หุ้น Ferrari ร่วง หลังเปิดตัว Ferrari Luce รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบคันแรก ออกแบบโดย Jony Ive อดีตดีไซน์เนอร์คนดังของ Apple  

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

 

หุ้นของ Ferrari ร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันอังคาร หลังบริษัทเปิดตัว Ferrari Luce รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นแรกของแบรนด์ ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญครั้งใหญ่ของค่ายม้าลำพองจากอิตาลี

Ferrari เปิดตัวรถรุ่นนี้ที่กรุงโรม โดยตั้งชื่อว่า Luce ซึ่งแปลว่า “แสงสว่าง” ในภาษาอิตาลี บริษัทอธิบายว่าชื่อนี้สื่อถึง “ความชัดเจนและทิศทาง” ของแบรนด์ในยุคใหม่

 

แต่การเปิดตัวครั้งนี้กลับกลายเป็นประเด็นร้อนทันที เพราะ Luce มีดีไซน์ที่แตกต่างจากภาพจำของ Ferrari อย่างชัดเจน และเกิดขึ้นในช่วงที่แบรนด์รถหรูรายอื่น เช่น Porsche และ Lamborghini เริ่มชะลอหรือปรับลดแผนรถ EV ของตัวเอง เนื่องจากดีมานด์รถไฟฟ้าระดับหรูไม่ได้ร้อนแรงอย่างที่เคยคาดไว้

หลังเปิดตัว หุ้น Ferrari ในตลาดมิลานร่วงประมาณ 8% ขณะที่หุ้นที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ลดลง 5.3% และหากมองย้อนหลัง 12 เดือน หุ้น Ferrari ในมิลานปรับตัวลงไปแล้วมากกว่า 32%

 

 

Benedetto Vigna ซีอีโอของ Ferrari บอกกับ CNBC ว่าวันเปิดตัว Luce เป็น “วันที่สำคัญมาก ๆ” สำหรับบริษัท เพราะเป็นการเปิด “บทใหม่” ในประวัติศาสตร์ของ Ferrari

เมื่อถูกถามว่า Ferrari จะสามารถตอบโจทย์ทั้งลูกค้าเดิมและลูกค้ากลุ่มใหม่ได้หรือไม่ Vigna ตอบว่า เมื่อบริษัททำเทคโนโลยีใหม่ สิ่งสำคัญที่สุดคือคำว่า respect หรือ “ความเคารพ”

เขาอธิบายว่า Ferrari ต้องเคารพเทคโนโลยีใหม่ เพราะเมื่อมีเทคโนโลยีใหม่ ดีไซน์ก็ต้องแสดงตัวตนของเทคโนโลยีนั้นออกมาอย่างเหมาะสม ดังนั้นดีไซน์จึงจำเป็นต้องแตกต่าง

Vigna ยังบอกด้วยว่า Ferrari เคารพความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า เขาเชื่อว่าลูกค้าปัจจุบันของแบรนด์จะสนใจ Luce และในขณะเดียวกัน รถไฟฟ้ารุ่นนี้จะช่วยดึงลูกค้ากลุ่มใหม่เข้ามาหา Ferrari

Luce ยังเป็น Ferrari รุ่นแรกที่มี 5 ที่นั่ง สามารถทำความเร็ว 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ในเวลาประมาณ 2.5 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ราว 192 ไมล์ต่อชั่วโมง

ราคาของ Luce อยู่ที่ประมาณ 550,000 ยูโร หรือราว 640,000 ดอลลาร์สหรัฐ และมีกำหนดเริ่มส่งมอบให้ลูกค้าในไตรมาส 4 ของปีนี้

Ferrari ระบุว่าบริษัทเลือกพัฒนาและผลิตชิ้นส่วนทั้งหมดเองที่เมือง Maranello ส่วนงานดีไซน์มอบหมายให้ LoveFrom บริษัทออกแบบที่ก่อตั้งโดย Jony Ive อดีตหัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Apple

ทำไมหุ้นถึงร่วง?

