กลับมาแล้ว! “JOOX ORIGINAL 100 แรงม้า” อัลบั้มใหญ่แห่งปี สานต่อความสำเร็จอัลบั้มฮิตอันดับ 1 ทุกปี


 

ท่ามกลางการแข่งขันของตลาด Music Streaming ที่ไม่ได้วัดกันเพียงจำนวนเพลงหรือจำนวนผู้ใช้งาน JOOX ภายใต้ Tencent Music Entertainment (TME) ผู้นำด้าน Music Entertainment จากประเทศจีน นำหนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญกลับมาเดินหน้าอีกครั้งกับโปรเจกต์ใหญ่แห่งปี “JOOX Original 100 แรงม้า” ต่อยอดความสำเร็จจาก JOOX Original 100×100 Season 1-3 ที่สร้างปรากฏการณ์เพลงฮิตหลักร้อยล้านวิวไว้ทั้ง 3 อัลบั้ม หวังดึงคนเข้าสู่แพลตฟอร์มด้วยคอนเทนต์พิเศษที่ฟังได้ที่ JOOX เท่านั้น พร้อมต่อยอดจากการฟังเพลงไปสู่ประสบการณ์ที่ใกล้ชิดกับศิลปินและ Music Experience มากขึ้น

 

“JOOX ORIGINAL ALBUM 100 แรงม้า” ประกอบด้วย 5 เพลงใหม่จาก 10 ศิลปิน ที่ครอบคลุมกลุ่ม Rock, Country และ Hip-Hop ซึ่งเป็นแนวดนตรีสำคัญของตลาดไทย โดยเลือกนำศิลปินที่มีผลงานและตัวตนแตกต่างกันมาสร้าง Music Collaboration เพื่อเข้าถึงผู้ฟังในหลากหลายกลุ่ม

 

โปรเจกต์นี้รวมศิลปินที่มีผลงานเพลงฮิตระดับ 100 ล้านวิว อาทิ ก้านตอง ทุ่งเงิน, แพร ชนา, FULL, เล็ก รัชเมศฐ์ และ SPRITE ร่วมด้วยศิลปินและครีเอเตอร์รุ่นใหม่ที่มีฐานแฟนเหนียวแน่น ได้แก่ ปลาย กนกพร, เน็ค นฤพล, BOVINI, J JAZZSPER และ บาส Go Went Go โดยทั้ง 10 ศิลปินมีฐานผู้ติดตามรวมทุกแพลตฟอร์มเกือบ 20 ล้าน Followers

 

อย่างไรก็ตาม ความน่าสนใจของ “JOOX ORIGINAL ALBUM 100 แรงม้า” ไม่ได้อยู่เพียงการนำศิลปินต่างแนวมารวมไว้ในอัลบั้มเดียว แต่คือการใช้ Original Content เป็นเครื่องมือขยายฐานผู้ฟังของ JOOX จากกลุ่มเป้าหมาย Gen Z 63% ในปัจจุบัน สู่การเข้าถึง Nationwide Gen Z ทั่วประเทศให้มากขึ้นด้วย Music Experience

เพราะสำหรับ JOOX การเติบโตในตลาดไทยไม่ได้หมายถึงการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการเข้าไปอยู่ในพฤติกรรมการฟังเพลงของผู้คนในแต่ละพื้นที่ และนำเสนอคอนเทนต์ที่มีความเชื่อมโยงกับความสนใจและวัฒนธรรมดนตรีของผู้ฟังในประเทศ

 

ทั้ง 5 เพลงจาก “JOOX ORIGINAL ALBUM 100 แรงม้า” จะทยอยปล่อยตั้งแต่เดือนกันยายนถึงธันวาคมปีนี้ โดยเปิดตัวไปแล้ว 2 เพลง ได้แก่ “อกหักตอนฝนตก” J JAZZSPER x SPRITE และ “เธอไหวฉันก็ไหว” ก้านตอง x เล็ก รัชเมศฐ์ ซึ่งเปิดให้ฟังแบบ Exclusive บน JOOX เท่านั้น พร้อมต่อยอดจากประสบการณ์บนแพลตฟอร์มสู่ประสบการณ์จริง ผ่าน Special Show ของ “100 แรงม้า” ในงาน ม่วนรังสิต Fest และ BIG MOUNTAIN VILLAGE ในเดือนธันวาคม

 

