103.58.148.118

Brand Move

Ξ Leave a comment

Think Big, Act Small ติดอาวุธทางความคิด สร้างผู้ประกอบการ “สายพันธุ์ใหม่”

posted by  1,019 views

ในยุคที่ผู้ประกอบการกำลังครองเมือง ทุกคนต่างมองหาช่องทางการสร้างตัวให้เป็นผู้ประกอบการ ทำธุรกิจส่วนตัว หรือการเป็นสตาร์ทอัพ โดยมุ่งหวังว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้พวกเขาได้มีอิสรภาพทางการเงินและการใช้ชีวิตตามแบบเหล่าบริษัทไอดอลใน Silicon Valley

ความเป็นจริงจะมีผู้ประกอบการสักกี่รายที่ประสบความสำเร็จอย่างที่หวัง?

IDE-1

โทมัส เอดิสัน นักประดิษฐ์ผู้สร้างหลอดไฟ และเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนทั่วโลก ได้บอกว่า “ผมไม่เคยพบกับความล้มเหลว ผมเพียงแต่พบว่ามันมีเป็นหมื่นวิธีที่ใช้การไม่ได้” ทว่าในยุคที่การแข่งขันสูงและต้องการความรวดเร็วยิ่งกว่าอินเตอร์เน็ตไฟเบอร์ไฮสปีด ผู้ประกอบการคงไม่มีเวลาลองผิดลองถูกมากจนเกินไป แล้วทำอย่างไรล่ะ เราถึงจะเร่งฝีเท้าสร้างโอกาสที่จะก้าวสู่สิ่งที่เรียกว่าความสำเร็จได้ตามที่ต้องการ

ปัจจุบันมีแหล่งข้อมูลให้ “ผู้อยากประกอบการ” ใช้เป็นข้อมูลสู่การเป็นผู้ประกอบการอยู่มากมาย แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าสิ่งเหล่านั้นช่วยชี้นำให้ไปในทิศทางที่ต้องการเพื่อเติบโตเป็นผู้ประกอบการเหมือนชาว Silicon Valley

ไม่มีความคิดใดถูกหรือผิด เพียงแค่เรากล้าพอที่จะลองคิดต่าง เพราะในกระแสโลกใบเดียวกัน ทุกอย่าง real-time ต่างกันแค่เส้นแบ่งเวลาตามละติจูดของภูมิประเทศที่เราอาศัย ทำให้ผู้ประกอบการทั้งหลายไม่สามารถมองตลาดแค่เพียงละแวกบ้าน เมื่อตัวอย่างของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จมีให้เห็นอยู่ทั่วโลก แล้วทำไมเราจะเป็นผู้ประกอบการที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกบ้างไม่ได้ล่ะ?

“หลักแนวคิด Think Big, Act Small มีอยู่ว่า การเริ่มต้นความคิดด้วยการ Think Big เป็นเรื่องที่สำคัญมาก”

ดร. เอ็ดเวิร์ด รูเบช ผู้อำนวยการหลักสูตร ศูนย์ผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม หรือ IDE Center โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย หรือ IDE Center (Innovation-Driven Entrepreneurship Center) ได้ให้ความเห็นในเรื่องนี้

อยากสยายปีกไปสู่ระดับโลกต้อง Think Big แต่ Act Small

ดร.เอ็ดเวิร์ดกล่าวว่า สิ่งที่ถูกเรียกว่า Think Big คือ การมองภาพที่เราต้องการในอนาคต แล้วไปให้ถึงสิ่งนั้นด้วยหลัก 3i ที่ประกอบไปด้วย 1) Innovation ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ผู้ประกอบการต้องมองหาโอกาสในการทำธุรกิจในรูปแบบใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี หรือด้านใดๆ ก็ตาม สร้างแนวความคิดใหม่  และเปลี่ยนแปลงวิธีทำธุรกิจแบบเดิม เนื่องจากสภาพการแข่งขันของโลกนั้นเป็นลักษณะของ Knowledge Economy ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ การบริหารจัดการข้อมูล และการสร้างนวัตกรรมเพื่อให้สามารถอยู่รอดในตลาดได้

2) Impact โดยนำความคิดสร้างสรรค์หรือนวัตกรรมที่ได้มาต่อยอดสร้างผลกระทบเชิงบวก โอกาสใหญ่ๆ มักจะมากับโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ และมีผลกระทบต่อผู้คนในสังคมจำนวนมาก เพราะคนเหล่านั้นคือ ว่าที่ลูกค้าของผู้ประกอบการ ดังนั้นการที่ผู้ประกอบการเล็กๆ จะคิดการใหญ่ให้กับธุรกิจจึงไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน แต่ต้องสร้างคุณค่าให้สังคม สิ่งแวดล้อม และการดำเนินธุรกิจไปอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่การสร้างกำไร แต่ยังต้องสร้างผลเชิงบวกให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งลูกค้า คู่ค้า และพนักงานบริษัท