นักวิเคราะห์มองว่าการร่วงของหุ้น Ferrari มาจากสองปัจจัยหลัก หนึ่งคือกระแส “design hate” หรือแรงต้านเรื่องดีไซน์ และอีกส่วนคืออาการแบบตลาดการเงินที่เรียกว่า “ซื้อก่อนข่าวจริง ขายเมื่อข่าวออก” เพราะราคาหุ้น Ferrari ปรับขึ้นมาพอสมควรก่อนวันเปิดตัว

Michael Field หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์หุ้นจาก Morningstar ให้ความเห็นว่า แฟน Ferrari จำนวนมากผิดหวังที่แบรนด์หันไปจับรถ EV เพราะมองว่าสิ่งนี้ทำให้ภาพลักษณ์ซูเปอร์คาร์ของ Ferrari ถูกเจือจางลง ทั้งที่แบรนด์สร้างตัวตนมาจากดีไซน์คลาสสิกและพลังดิบของเครื่องยนต์สันดาป

ในมุมของนักลงทุน Field ระบุว่า นักลงทุนจำนวนไม่น้อยกังวลอยู่แล้วกับการพัฒนารถ EV เพราะต้นทุนวิจัยและพัฒนาสูงมาก กดดันให้แบรนด์ต้องขายรุ่นนี้ให้ได้มากพอเพื่อชดเชยต้นทุน และอาจกระทบผลตอบแทนจากการลงทุนของบริษัท

กระแสวิจารณ์ไม่ได้มาจากแฟนรถทั่วไปเท่านั้น อดีตประธาน Ferrari อย่าง Luca di Montezemolo ซึ่งเคยมีบทบาทสำคัญในบริษัทมาหลายทศวรรษจนถึงปี 2014 ให้สัมภาษณ์กับสื่ออิตาลีว่า รถคันนี้เป็นความอับอายต่อประวัติศาสตร์ของบริษัท

เขายังพูดถึงขนาดที่ว่า “ผมหวังว่าพวกเขาจะถอดโลโก้ม้าลำพองออกจากรถคันนั้น”

 

อย่างไรก็ตาม Ferrari ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อคำพูดของ Montezemolo โดยปัจจุบัน Montezemolo เป็นกรรมการของ McLaren Group Holdings Limited ซึ่งเป็นคู่แข่งในตลาดรถสปอร์ต และ McLaren เองก็ยังให้ความสำคัญกับเครื่องยนต์ไฮบริด รวมถึงแข่งขันกับ Ferrari ใน Formula 1

 

นอกจากนี้ Matteo Salvini รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคมนาคมของอิตาลี ก็ออกมาวิจารณ์ Luce ผ่าน X ว่าเป็นรถไฟฟ้าที่แพงมากถึง 550,000 ยูโร และในแง่ดีไซน์ “หน้าตาของมันบอกทุกอย่างอยู่แล้ว” พร้อมตั้งคำถามว่านี่คือ “นวัตกรรม” จริงหรือ และ Enzo Ferrari ผู้ก่อตั้งแบรนด์จะคิดอย่างไรหากได้เห็นรถคันนี้

Anthony Dick นักวิเคราะห์ยานยนต์จาก Oddo BHF ระบุว่า ปฏิกิริยาของราคาหุ้นครั้งนี้เป็น “การตอบสนองที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเห็นต่อดีไซน์รถยนต์” และสรุปสั้น ๆ ว่า “ตลาดพูดแล้ว” (Anthony Dick, an auto analyst at Oddo BHF, said the stock price response is “by far the sharpest reaction we’ve seen for a car design — the market has spoken.” (อ้างอิง https://www.cnbc.com/2026/05/26/ferrari-stock-shares-luce-electric-vehicle-ev-launch.html)

เขามองว่าความเสี่ยงสำคัญหาก Luce ล้มเหลว คือผลกระทบต่อ brand equity หรือคุณค่าของแบรนด์ เพราะ Luce ถือเป็นการเบี่ยงออกจากแก่นของ Ferrari มากที่สุดครั้งหนึ่ง และถ้ารถขายไม่ดีจริง ก็อาจกระทบกำไรของบริษัทด้วย

 

ด้าน Vigna ยืนยันว่า Luce จะยังมอบ “ความรู้สึกแบบ Ferrari” ให้กับผู้ขับ เพียงแต่เสียงของรถจะเป็นเสียงที่เชื่อมโยงกับเครื่องยนต์ไฟฟ้า เพราะเครื่องยนต์แต่ละแบบก็มีเสียงของตัวเอง

เขาบอกว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ “อารมณ์” ที่รถส่งมอบให้คนขับ

ทำไมคนถึงเสียงแตกกับดีไซน์ Ferrari Luce

ประเด็นของ Luce ไม่ใช่แค่ “รถสวยหรือไม่สวย” แต่เป็นคำถามใหญ่กว่า คือ Ferrari ยังเป็น Ferrari ได้ไหม ถ้าไม่มีเครื่องยนต์สันดาป เสียงคำราม และทรงซูเปอร์คาร์แบบเดิม

