เจาะกลยุทธ์ GSO ปรับตัวอย่างไรให้ AI เลือกแบรนด์ไปตอบลูกค้า

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

 

พฤติกรรมการค้นหาข้อมูลของผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อ AI เข้ามามีบทบาท ฟีเจอร์อย่าง AI Overviews (AIO) จะทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลจากหลากหลายแหล่ง แล้วนำมาสรุปให้ผู้ใช้งานอ่านแบบครบจบในที่เดียว สิ่งที่ตามมาคือ ผู้บริโภคถึง 60% เมื่อได้อ่านข้อมูลสรุปจาก AI แล้ว ไม่คลิกเข้าไปอ่านในลิงก์แบบออร์แกนิก แถมยังเชื่อคำตอบที่ได้ทันทีโดยไม่ Explore ต่อ

เมื่อการคลิกลิงก์ต้นทางลดลง และลูกค้ามีโอกาสรู้จักแบรนด์เมื่อ AI แนะนำเท่านั้น ในเซสชัน Found. Not Searched. จากงาน FOCAL 2026 จึงชวนมารู้จักกับ GSO กลยุทธ์การปรับตัวให้ AI เชื่อ และเลือกแบรนด์ไปตอบลูกค้า โดยทำคู่กับเสาหลักเดิมอย่าง SEO และ SEM

 

SEM ด่านสำคัญในการจับ Intent

 

ในขณะที่พื้นที่ออร์แกนิกถูก AI เข้ามาแทรก การทำโฆษณาผ่าน Search Engine Marketing (SEM) ยังคงสำคัญ โดยหน้าที่หลักของ SEM ในยุคนี้คือการจับความตั้งใจค้นหาของผู้บริโภค ช่วยให้แบรนด์รักษาพื้นที่ของตนเองไว้ได้ และป้องกันไม่ให้คู่แข่งเข้ามาแย่งชิงความสนใจไปในจังหวะที่ผู้บริโภคมีความต้องการชัดเจน

 

SEO สร้าง Trust ให้ทั้งคน และ AI

 

การทำ Search Engine Optimization (SEO) เปลี่ยนบทบาทไป สู่การเป็นรากฐานข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน เพื่อให้ AI สามารถดึงข้อมูลไปใช้ได้อย่างถูกต้อง และทำให้มั่นใจว่าเว็บไซต์คือแหล่งอ้างอิงที่มีคุณภาพ

 

GSO การ Optimize เพื่อ AI โดยเฉพาะ

 

เสาหลักที่สามที่เพิ่มเข้ามาคือ Generative Search Optimization (GSO) ซึ่งเป็นการทำ Optimization เพื่อมุ่งเน้นที่ตัว AI โดยเฉพาะ

 

ทำไมต้องทำ GSO? 

 

อย่างที่รู้กันว่า AI สามารถปรับเปลี่ยนตัวเองได้ตลอด คำตอบที่ได้อาจเปลี่ยนแปลงไป แม้จะถามด้วย Prompt เดิม ขึ้นอยู่กับแหล่งข้อมูลที่ไปดึงมา ถ้าแบรนด์ไม่ปรับตัวตามอย่างต่อเนื่อง ก็จะเสียโอกาสในการเป็นผู้ถูกเลือกไปสู่มือลูกค้า 

 

GSO ทำอย่างไร? 

 

– ตรวจสอบตัวเองก่อน: เริ่มแรกสุดต้องเช็กก่อนว่า AI รู้จักแบรนด์เราไหม เวลาคนถาม AI ตอบถึงเราในแง่ดีหรือแย่ และดึงข้อมูลมาจากไหน

– เน้นพื้นที่รีวิว: AI มักจะชอบดึงข้อมูลจากแพลตฟอร์มโซเชียล หรือเว็บที่มีผู้ใช้งานจริงเข้าไปรีวิวและพูดคุยกันเยอะๆ แบรนด์จึงต้องเข้าไปดูแลเนื้อหา หรือนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องในพื้นที่เหล่านั้น เพื่อให้ AI หยิบข้อมูลในมุมที่แบรนด์ต้องการไปสรุปต่อ

– วางกลยุทธ์ควบคู่: วางแผนประสานงานกับ SEM และ SEO เพื่อดักทางผู้บริโภคในทุกๆ ช่องทาง

– มอนิเตอร์และปรับตัวให้ไว: เพราะระบบของ AI มีความยืดหยุ่นและเปลี่ยนแปลงคำตอบอยู่ตลอดเวลา แบรนด์จึงต้องหาเครื่องมือ หรือพาร์ทเนอร์ เข้ามาช่วยจับตาดูความเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ

 

GSO วัดผลอย่างไร?

 

– Visibility: การวัดความพร้อมว่า เมื่อผู้บริโภคพิมพ์คำค้นหาแบรนด์ของเราปรากฏในผลลัพธ์ของ AI หรือไม่

– Share of Voice: การวัดว่าเมื่อ AI ตอบคำถาม แบรนด์มีสัดส่วนแค่ไหนเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

– Sentiment: การตรวจสอบว่าคำตอบที่ AI สร้างขึ้นเกี่ยวกับแบรนด์นั้น เป็นไปในทิศทางบวกหรือลบ

– Mention: การดูว่าแบรนด์ถูกกล่าวถึงหรือไม่ เมื่อผู้บริโภคใช้คำถามแบบกว้างๆ เช่น แนะนำโทรศัพท์ราคาไม่เกิน 20,000 บาท

– Source: การตรวจสอบว่า AI ไปดึงแหล่งข้อมูล มาจากที่ใด เพื่อให้แบรนด์สามารถเข้าไปจัดการเนื้อหาในแหล่งนั้นๆ ให้ถูกต้องได้

 

สรุปจาก FOCAL 2026

เซสชัน: Found. Not Searched.

Mapping Human Intent in a Post-Search World

โดย: 

– Napadol Wongkhaluang, WPP Media Thailand


  •  
  •  
  •  
  •  
  •