และ 3) International ยิ่งขยายโอกาสให้ใหญ่ ก็จะยิ่งเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น โลกของเราไร้ซึ่งพรมแดนไปแล้ว ความเป็นสากลจะพาให้นวัตกรรมและผลกระทบของผู้ประกอบการไปถึงผู้คนได้ง่าย ดังนั้นผู้ระกอบการต้องปรับทัศนคติในการบริหารธุรกิจให้มองเห็นทุกสิ่งเป็นโอกาส และสร้างความเป็นไปได้ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคจนถึงระดับโลก หรืออย่างน้อยการก้าวออกจากประเทศไทย ไปสู่ภูมิภาคอาเซียนก็สร้างโอกาสที่จะได้พบกับผู้คนมากถึง 600 ล้านคนทีเดียว

“เมื่อเราคิดใหญ่ โอกาสที่เราจะได้พบกับนักลงทุนก็มีมาก ตัวเลขการลงทุนของเหล่านักลงทุนมีมากกว่า 700 พันล้านเหรียญสหรัฐ นั่นหมายความว่า บนโลกนี้มีเงินลงทุนอยู่มากกว่าจำนวนของผู้ประกอบการเสียอีก”

IDE-3

สำหรับ Act Small ประกอบด้วย 3E  ได้แก่ การเสาะหา (Explore) และทดสอบ (Experiment) ก่อนที่จะปล่อยของ (Execute)

ในส่วนของการ Explore วิธีที่ง่ายที่สุดคือการมองหาว่าคนอื่นทำอะไรและเรียนรู้อะไรจากสิ่งเหล่านั้น เพราะวิธีที่สั้นที่สุดในการเป็นผู้ประกอบการ คือ “เรียนรู้จากผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ หรือแม้กระทั่งผู้ที่ล้มเหลว”  ผู้ประกอบการควรมองหาอะไรบ้าง? อาจจะเป็นสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจ หรือสิ่งที่กดดันเราอยู่ อาจจะเป็นสิ่งที่เราต้องการทำ หรือสิ่งที่เราไม่ต้องการทำ อาจจะเป็นสิ่งที่เราทำได้ดี หรือสิ่งที่เราไม่ถนัด หรือสิ่งที่เราอยากจะทำให้ดียิ่งขึ้น ผู้ประกอบการต้องเสาะหาจากทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว เพื่อนำไปสู่การ Experiment หรือการทดสอบสมมติฐานที่เร็วและมีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด ในทุกการทดสอบคือการเรียนรู้ที่จะหาโอกาส ด้วยวิธีต่างๆ เช่น การถกเถียงอย่างเป็นทางการ การสัมภาษณ์ การสังเกตสถานการณ์ เอาตัวเองไปเข้าร่วมในสถานการณ์นั้นๆ หากเป็นสินค้าต้องมีการทดลองทำสินค้าต้นแบบ กระทั่งการใช้เครื่องมือ Social media ก็เป็นอีกทางในการทดสอบเช่นกัน

ทำไมผู้ประกอบการต้องทดสอบ? เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่าที่เราคิดว่าจะเวิร์คในตลาดจริงแล้วจะเป็นไปอย่างที่เราต้องการหรือไม่ ดังนั้นผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญที่จะทดสอบก่อนที่เริ่มปล่อยของจริง ในช่วง Execute เพราะช่วงนี้คือของจริงที่ต้องมองหาลูกค้าเป้าหมาย จากนั้นก็ต้องหาทางที่จะขยายฐานลูกค้าออกไป โดยผู้ประกอบการสามารถทำได้โดย เจาะจงกลุ่มเป้าหมายแล้วสร้างโอกาสในการขยายกลุ่มต่อไป

IDE-4

ดร.เอ็ดเวิร์ด ยกกรณีศึกษาของผู้ประกอบการในแบบฉบับ Think Big, Act Small อย่าง Tesla ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่มาแรงแซงเจ้าใหญ่ ที่เริ่มต้นจากการผลิต Sport car และตั้งใจที่จะผลิตรถยนต์สำหรับลูกค้ากลุ่มเดิมของตัวเอง แรกเริ่ม Tesla เปิดเพียงร้านเดียว ที่ไม่มีดีลเลอร์ หลายคนมองว่าเป็นจุดอ่อน แต่เจ้าของกลับมองว่านั่นคือโอกาสที่จะทำให้เติบโต และพัฒนารถให้สอดคล้องไปกับความต้องการของลูกค้าได้อย่างชัดเจน จนปัจจุบันกลายเป็นรถที่หลายคนอยากจะครอบครอง หรือการเกิดขึ้นของ Uber ในซานฟรานซิสโก ที่เห็นปัญหาจากการเรียกแท็กซี่มารับแล้วต้องใช้เวลารอถึงครึ่งชั่วโมง ผู้ก่อตั้ง Uber มองเห็นโอกาสในปัญหาเหล่านี้ จึงเป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างคนขับรถยนต์ และผู้โดยสาร ลดระยะเวลาในการรอรถแท็กซี่ลง และสร้างรายได้เพิ่มให้กับคนที่มีรถยนต์ และอยากมีรายได้เสริมจากการขับรถ