 

 # ฝั่งที่ไม่ชอบ: รู้สึกว่า Luce ไม่เหมือน Ferrari

แฟน Ferrari ดั้งเดิมจำนวนมากผูกแบรนด์นี้ไว้กับ 3 สิ่ง คือ เครื่องยนต์ เสียง และสัดส่วนรถสปอร์ต พอ Luce กลายเป็นรถไฟฟ้า 5 ที่นั่ง ดีไซน์มีความเรียบ มินิมอล และใช้งานได้จริงมากขึ้น คนกลุ่มนี้จึงรู้สึกว่าแบรนด์กำลังทิ้ง DNA ของตัวเอง

Reuters รายงานว่ากระแสตอบรับในโซเชียลมีเดียค่อนข้างเย็นชา และอดีตผู้บริหาร Ferrari อย่าง Montezemolo ถึงขั้นมองว่านี่เป็นการทรยศต่อมรดกของแบรนด์ ส่วน The Guardian ระบุว่าดีไซน์แบบมินิมอลและตัวถังแนว saloon/four-door ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่ารถคันนี้ยังอยู่ในภาพจำของ Ferrari หรือไม่

พูดให้ตรงคือ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “EV” อย่างเดียว แต่อยู่ที่ EV + 5 ที่นั่ง + ดีไซน์เรียบ + ราคาแรงมาก เมื่อรวมกันแล้วมันกระทบความเชื่อเดิมของแฟนแบรนด์ว่า Ferrari ควรเป็นของดิบ เร้าใจ และไม่ประนีประนอมกับความ practical มากเกินไป

# ฝั่งที่ชอบ: มองว่านี่คือ Ferrari สำหรับคนรุ่นใหม่

อีกฝั่งหนึ่งมองว่า Luce คือความกล้าของ Ferrari ที่ไม่ยอมทำรถไฟฟ้าให้ “ดูเหมือน Ferrari รุ่นเก่าที่แค่เปลี่ยนเครื่องยนต์” แต่พยายามสร้างภาษาใหม่ของแบรนด์

Ferrari เองระบุว่า Luce ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว แบตเตอรี่ 122 kWh ทำกำลัง 1,050 cv เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 310 กม./ชม. และวิ่งได้ 530 กม. ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ซึ่งแปลว่าในเชิง performance มันยังพยายามรักษาคำว่า Ferrari ไว้เต็มที่

นอกจากนี้ Ferrari ยังพัฒนา Luce ให้เป็นรถไฟฟ้าที่ไม่ได้พึ่งแค่ความล้ำแบบจอดนิ่ง ๆ แต่พยายามรักษา emotional driving ผ่านเสียงจากระบบไฟฟ้าและการตอบสนองของรถ โดย Reuters รายงานว่า Ferrari ต้องการเจาะกลุ่มลูกค้าร่ำรวยรุ่นใหม่ กลุ่ม tech-savvy รวมถึงตลาดที่เปิดรับ EV สูงอย่างจีนและ Silicon Valley

นี่คือเหตุผลที่บางคนมองว่า Luce อาจเป็น “iPhone moment” ของ Ferrari ก็ได้ คือช่วงที่คนดั้งเดิมไม่เข้าใจในวันแรก แต่ถ้ามันสร้างพฤติกรรมใหม่ได้จริง ภาพจำของแบรนด์อาจขยายออกไป

ดีไซน์ของ Jony Ive คือดาบสองคม

การให้ LoveFrom ของ Jony Ive มาช่วยออกแบบ ทำให้ Luce ถูกจับตามากกว่ารถ Ferrari ปกติ เพราะ Ive เป็นคนที่มีลายเซ็นชัดมากจากยุค Apple คือเรียบ สะอาด ลดทอน และเน้นประสบการณ์ผู้ใช้

ฝั่งที่ชอบจึงรู้สึกว่านี่คือการพา Ferrari เข้าสู่ยุคใหม่อย่างมีรสนิยม แต่ฝั่งที่ไม่ชอบมองว่าความ “เรียบ” แบบ Apple อาจไม่เข้ากับแบรนด์ที่ควรมีความร้อนแรง ดิบ และ theatrical มากกว่า

