในกระบวนการผลิตแบตเตอรี่ LFP
ไทยได้หรือเสียอะไรในศึก EV อาเซียน?
หากพิจารณาจากโครงสร้างอุตสาหกรรม ไทยและอินโดนีเซียมีจุดแข็งแตกต่างกัน โดยอินโดนีเซียได้เปรียบด้านทรัพยากรนิกเกิลในฐานะผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตแบตเตอรี่ NMC ขณะที่ไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบดังกล่าว แต่ไทยมีฐานอุตสาหกรรมยานยนต์และเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จึงมีความพร้อมในการต่อยอดอุตสาหกรรม
ในด้านแบตเตอรี่ ไทยมีโอกาสเติบโตจากเทคโนโลยีแบตเตอรี่ LFP ที่ไม่ใช้นิกเกิลเป็นวัตถุดิบหลัก รวมถึงธุรกิจประกอบแบตเตอรี่ (Battery Pack) และการผลิตชิ้นส่วน EV ขณะที่อินโดนีเซียสามารถใช้ความได้เปรียบด้านทรัพยากรต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมวัสดุแบตเตอรี่และการผลิตแบตเตอรี่ที่ใช้นิกเกิล พร้อมเดินหน้าขยายฐานการผลิต EV ของตัวเอง
อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงที่ต้องจัดการ โดยไทยกำลังเผชิญปัญหากำลังการผลิต EV ที่อาจมากเกินกว่าความต้องการของตลาด ทำให้ต้องเร่งสร้างตลาดส่งออกและเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ ขณะที่อินโดนีเซียต้องรับมือกับปัญหานิกเกิล Oversupply ที่อาจกระทบผลตอบแทนจากการลงทุน การแข่งขัน EV ในอาเซียนจึงอยู่ที่ประเทศใดจะสามารถใช้จุดแข็งที่มีอยู่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมได้มากกว่าและสามารถเข้าถึงตลาดส่งออกได้
สิ่งที่ต้องจับตา อินโดนีเซียจะสามารถควบคุมการผลิตนิกเกิลได้มากน้อยเพียงใด รวมถึงการขยายตัวของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ LFP ขณะเดียวกัน ประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมด้านฐานการผลิตทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี และสร้างตลาดเพื่อส่งออก ถึงอย่างนั้นไทยอาจมีปัญหาที่น่าปวดหัวมากกว่า เพราะต้องรักษาสมดุลอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ทั้งแบบเครื่องยนต์สันดาปและ EV เพื่อให้ฐานการผลิตรถทั้ง 2 แบบยังคงอยู่ในประเทศไทย
คำถามเกี่ยวกับนิกเกิลอินโดนีเซียและผลกระทบต่อ EV ไทยทำไมอินโดนีเซียถึงพิจารณาเบรกการผลิตนิกเกิล?เพราะอุตสาหกรรมนิกเกิลเผชิญภาวะ Supply ล้นตลาดจนกดดันราคา อินโดนีเซียจึงพิจารณาจำกัดการสร้างโรงถลุงใหม่บางประเภท เพื่อลดการเพิ่มกำลังผลิตและสนับสนุนอุตสาหกรรมปลายน้ำที่มีมูลค่าสูงกว่า อินโดนีเซียเบรกนิกเกิล จะทำให้แบตเตอรี่ EV แพงขึ้นหรือไม่?มีโอกาสกระทบต้นทุนแบตเตอรี่ NMC หากมาตรการทำให้ราคานิกเกิลสูงขึ้น แต่แบตเตอรี่ LFP ซึ่งไม่ใช้นิกเกิลในวัสดุขั้วบวกหลักจะได้รับผลกระทบโดยตรงน้อยกว่า ทั้งนี้ ราคานิกเกิลยังขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทานโลกด้วย ไทยจะได้ประโยชน์อะไรจากการชะลออุตสาหกรรมนิกเกิลของอินโดนีเซีย?ไทยอาจมีโอกาสดึงดูดการลงทุนในธุรกิจประกอบรถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่แพ็ก และชิ้นส่วน EV จากนักลงทุนที่ต้องการกระจายฐานการผลิต แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าเงินลงทุนจะย้ายจากอินโดนีเซียมาไทยโดยตรง ทำไมแบตเตอรี่ LFP จึงสำคัญต่อการแข่งขัน EV ในอาเซียน?เพราะ LFP ไม่ใช้นิกเกิลในวัสดุขั้วบวกหลัก ทำให้ประเทศที่ไม่มีแหล่งนิกเกิลขนาดใหญ่สามารถพัฒนาอุตสาหกรรมแบตเตอรี่และ EV ได้ โดยแข่งขันผ่านเทคโนโลยี ต้นทุน และประสิทธิภาพการผลิต ไทยกับอินโดนีเซีย ใครมีโอกาสเป็น EV Hub ของอาเซียน?ทั้งสองประเทศมีจุดแข็งต่างกัน อินโดนีเซียได้เปรียบด้านทรัพยากรนิกเกิล ส่วนไทยมีฐานการผลิตยานยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วนเดิม การแข่งขันระยะยาวขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างตลาดส่งออก พัฒนาเทคโนโลยี และเพิ่มมูลค่าการผลิตภายในประเทศ |
Source: SCMP
