103.58.148.118

Viral update

Ξ Leave a comment

ดราม่าหนัก! แอดมิน คนอะไรเป็นแฟนหมี เลิกกับแฟนแล้ว ลูกเพจเคืองจัดเรียกร้องให้เลิกใช้ ‘หมี’

posted by  8,976 views

bear1

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 14 พฤษภาคม มีโพสต์หนึ่งที่อาจเรียกได้ว่าสร้างความสั่นสะเทือนให้กับเพจหลัก 2 ล้านกว่า เพจดังที่ชื่อว่า “คนอะไรเป็นแฟนหมี” เมื่อจู่ๆ อดีตคนรักของแอดมินเพจดังกล่าว ออกประกาศผ่านพันทิปโซเชียลมีเดียไทยว่า ไม่สามารถติดต่อ “บอมบ์” แอดมินเพจและเจ้าของเพจได้ เพราะหลังจากเลิกกันไปก็ถูกบล็อกทุกช่องทาง ซึ่งตอนนี้ตัวเองก็ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอีกด้วย พร้อมขอความเห็นใจให้รีบมาเคลียร์ปัญหาร่วมกัน

รบกวนติดต่อคุณบอมบ์ “คนอะไรเป็นแฟนหมี”

อึดอัดมานาน ขอระบายอะไรหน่อยนะคะ ดรีมเลิกกับพี่บอมบ์มาได้จะ 6 เดือนแล้ว ก่อนหน้านี้ที่เลิกกันไปที่มีข่าวว่าดรีมเป็นโรคซึมเศร้าดรีมเป็นจริงค่ะ ตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่ ดรีมเลิกกับพี่บอมบ์เพราะดรีมป่วยจนต้องนอนโรงพยาบาลซึ่งพี่เค้าไม่ได้สนใจเราเลย มานอนเฝ้าก็จริง เหมือนความอดทนมันขาดตรงนั้นเลยเลิกกัน หลังเลิกกันดรีมพยายามเป็นเพื่อนที่ดีกับเค้าแต่พอเค้าเจอคนใหม่ เหมือนสิ่งที่ดรีมพยายามมันแย่ลง ดรีมโดนแฟนใหม่พี่เค้าด่าว่าเป็นบ้าเป็นโรคจิต เคยถามดรีมบางมั๊ยดรีมต้องพยายามขนาดไหนเพื่อที่จะมีชีวิตแบบคนปกติ ดรีมต้องเข้าบำบัดในโรงพยาบาลจิตเวช พี่เค้าไม่เคยมาสนใจเลย ทั้งๆที่เค้าก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรากลายเป็นแบบนี้ ช่วยนึกถึงตอนพี่ไม่มีเงิน พี่ยังไม่ดังสิคะ ถ้าเป็นตอนนั้นผู้หญิงสวยๆเค้าจะมาคบพี่มั๊ย ดรีมแค่รู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมเค้ามีเงิน มีความสุข ทั้งๆที่เค้าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ดรีมเป็นแบบ นี้ดรีมแค่ต้องการคุยเพื่อเคลียร์ ตอนนี้พี่บอมบ์บล็อกดรีมทุกทางใครเห็นรบกวนช่วยเตือนเค้าหน่อยนะคะ ที่เค้ามีวันนี้ได้ส่วนนึงก็มาจากดรีม #คนอะไรเป็นแฟนหมี

bear2

พลันที่กระทู้นี้เป็นกระแสมากขึ้นทางเพจ “คนอะไรเป็นแฟนหมี” ก็ได้โพสต์ชี้แจงทันที

สวัสดีครับ ผม บอมบ์ เป็นแอดมินเพจนี้นะครับ
ก่อนอื่นต้องขอโทษแฟนเพจและผู้ติดตามก่อน ที่ไม่ได้บอกเรื่องที่ผมเลิกกับแฟนมาสักพักใหญ่ๆ แล้วคือจริงๆ แล้วผมไม่อยากให้ทุกคนที่อ่านเพจมองว่า หมี และ แฟน เป็นตัวแทนผมกับแฟนแต่อยากให้มองว่า หมี และ แฟน เป็นตัวแทนของคนทั่วไปที่เป็นแฟนกันอย่างที่ผมเคยโพสบอกทุกคนไปแล้วว่า เรื่องที่ผมวาด มาจากหลายๆ คู่ ทั้งเรื่องที่แฟนเพจส่งมา เรื่องที่ผมคิดเอง เรื่องที่เพื่อนเล่าให้ฟัง และเรื่องที่เจอในชีวิตประจำวันบ้างครับ

