ขอโทษอย่างไรให้คนจำ! KFC แก้วิกฤตไม่มีไก่ขาย กรณีศึกษา Crisis Communication ของแบรนด์จนคว้ารางวัล Gold Lions


ลองจินตนาการว่า Product หลักที่ทำให้คนรู้จักแบรนด์ กลับเป็นสิ่งที่แบรนด์ “ไม่มีขาย” แบรนด์จะสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างไรในวิกฤตให้ครั้งนี้ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ KFC ในสหราชอาณาจักรเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2018 หลังการเปลี่ยนระบบ Logistics แล้วเกิดปัญหา “ไม่มีไก่” จนร้าน KFC หลายร้อยแห่งต้องปิดให้บริการชั่วคราว

 จากปัญหาหลังบ้านเรื่องนี้กลายเป็น Brand Crisis อย่างรวดเร็ว เพราะข่าว “KFC ไม่มีไก่” กลายเป็นเรื่องใหญ่ทั้งในสื่อและเป็นไวรัลใน Social Media แบบหยุดไม่อยู่

สิ่งที่ KFC ทำในวิกฤตนี้ไม่ใช่การ “ออกมาขอโทษ” เฉยๆ แต่เป็นการสื่อสารที่ได้รับเสียงชื่นชมถึงขั้นได้รับรางวัล Gold Lions รวมถึงยังเป็นบทเรียนให้นักการตลาดในยุคนี้เรียนรู้มาจนถึงทุกวันนี้

เรื่องราวเป็นอย่างไร Marketing Oops! ย้อนสรุปเรื่องราวมาเล่าในโพสต์นี้

Chicken Crisis จุดเริ่มเรื่อง

จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อ KFC ในเวลานั้นจัดสินใจเปลี่ยนระบบการกระจายสินค้าในอังกฤษ ซึ่งส่งจากเดิมไปเป็น DHL และ QSL แต่ระบบการจัดส่งเกิดปัญหาทำให้ “ไก่” ส่งไปไม่ถึงหน้าร้านจำนวนมาก

เวลานั้นมีร้าน KFC ที่ได้รับผลกระทบมากถึง  646 สาขาจากทั้งหมด 900 สาขาทำให้ร้านเหล่านั้นต้องปิดให้บริการชั่วคราวเพราะไม่มี “ไก่ทอด” ขาย

ลองนึกดูว่าเราเป็นร้านขายไก่ทอดแต่ดันไม่มี “ไก่ทอด” ขายจะเจอเสียงบ่นจากลูกค้ามากแค่ไหน ปัญหาครั้งนั้นเลยกลายเป็นวิกฤตที่กระทบกับภาพลักษณ์แบรนด์ KFC มากๆ

ถามว่าปัญหาลุกลามแค่ไหน ก็ต้องบอกว่า #KFCCrisis ขึ้นกระแสบน Twitter อย่างรวดเร็ว นอกจากเสียงบ่น แล้ว KFC ยังกลายเป็นมีมล้อเลียนกระจายไปทั่ว บางคนประกาศว่าจะไปกินคู่แข่งแทน

และถึงขั้นมีประชาชนโทรแจ้งตำรวจเรื่องร้าน KFC ปิด จนตำรวจหลายพื้นที่ต้องออกมาขอว่าอย่าโทรแจ้งเหตุนี้ เพราะไม่ใช่เรื่องของตำรวจ

KFC หยุดโฆษณาทันที

Meghan Farren, CMO ของ KFC UK ในเวลานั้น เครดิตภาพ: The Marketing Society

สิ่งที่ KFC ทำเป็นอย่างแรกก็คือหยุดโฆษณาทันทีและระดมทีม Marketing ไปช่วยแก้ปัญหาให้ธุรกิจตอบปัญหาของลูกค้าให้เร็วที่สุด

Meghan Farren, CMO ของ KFC UK ในเวลานั้น เล่าว่า ตอนวิกฤตรุนแรง Advertising แทบเป็นสิ่งสุดท้ายที่ทีมคิดถึง และสิ่งแรกที่ทำก็คือการหยุด Paid Media ทั้งหมดในทันที

อีกเรื่องก็คือการกระจายทีม Marketing ไปช่วยธุรกิจ ทั้งตอบคำถามสื่อ ดู Social Media และช่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการวิกฤต เพื่อให้ข้อมูลไปถึงลูกค้า Franchisee และพนักงานให้เร็วที่สุด

KFC ยอมรับตรงๆว่าพลาด

จะเห็นเลยว่าท่ามกลางวิกฤตสิ่งที่สื่อสารออกมาก่อนไม่ใช่แถลงแก้ข่าวของ PR แต่เป็นสิ่งที่ KFC ทำ เพื่อแก้ปัญหาต่างหาก

ระหว่างวิกฤต สิ่งที่ KFC พยายามรักษาไม่ใช่ภาพว่าแบรนด์ “ไม่ได้ทำอะไรผิด” แต่เป็น ความน่าเชื่อถือของข้อมูล โดยคุณ Meghan Farren อธิบายภายหลังว่า KFC ไม่มีอะไรต้องปิดบังสิ่งที่ทีมต้องการคือให้คำตอบกับคำถามของผู้คนให้เร็วที่สุด และปรับ Tone ให้เข้ากับอารมณ์ของสาธารณะในเวลานั้น

FCK โฆษณาพลิก Brand Crisis

หลังเหตุการณ์เกิดขึ้น 5 วันสถานการณ์การให้บริการเริ่มดีขึ้น ร้าน KFC จำนวน 700 จาก 900 สาขาเริ่มกลับมาเปิดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม Brand Perception ยังได้รับผลกระทบหนักอยู่