จาก Music Content สู่ Music Experience

JOOX เดินหน้าสู่ Music Experience โดยวาง Concert และ Music Festival เป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญในการเชื่อมโลก Online และ Offline เข้าด้วยกัน โดยตั้งเป้าเข้าถึงผู้ชมจากงาน Concert และ Music Festival มากกว่า 300,000 คนตลอดทั้งปี ครอบคลุมทุกภูมิภาค เพื่อทั้งขยายฐานลูกค้าใหม่และสร้างประสบการณ์ให้กับผู้ใช้งานปัจจุบัน โดยที่ผ่านมา JOOX เข้าร่วมสร้างประสบการณ์ในงานสำคัญ อาทิ Monster Music Fest, GFEST Marathon Concert และ PERSES “UNCENSORED” CONCERT ซึ่งมีผู้ชมรวมกว่า 60,000 คน

 

ขณะเดียวกันยังนำพฤติกรรมการฟังเพลงมาต่อยอดเป็นสิทธิประโยชน์ ผ่าน JOOX VIP ที่ออกแบบให้สมาชิกได้รับมากกว่าการฟังเพลงแบบ Premium โดยสามารถเข้าถึงสิทธิพิเศษทั้งบัตรคอนเสิร์ต การฟังเพลงแบบไม่มีโฆษณาคั่น ระบบเสียง Hi-Fi และการดาวน์โหลดเพลงไว้ฟังแบบ Offline

เมื่อ Music Streaming Platform เริ่มลงสนาม Fandom

อีกหนึ่งพื้นที่ที่ JOOX กำลังให้ความสำคัญคือ Fandom ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่มีความผูกพันกับศิลปินมากกว่าการฟังเพลงเพียงอย่างเดียว JOOX จึงพัฒนา JOOX Starlight Card, JOOX Snap Card ให้เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของ Fan Experience โดยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สะสมการ์ดศิลปินผ่านแพลตฟอร์ม และมีส่วนร่วมกับเพลงผ่านการฟัง Like, Comment, Save และ Share และเมื่อสะสมครบตามเงื่อนไข สามารถนำไปแลกเป็นการ์ดจริงเพื่อเก็บสะสมได้

โดย JOOX เคยทำกับศิลปินระดับโลกอย่าง BIGBANG, BLACKPINK และ กำลังต่อยอดสู่ศิลปินไทยที่มีแฟนคลับแข็งแรง ซึ่งแคมเปญล่าสุดของศิลปินไทย POOH & PAVEL และ LOOKMHEE & SONYA ได้รับการตอบรับจากแฟนคลับอย่างดีมาก สามารถสร้างยอดสะสมของโปรเจกต์ Snap Card สูงสุดในประเทศไทย และช่วยเพิ่มยอดสตรีมของทั้งสองคู่ได้ถึง 16 เท่า ขณะที่กิจกรรม Live Chat ยังสร้างกระแสบน X จนติดอันดับ 10 ในประเทศไทย และอันดับ 37 ของโลก

 

สิ่งที่ JOOX กำลังทดลองจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่ม Feature ใหม่ให้กับ Music Streaming App แต่เป็นการนำ Fandom Economy เข้ามาเชื่อมกับพฤติกรรมการฟังเพลง เพื่อให้ทุกการฟังสามารถต่อยอดไปสู่การมีส่วนร่วมกับศิลปินได้มากขึ้น

 

ตลาดเพลงไทยยังมีโอกาส และ Music Streaming กำลังเปิดเกมใหม่

กลยุทธ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในจังหวะที่ตลาดเพลงไทยยังมีโอกาสเติบโต ตลาด Music Streaming ของไทยมีมูลค่า 6,475 ล้านบาท มีการเติบโตถึง 13.4% ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของตลาดโลกเกือบเท่าตัวที่ 7.7% โดยภายในตลาด Music Streaming ส่วน audio-ads streaming เติบโตสูงถึง 34.8%

 

ในขณะเดียวกัน ตลาด Subscription Music Streaming ของไทยยังเติบโตอย่างแข็งแรงที่ 13.1% และยังมีพื้นที่ให้ขยายตัว โดยข้อมูลจาก MIDiA ซึ่งถูกรายงานโดยสื่อไทย คาดการณ์ว่าจำนวนผู้สมัครสมาชิก Music Streaming แบบ Subscription ของไทยมีโอกาสเติบโตได้ถึง 4 เท่าภายในปี 2030 เมื่อเทียบกับปี 2023

 

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า แม้ตลาด Music Streaming จะเติบโตมาแล้วระยะหนึ่ง แต่การแข่งขันยังมีพื้นที่ให้ผู้เล่นสร้างความแตกต่าง โดยเฉพาะการเปลี่ยนจากการแข่งขันเรื่อง “จำนวนเพลง” ไปสู่การแข่งขันเรื่องคุณค่าของประสบการณ์ที่มอบให้ผู้ฟัง