จากสิทธิพิเศษ สู่ประสบการณ์ The 1 Exclusive ฉลอง 5 ปีด้วย Edible Art จาก Janice Wong
ถ้าถามว่าวันนี้แบรนด์ลักชัวรีแข่งขันกันด้วยอะไร คำตอบอาจไม่ใช่ “ส่วนลด” แต่คือ ประสบการณ์ที่เงินซื้อไม่ได้ง่าย ๆ และนี่คือทิศทางที่เราเห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ ในตลาด Loyalty ระดับบนของไทย
ล่าสุด The 1 Exclusive โปรแกรมดูแลสมาชิกกลุ่ม Wealth Segment ภายใต้ The 1 ได้ฉลองครบรอบ 5 ปี ด้วยการขยับบทบาทตัวเองจาก Loyalty Program ไปสู่การเป็น Experience Curator เต็มตัว ภายใต้วิสัยทัศน์ From Loyalty to Enduring Relationships ที่เน้นสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวผ่านประสบการณ์ ไม่ใช่แค่สิทธิประโยชน์
เพื่อเฉลิมฉลองก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 The 1 Exclusive จับมือกับ Mastercard พาร์ทเนอร์ระดับโลก สร้าง Priceless Experience ผ่านนิทรรศการที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

JANICE WONG FIRST-EVER CHOCOLATE EDIBLE ART GALLERY WITH MASTERCARD
นิทรรศการศิลปะจากช็อกโกแลตที่ “กินได้จริง” และเปิดให้เฉพาะสมาชิก The 1 Exclusive และผู้ถือบัตร Mastercard เท่านั้น จัดขึ้นที่ Mastercard Experience Space ณ ห้างเซ็นทรัล ชิดลม
เพื่อสร้างประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่ลูกค้าสามารถมีส่วนร่วม สัมผัส และจดจำได้ในระยะยาว


เมื่อศิลปะ + รสชาติ = Brand Experience แบบ Multi-sensory
ไฮไลต์สำคัญของงาน คือการร่วมสร้างสรรค์กับ Janice Wong เชฟขนมหวานและศิลปินวิชวลอาร์ตระดับนานาชาติ เจ้าของรางวัล Asia’s Best Pastry Chef 2 สมัย ผลงานทั้งหมดถูกสร้างจาก “ช็อกโกแลต” ที่ถูกตีความใหม่ให้กลายเป็นศิลปะที่สื่อสารทางอารมณ์
แต่ละชิ้นเป็น one-of-a-kind สะท้อนตัวตนของแบรนด์ที่เข้าใจไลฟ์สไตล์ของสมาชิก Wealth อย่างลึกซึ้ง
พร้อมแรงบันดาลใจจากศิลปะและวัฒนธรรมไทย ตั้งแต่สีสัน ลวดลาย ไปจนถึงภาพจำอย่างตลาดน้ำ
ผลลัพธ์คือประสบการณ์ที่ไม่ได้จบแค่การ “ดู” แต่เชื่อมโยงการมองเห็น รสชาติ และอารมณ์เข้าด้วยกันในพื้นที่เดียว


ศิลปะที่ “ต้องชิม” ไม่ใช่แค่ชม
สิ่งที่ทำให้งานนี้แตกต่างจาก Art Exhibition ทั่วไป คือ ผู้เข้าชมสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผลงานได้จริง
Chocolate Lollipop ที่เป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะ ถูกออกแบบให้ลิ้มรสได้ พร้อมรสชาติที่คิดมาอย่างตั้งใจ เช่น Yuzu, Kaffir Lime, Earl Grey & Rose, Jasmine Milk Tea, Salted Caramel, Chilli และ Fig & Port Wine
นี่คือการยกระดับจาก Visual Experience สู่ Multi-sensory Brand Experience ที่ทำให้การเสพงานศิลปะกลายเป็นการเดินทางทางประสาทสัมผัสครบทุกมิติ

จากผู้ชม สู่ ผู้มีส่วนร่วม และสู่ ผู้ร่วมสร้าง
อีกหนึ่งรายละเอียดที่สะท้อนแนวคิด Experience Design คือการเปิดให้สมาชิกมีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างงานศิลปะ ผู้เข้าชมสามารถลงสีบนผ้าใบ และผลงานเหล่านั้นถูกนำมารวมเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ
เรียกว่า เปลี่ยนบทบาทลูกค้า จาก “ผู้ชม” เป็น “ผู้ร่วมสร้างเรื่องราว” ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญของการสร้าง Emotional Bond ระยะยาวกับลูกค้าระดับพรีเมียม
เบื้องหลังงานศิลปะ: ช็อกโกแลต 300 กิโล + เวลาหนึ่งเดือน
นิทรรศการนี้ไม่ได้เป็นเพียงงานศิลปะ แต่คือโปรดักชันระดับสากล ทีมของ Janice Wong ใช้ช็อกโกแลตกว่า 300 กิโลกรัม และใช้เวลาสร้างสรรค์นานกว่า 1 เดือน ก่อนประกอบผลงานจริงภายในหนึ่งวัน
ทั้งหมดต้องควบคุมอุณหภูมิ เวลา และคุณภาพอย่างละเอียด เพราะ “ช็อกโกแลต” เป็นวัสดุที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษตลอดการจัดแสดง



Marketing Insight: Luxury Loyalty กำลังเปลี่ยนเกม
เคสของ The 1 Exclusive สะท้อนชัดว่า Loyalty Program สำหรับลูกค้ากลุ่มบนกำลังเข้าสู่เฟสใหม่
- Reward ไม่พอ ต้องเป็น Experience
ลูกค้าระดับบนไม่ได้ต้องการส่วนลดเพิ่ม แต่ต้องการประสบการณ์ที่หาไม่ได้ทั่วไป - Access สำคัญกว่า Offer
การได้เข้าถึงสิ่งที่คนอื่นเข้าไม่ถึง คือคุณค่าที่แท้จริงของ Premium Loyalty - Participation สร้าง Bond มากกว่า Privilege
การให้ลูกค้ามีส่วนร่วม สร้างความผูกพันลึกกว่าแค่การรับสิทธิ์
The 1 Exclusive กำลังขยับจาก “โปรแกรมสมาชิก” สู่ Lifestyle Experience Platform อย่างชัดเจน
และนี่อาจเป็นทิศทางใหม่ของ Loyalty Marketing สำหรับกลุ่ม Wealth ในไทย
ที่แบรนด์อื่นต้องเริ่มจับตามองตั้งแต่วันนี้