โดยเฉพาะเสียงแง่ลบบน Social Media ยังมีเป็นจำนวนมากทำให้ค่า YouGov Buzz Score ของ KFC ร่วงติดลบจาก -0.9 ถึงระดับ -20.1 ภายในวันเดียว แสดงให้เห็นว่าคนกำลังพูดถึงแบรนด์ในเชิงลบอย่างหนัก

นี่คือจังหวะที่ KFC ปล่อยโฆษณา FCK – WE’RE SORRY ออกมา และ Creative ชิ้นนี้พลิกสถานการณ์ KFC ได้จากหน้ามือเป็นหลังมือ

งานนี้เป็นผลงานของ Agency “Mother London” ที่เสนอ Creative ที่ง่ายมากเป็นภาพถังไก่ KFC ที่แทบว่างเปล่า แต่ตัวอักษร KFC ถูกสลับเป็น FCK เล่นกับคำสบถ “Fuck” เพื่อสื่อความหมายประมาณว่า “เราพลาดจริงๆ” ส่วนด้านล่างเขียน WE’RE SORRY

โฆษณาถูกลงเป็น Full-page Print Ad ในหนังสือพิมพ์ The Sun และ Metro วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2018 และกลายเป็นว่าโฆษณาตัวนี้กลับเวิร์คและพลิก Brand Perception ให้กลับมาได้อีกครั้ง

5 เหตุผล ทำไม FCK-WE’RE SORY ถึงเวิร์ค

CMO ของ KFC ยอมรับว่า ตอนเห็น Idea ครั้งแรกก็ตกใจ เพราะเท่ากับนำชื่อแบรนด์ตัวเองไปเล่นกับคำสบถ แต่เมื่อทดลองให้คนดู ปฏิกิริยาแรกกลับเป็นรอยยิ้ม และทีมเห็นว่า Creative นี้สามารถสร้างทั้ง Attention และ Empathy โดยไม่หลบเลี่ยงคำขอโทษ

และนี่คือ 5 เหตุผลที่งานชิ้นนี้ทำงานได้ดี

  1. ยอมรับผิดก่อนแก้ตัว : งานไม่ได้พยายามบอกว่า KFC เป็นเหยื่อของ Logistics แต่ยอมรับว่าสถานการณ์นี้แย่และลูกค้าได้รับผลกระทบ
  2. พูดภาษาคน ไม่พูดภาษา Corporate : แทนที่จะมี Statement ยาวๆ ตัวอักษรเพียง 3 ตัวบอกความรู้สึกว่า “เราพลาดจริงๆ” ได้ทันที
  3. ยังเป็น Brand Voice ของ KFC : ขอโทษอย่างจริงใจแต่ยังมีความขี้เล่นและ Self-deprecating หรือเล่นมุกกับตัวเอง ซึ่งเข้ากับ Personality ของแบรนด์
  4. ใช้ Humor ใน Crisis ที่เหมาะกับ Humor : เรื่องนี้สร้างความไม่สะดวกและความผิดหวัง แต่ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกี่ยวกับการเสียชีวิตหรือความปลอดภัยรุนแรง จึงเปิดพื้นที่ให้ใช้มุกได้
  5. Timing ถูกต้อง : FCK ไม่ได้ออกมาตอนที่แบรนด์ยังเอาแต่เล่นมุกโดยไม่แก้ปัญหา แต่เกิดหลังจาก KFC เริ่มจัดการสถานการณ์และร้านจำนวนมากกลับมาเปิดแล้ว

ความฉลาดของ FCK จึงไม่ได้อยู่ที่การกล้าใช้คำแรง แต่อยู่ที่รู้ว่า “เมื่อไร พูดอะไร และพูดด้วยน้ำเสียงแบบไหน” ต่างหาก

ไม่ใช่แค่ไวรัล แต่คว้า Gold Lions

ผลงาน KFC FCK ได้รับ Gold Lion ใน Print & Publishing และได้ Gold Lions ในสาย PR รวมถึงหมวด Crisis Communications & Issue Management ที่ Cannes Lions 2018

Marketing Week ยังรายงานจาก YouGov BrandIndex ว่า ช่วงหนักที่สุดของวิกฤต Index Score ของ KFC ลดลงถึง -10.6 ก่อนจะฟื้นตัวอย่างมากในช่วงหลัง ขณะที่ Impression Score และ Purchase Consideration ก็ดีขึ้น และยอด System Sales ใน UK ที่ลดลงในสองไตรมาสแรกกลับมาเติบโตในไตรมาส 3

เรียกได้ว่า FCK Ad เป็นส่วนสำคัญที่ฟื้น Brand Perception ให้พลิกจากวิกฤตขึ้นมาได้ นอกเหนือไปจากการแก้ Operation และ Supply Chain ของ KFC เอง

บทเรียน Crisis Communication

จากกรณีของ KFC ทำให้เราได้บทเรียนเรื่องการสื่อสารในภาวะวิกฤตไม่ว่าจะเป็น การแก้ปัญหาก่อนแก้ภาพลักษณ์ การบอกให้ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น รู้หรือไม่รู้อะไรและกำลังทำอะไรอยู่

การออกมาขอโทษให้ฟังเหมือนมนุษย์พูดกับมนุษย์ การใช้ “อารมณ์ขัน” อย่างถูกกาละเทศะ และคำขอโทษเหล่านั้นจะมีน้ำหนักก็ต่อเมื่อเบื้องหลังมีการแก้ปัญหาจริง สุดท้ายการสื่อสารในภาวะวิกฤตไม่ได้มีเป้าหมายในการสร้าง “ไวรัล” แบบ KFC แต่ต้องเป็นการทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเห็นว่า “เกิดอะไรขึ้น” และสื่อสารอย่างจริงใจต่างหาก