ส่วนเรื่องของที่แฟนเก่าผมอยากได้ นั่นคือ แมว เราเคยคุยแล้ว ผมยืนยันว่าให้ไม่ได้จริงๆ ครับอยากให้เค้าดูแลรักษาตัวเองให้หายดีก่อน อย่าเอาอะไรไปเป็นภาระเลยนะครับ

bear3

ซึ่งดูเหมือนว่าคำชี้แจงของแอดมินเพจดังกล่าว จะไม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากบรรดาลูกเพจเท่าที่ควร คอมเมนต์ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยข้อความต่อว่า ในทำนองเรียกร้องว่า “ถ้าเปลี่ยนแฟนแล้ว หมี ซึ่งแทนตัวแฟนเก่าก็ไม่ควรใช้คาแรคเตอร์นี้อีกต่อไป” บ้างก็ตำหนิว่าคำพูดชี้แจงบิดเบือนจากที่เคยให้สัมภาษณ์ในหลายๆ สื่อ ทั้งเรื่องแรงบันดาลใจในการเปิดเพจ เรื่องราวต่างๆ ที่เคยเป็นแรงบันดาลใจให้คู่รักหลายๆ คู่ก็ไม่จริง ทำให้ลูกเพจผิดหวัง และหลายคนก็บอกลาเพจนี้ไปเลย หลายเรื่องราวถูกขุดอย่างหนักหน่วงทีเดียว

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของเพจ “คนอะไรเป็นแฟนหมี” ที่มีข่าวของการเลิกรากัน ก่อนหน้านี้ เมื่อสองปีก่อน (ปี 2558) เพจดังกล่าวนี้ก็เคยโพสต์ถึงเรื่องเลิกกับ “น้องหมี” แล้ว ซึ่งสร้างความเสียใจให้กับลูกเพจที่เกาะติดคู่รักนี้มานาน จนทำให้เกิดเสียงเชียร์ให้ปรับความเข้าใจกันให้กลับมารักกันอีกครั้ง และไม่ทันที่จะข้ามวัน เวลาเพียง 8 ชั่วโมง ก็มีข่าวว่าทั้งคู่กลับมาเป็นแฟนกันเหมือนเดิม ซึ่งสร้างความสงสัยไปทั่วว่าตกลงแล้วที่รักกันนั้นเพราะอะไร (อ่านกระทู้เพิ่มเติม)

bear4

(โพสต์ในอดีต เมื่อ 2 ปีก่อน)

เรื่องราวที่เกิดขึ้น เราอาจจะไม่ขอแตะในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างคน 2-3 คน แต่ขอนำเสนอเป็นบทเรียนแก่ Influencers ว่า หากตัดสินใจผูกโยงเรื่องราวส่วนตัวกับสาธารณะ แถมยังมีเรื่องของการพาณิชย์เข้ามามีส่วนเกี่ยวพันด้วยแล้ว คงต้องหาทางบาลานซ์แยกเรื่องราวระหว่างเรื่องส่วนตัวและเรื่องราวในเพจให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับคนรอบข้าง

อีกทั้งหากมีเรื่องของธุรกิจเข้ามาด้วยก็ยิ่งจำเป็นที่จะต้องสร้างความชัดเจนว่า สิ่งที่ทำนั้นแท้จริงแล้วแพสชั่นของคุณคือเรื่องอะไรกันแน่ มิเช่นนั้นทุกสิ่งทุกอย่างจะย้อนกลับมาหาคุณอย่างรวดเร็ว

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

เดินทางสายนักข่าวมากว่าสิบปีก่อนจะมาหลงใหลในงานดิจิตอล แต่งตัวฟรุ้งฟริ้งเคลิบเคลิ้มดนตรีร็อค

User Name: pigabyte

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


3 + = eight

Recent Posts

Facebook

PR News