ในมุมแบรนด์ นี่คือโจทย์ยากมาก เพราะ Ferrari ไม่ได้ขายแค่รถ แต่ขาย พิธีกรรม ความฝัน เสียง กลิ่น ความกลัวเล็ก ๆ เวลากดคันเร่ง และสถานะทางอารมณ์ ดังนั้นเมื่อลดความดิบลง แม้จะได้ความล้ำขึ้น ก็มีคนรู้สึกว่าบางอย่างหายไป

ราคาแพงทำให้คนคาดหวัง “ความเป็นตำนาน” ไม่ใช่แค่ความใหม่

ราคา 550,000 ยูโรทำให้ Luce ไม่ได้ถูกตัดสินแบบรถ EV ทั่วไป แต่มันถูกตัดสินในฐานะวัตถุระดับ collectible luxury

ถ้ารถราคานี้ดู “แปลกแต่ทรงพลัง” คนอาจยอมรับได้ แต่ถ้าคนจำนวนหนึ่งรู้สึกว่ามันดูคล้ายรถ EV ทั่วไป หรือไม่ dramatic พอสำหรับ Ferrari แรงต้านจะยิ่งรุนแรง เพราะราคานี้คนไม่ได้ซื้อแค่สมรรถนะ แต่ซื้อ ความรู้สึกว่าได้ครอบครองสิ่งที่ไม่มีใครเหมือน

The Wall Street Journal รายงานว่ากระแสวิจารณ์จำนวนมากพุ่งไปที่รูปลักษณ์และราคาที่สูงมาก รวมถึงการเปรียบเทียบกับรถ EV ราคาถูกกว่า ซึ่งสะท้อนว่าในตลาด luxury design ถ้าภาพแรกไม่ชนะ ราคาจะแปลงจาก “สัญลักษณ์ความพิเศษ” กลายเป็น “เป้าของการล้อเลียน” ได้เร็วมาก

นักลงทุนไม่ได้กลัวแค่ดีไซน์ แต่กลัว brand dilution

หุ้นที่ร่วงไม่ใช่แค่เพราะคนด่ารถบนโซเชียล แต่เพราะนักลงทุนกังวลว่า Ferrari อาจกำลังเดินเข้าไปในพื้นที่ที่แบรนด์หรูหลายรายเจ็บมาแล้ว นั่นคือการทำ EV ในตลาดที่ต้นทุนสูง ดีมานด์ไม่แน่นอน และการแข่งขันด้านเทคโนโลยีรุนแรง

Ferrari เคยตั้งเป้าว่าภายในปี 2030 ไลน์อัปจะมีรถไฟฟ้า 40% แต่แผนล่าสุดปรับเป็น 40% เครื่องยนต์สันดาป 40% ไฮบริด และ 20% ไฟฟ้า สะท้อนว่าแบรนด์เองก็ระวังมากขึ้นกับจังหวะ EV

ดังนั้น Luce จึงไม่ใช่แค่ launch รถใหม่ แต่เป็นการทดสอบว่า Ferrari จะขยายตัวตนไปสู่ยุคไฟฟ้าได้โดยไม่เสียมนตร์ขลังหรือไม่

 

แหล่งอ้างอิง

  • CNBC: https://www.cnbc.com/2026/05/26/ferrari-stock-shares-luce-electric-vehicle-ev-launch.html
  • Reuters: https://www.reuters.com/business/autos-transportation/critics-give-ferrari-luce-ev-cool-response-shares-fall-2026-05-26/?utm_source=chatgpt.com
  • Reuters: https://www.reuters.com/business/autos-transportation/ferrari-bets-generational-tech-shift-with-luce-five-seat-ev-2026-05-25/?utm_source=chatgpt.com
  • Ferrari official specs: https://www.ferrari.com/en-EN/magazine/articles/ferrari-luce-unveiled?utm_source=chatgpt.com
  • Ferrari Capital Markets Day 2030 strategy: https://www.ferrari.com/en-EN/corporate/articles/ferrari-capital-markets-day-2030-strategic-plan?utm_source=chatgpt.com
  • The Guardian: https://www.theguardian.com/business/2026/may/26/ferrari-luce-ev-jony-ive-design-sports-car?utm_source=chatgpt.com
  • Wall Street Journal: https://www.wsj.com/business/autos/launch-of-ferraris-640-000-ev-erupts-into-a-storm-about-its-looks-ab3fe91c?utm_source=chatgpt.com

 


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
pigabyte
การเรียนรู้ไม่มีวันจบสิ้น มาเรียนรู้และสนุกไปกับบทความ จาก MarketingOops! กันนะคะ แล้วเราจะได้ค้นพบว่าโลกของ Marketing นั้น So Sexy and Cool!