แล้วพวกเราจะเริ่มต้นกันจากตรงไหน อย่างที่กล่าวไป วิธีที่สั้นที่สุดที่จะเป็นผู้ประกอบการ คือ “เรียนรู้จากผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ” และยิ่งดีขึ้นไปอีกเมื่อมี ศูนย์ผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย หรือ IDE Center (Innovation-Driven Entrepreneurship Center) ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผู้นำด้านธุรกิจรุ่นใหม่ของประเทศไทยให้เป็นผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม IDE Center จะฝึกฝน พัฒนา และฟูมฟัก ให้เกิดผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม อีกทั้งช่วยให้พวกเขาเติบโตอย่างยั่งยืน

IDE-5

ล่าสุด IDE Center ก็ได้จัด IDE Thailand 2017 ขึ้นเป็นครั้งแรก นำนวัตกรรมทางความคิดจากทั่วทั้งภูมิภาคมาไว้ด้วยกัน โดยรวมเอาการแข่งขันรายการใหญ่ MIT Enterprise Forum Competition และ Global Social Venture Competition ระดับภูมิภาครอบตัดสินไว้ในงานเดียว พร้อมทั้งได้จัด Think Big, Act Small Symposium งานทอล์คที่รวมเหล่านักสร้างสรรค์ผู้ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมตามแบบฉบับ Think Big, Act Small จากทั่วโลกเพื่อมาสร้างแรงบันดาลใจให้กับชาวไทย ไม่ว่าจะเป็น Christopher Janney ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปินร่วมสมัยให้ทุกคนสามารถเข้าถึงศิลปะได้ง่ายๆ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใด สถาปนิกและนักดนตรี ผู้สร้างนวัตกรรมทางดนตรีอย่าง Sonic Forset  ที่จัดแสดงในงานเทศกาลดนตรีที่โด่งดัง อาทิ Bonnaroo, Coachella และ Wireless หรือ Randy Komisar หุ้นส่วน บริษัท Kleiner Perkins Caufield & Byers บริษัท venture capital ที่มีชื่อเสียงใน Silicon Valley ที่เหล่า Startup ทั้งหลายล้วนอยากจะเข้าหา ร่วมด้วย Jimmy Jia ผู้ประกอบการผู้ประสบความสำเร็จที่จะเปลี่ยนมุมมองเรื่องพลังงานของเราเสียใหม่ Jagdish Chaturvediนักพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่ได้ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในแทบประเทศกำลังพัฒนามานักต่อนัก และ Edward Rubeschกับแนวคิด Think Big, Act Small อาจารย์ผู้มุ่งมั่นที่จะสร้างสายพันธุ์ DNA ใหม่แก่ผู้ประกอบการไทย ให้หลุดออกจากขนบความกลัวเดิมๆ โดยใช้นวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อน

“ผมเชื่อว่าคนไทยมีศักยภาพในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ Think Big, Act Small Symposium ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ IDE 2017 Thailand เป็นอีกเวทีหนึ่งที่จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนให้คนไทยที่มีศักยภาพอยู่แล้ว ได้ดึงศักยภาพของตัวเองออกมา เหล่าผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์จากทั่วทุกมุมโลกจะมาร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าชมงานนี้ทุกคนปรับเปลี่ยนตัวเองให้เป็นผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมได้ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์ของพวกเขา” ดร.เอ็ดเวิร์ดกล่าวในตอนท้าย

IDE-7

สำหรับผู้ประกอบการ และผู้อยากประกอบการที่คิดอยากจะติดอาวุธทางไอเดียธุรกิจ ด้วยแนวคิด Think Big, Act Small สามารถร่วมงาน IDE Thailand 2017  ที่จัดขึ้นโดย IDE Center โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกับน้ำดื่มสิงห์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SMEs BANK) และกลุ่มบริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ ในวันที่ 24-25 กุมภาพันธ์ 2560 ระหว่างเวลา 9.00-17.30 น. โรงแรมมิลเลเนียม ฮิลตัน เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมและรับฟังฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย

IDE-6

ลงทะเบียนร่วมงานนี้ได้ที่นี่ ฟรี!
แล้วมาติดอาวุธสู่การเป็นผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ด้วยการสร้างแนวคิดธุรกิจใหม่ ตามแบบฉบับ Think Big, Act Small ด้วยกัน 

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops
เพิ่มเพื่อน

Contributor

User Name: Marketing Oops!

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


three + 6 =

Recent Posts

Facebook