
วอชิงตัน โพสต์ (The Washington Post) สื่อยักษ์ใหญ่ระดับโลกของสหรัฐฯ ประกาศมาตรการปรับลดพนักงานครั้งใหญ่ถึง 1 ใน 3 ของจำนวนบุคลากรทั้งหมด พร้อมปรับลดขอบเขตการนำเสนอข่าว โดยเฉพาะในส่วนของข่าวต่างประเทศ ข่าวท้องถิ่น และข่าวกีฬา ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญภายใต้การบริหารของ เจฟฟ์ เบโซส์ (Jeff Bezos) ผู้ก่อตั้ง Amazon
เหตุผลเชิงกลยุทธ์: ปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในยุค AI
แมตต์ เมอร์เรย์ (Matt Murray) บรรณาธิการบริหาร ระบุในบันทึกถึงพนักงานว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้องค์กรเกิด “เสถียรภาพ” โดยให้เหตุผลสำคัญดังนี้
ยอดผู้เข้าชม (Traffic) ลดลงอย่างมาก: ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ยอดการเข้าถึงเว็บไซต์ลดลงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการขยายตัวของเทคโนโลยี AI
โมเดลธุรกิจล้าสมัย เมอร์เรย์ยอมรับว่าแนวทางการทำข่าวแบบเดิมเริ่มไม่ตอบโจทย์ และมักเป็นการนำเสนอจากมุมมองเพียงด้านเดียวเพื่อตอบสนองกลุ่มผู้อ่านวงแคบ
ความจำเป็นในการปฏิรูป:เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้ องค์กรจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านสู่โมเดลธุรกิจและรูปแบบการนำเสนอข่าวที่ทันสมัยกว่าเดิม
เสียงสะท้อนจากคนในและอดีตผู้นำ
การเลย์ออฟครั้งนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากพนักงานและอดีตผู้บริหาร โดย อดีตบรรณาธิการบริหาร มาร์ตี บารอน ระบุว่านี่คือ “วันอันมืดมนที่สุด” ในประวัติศาสตร์ของหนังสือพิมพ์ และตั้งข้อสังเกตว่าจิตวิญญาณในการปกป้องเสรีภาพสื่อของเบโซส์ดูจะถดถอยลงไป
นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อทีมข่าว ข้อมูลระบุว่าทีมข่าวตะวันออกกลางถูกเลิกจ้างเกือบทั้งหมด รวมถึงผู้สื่อข่าวในพื้นที่สงครามอย่างยูเครน และทีมข่าวท้องถิ่นในเขตวอชิงตัน ดี.ซี. ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน
ขณะที่ สหภาพแรงงาน (The Post Guild) เตือนว่าการลดพนักงานจะยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นของผู้อ่านลดลง และส่งผลเสียต่อภารกิจหลักของหนังสือพิมพ์ในระยะยาว
ความท้าทายที่แตกต่างจากคู่แข่ง
สถานการณ์ของ The Washington Post สวนทางกับคู่แข่งอย่าง The New York Times ที่เพิ่งรายงานว่ามียอดสมาชิกดิจิทัลเพิ่มขึ้นถึง 450,000 รายในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 โดยวิกฤตศรัทธาของ The Post เริ่มรุนแรงขึ้นตั้งแต่เหตุการณ์ที่เจ้าของอย่างเบโซส์ ตัดสินใจงดประกาศรับรองผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2024 ซึ่งขัดต่อธรรมเนียมปฏิบัติที่ทำมานานหลายทศวรรษ จนเป็นเหตุให้สูญเสียฐานสมาชิกไปเป็นจำนวนมาก
การเปรียบเทียบผลประกอบการและสถานะธุรกิจ (ช่วงปี 2025)
- The Washington Post (วอชิงตัน โพสต์):
- สถานะบุคลากร: ประกาศเลิกจ้างพนักงานครั้งใหญ่ถึง 1 ใน 3 (33%) เพื่อปรับโครงสร้างองค์กรและลดต้นทุน
- แนวโน้มผู้เข้าชม: ยอด Traffic ออนไลน์ลดลงอย่างต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ท่ามกลางความท้าทายจากเทคโนโลยี AI
- ฐานสมาชิก: สูญเสียสมาชิกจำนวนมหาศาล (หลักหลายหมื่นราย) ในระยะเวลาอันสั้น หลังการตัดสินใจไม่รับรองผู้สมัครประธานาธิบดีสหรัฐฯ
- ทิศทางธุรกิจ: กำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตทางการเงิน และอยู่ในช่วงดิ้นรนเพื่อเปลี่ยนผ่านโมเดลธุรกิจให้ทันยุคสมัย
- The New York Times (เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์):
- สถานะการเติบโต: ผลประกอบการและฐานสมาชิกเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สวนทางกับสภาวะถดถอยของคู่แข่ง
- ฐานสมาชิกดิจิทัล: ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยรายงานการเพิ่มขึ้นของสมาชิกดิจิทัลถึง 450,000 ราย เฉพาะในไตรมาสสุดท้ายของปี 2025
- โมเดลธุรกิจ: มีความมั่นคงสูงในระบบการสมัครสมาชิก (Subscription) และสามารถปรับตัวเข้ากับยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วิกฤตของ The Washington Post สะท้อนให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมสื่อดั้งเดิมที่กำลังเผชิญกับ “มรสุมสองทาง” ทั้งจากเทคโนโลยีและธรรมาภิบาลในองค์กร โดยในแง่ธุรกิจ การถูกดิสรัปชั่นโดย AI และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทำให้โมเดลรายได้แบบเก่าไม่สามารถพยุงโครงสร้างต้นทุนขนาดใหญ่ได้อีกต่อไป แต่สิ่งที่ซ้ำเติมให้สถานการณ์วิกฤตกว่าคือ “วิกฤตศรัทธา” ที่เกิดจากการแทรกแซงแนวทางบรรณาธิการโดยเจ้าของทุน ซึ่งทำลายจุดแข็งด้านความน่าเชื่อถือจนนำไปสู่การยกเลิกสมาชิกขนานใหญ่ กรณีนี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญว่าในยุคดิจิทัล ความอยู่รอดของสื่อไม่ได้ขึ้นอยู่กับการปรับตัวทางเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับการรักษา “ความเป็นอิสระทางวิชาชีพ” ซึ่งเป็นมูลค่าหลักที่ผู้อ่านยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อความอีกด้วย.
Source:
- https://www.bbc.com/news/articles/cwyn05d1494o
- https://www.reuters.com/business/retail-consumer/washington-post-lay-off-hundreds-journalists-nyt-reports-2026-02-04/
