[ข่าวประชาสัมพันธ์]


ยกขบวนศิลปินไทย–จีน ปลุกพลังความสนุก พร้อมโชว์พิเศษที่พาความสร้างสรรค์ไทยสู่เวทีระดับนานาชาติ

ตลอด 2 วันของ Very Thai Music Festival 2026 เวทีถูกเติมเต็มด้วยไลน์อัปศิลปินไทยและจีนรวม 16 กลุ่ม ที่มาร่วมสร้างสีสันและความสนุกผ่านหลากหลายแนวดนตรี ตั้งแต่ศิลปินระดับโลก ตัวแทน T-Pop และฮิปฮอป ไปจนถึงดาวรุ่งและคาแรกเตอร์ไทยที่ครองใจผู้ชมจีน นำโดย แบมแบม–กันต์พิมุกต์ ศิลปินไทยที่สร้างชื่อในระดับโลกมีฐานแฟนคลับในหลายประเทศ และแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ “เรดบูล” ในประเทศไทย และอีกไฮไลต์สำคัญคือการกลับมาเยือนเวทีเป็นครั้งที่ 2 ของ กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่, 4EVE และ NexT1DE โดย กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่มาพร้อมโชว์คอลแลบสุดพิเศษที่สร้างขึ้นสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ ร่วมกับศิลปินจีนชื่อดัง MONEY (Menni) ในเพลง Gone with Wind (Mo Shan) ขณะที่ 4EVE เกิร์ลกรุ๊ปแถวหน้าของT-Pop และ NexT1DE บอยกรุ๊ปรุ่นใหม่ต่างก็กลับมาส่งต่อพลังความสนุกผ่านโชว์สุดมันส์อีกครั้ง พร้อมพลังการแสดงที่ยังคงเรียกเสียงตอบรับจากแฟน ๆ ได้อย่างล้นหลาม เสริมด้วยน้องหมีเนย (Butterbear) คาแรกเตอร์ไทยขวัญใจเหล่ามัมหมีชาวจีนที่ปรากฏตัวพร้อมความน่ารัก ขี้เล่นในแบบฉบับน้องเนย สร้างโมเมนต์ใจฟูและเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟน ๆ ภายในงาน พร้อมเซอร์ไพรส์ด้วย เบียงก้า (Biancabear) พี่สาวของน้องหมีเนย ที่มาร่วมสร้างสีสันและความประทับใจให้แฟน ๆ ได้อมยิ้มกันอีกด้วย เสริมทัพด้วยศิลปินจีนชื่อดังอีกมากมาย อาทิ โจวเซิน และสวีหมิงฮ่าว (THE8) ที่ร่วมทำให้เวที Very Thai Music Festival 2026 คึกคักตลอดทั้งเทศกาล
มากกว่าการรวมศิลปินชื่อดังไว้บนเวทีเดียวกัน Very Thai Music Festival 2026 ยังสร้างโชว์และผลงานพิเศษที่เปิดพื้นที่ให้ศิลปินไทย–จีนได้พบ แลกเปลี่ยน และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ร่วมกัน หนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือ การนำเพลงจีนที่ผู้ชมคุ้นเคยมาตีความใหม่ในแบบไทย ผ่านจังหวะสามช่า เครื่องดนตรีไทย และเนื้อร้องภาษาไทย เปลี่ยนบทเพลงเดิมให้กลายเป็นโชว์ที่หาชมไม่ได้จากเวทีทั่วไป พร้อมใช้ดนตรีเป็นภาษากลางเชื่อมผู้ชมจากสองวัฒนธรรมให้สนุกไปด้วยกัน โดยตลอดการจัดงาน 2 วัน มีผู้คนเข้ามามีส่วนร่วมกับงานและกิจกรรมต่าง ๆ รวมกว่า80,000 คน ขณะที่การถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ของจีนมียอดรับชมมากกว่า 410 ล้านครั้ง
มากกว่าคอนเสิร์ต กับประสบการณ์ที่ส่งให้ผู้ร่วมงานสนุกกับความเป็นไทยในหลายมิติ

ความสนุกของ Very Thai Music Festival 2026 ไม่ได้หยุดอยู่แค่บนเวทีหลัก แต่ยังชวนผู้ร่วมงานสัมผัสความเป็นไทยผ่านหลากหลายโซน ทั้ง “บูทเรดบูล” ที่มาพร้อมเครื่องดื่มสูตรพิเศษ มุมบิวตี้เติมลุคด้วยเมกอัปสไตล์เฟสติวัลฟรี และเกมต่าง ๆ รวมถึง “หมู่บ้านไทย” ที่รวมดนตรี ศิลปะ อาหาร และแฟชั่นไว้ในพื้นที่เดียว พร้อมการสาธิตและปรุงอาหารไทยแบบสด ๆ ที่สร้างสีสันผ่านการปรุงเมนูยอดนิยมของไทยอย่างส้มตำและผัดกะเพรา และ “เวทีไทย” ที่นำเสนอศิลปวัฒนธรรม แฟชั่นโชว์ และโชว์ไทยอีสานรีมิกซ์ ขณะที่ “ไทยอาร์ต” ให้สัมผัสงานศิลปะผ่านการจัดแสดง อาร์ตทอยจาก 6 ศิลปินไทย ที่ร่วมสร้างสรรค์ผลงานคอลแลบกับแบรนด์ เรดบูล และ สปอนเซอร์ โดยถ่ายทอดเอกลักษณ์ของแต่ละคาแรกเตอร์ที่สะท้อนคอนเซปต์ความเป็นไทย พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ลงมือสร้างสรรค์ผ่านเวิร์กช็อปวาดภาพและกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงของที่ระลึกและของรางวัล ทุกองค์ประกอบจึงถูกเชื่อมเข้าด้วยกันเพื่อให้ผู้ร่วมงานได้ชิม เล่น ถ่ายภาพ สร้างสรรค์ และบอกต่อประสบการณ์ในแบบของตัวเอง ทำให้ความเป็นไทยไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่รับชมอยู่บนเวที แต่กลายเป็นโมเมนต์ที่ผู้คนได้มีส่วนร่วมและนำกลับไปเล่าต่อ
จากแบรนด์เครื่องดื่มสู่ผู้สร้ างเวทีแห่งโอกาส “เรดบูล” โดยกลุ่มธุรกิจ TCP กับการปั้น Very Thai Music Festival 2026 ให้เป็นเทศกาลที่คนไทยภูมิใจ

สำหรับ “เรดบูล” โดยกลุ่มธุรกิจ TCP พลังของแบรนด์ไม่ได้หยุดอยู่ที่การปลุกพลังผ่านผลิตภัณฑ์ แต่ยังรวมถึงการเปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้ก้าวไปทำในสิ่งที่เชื่อ และผลักดันความคิดสร้างสรรค์ให้เดินทางไปพบกับโอกาสใหม่ “Very Thai Music Festival 2026” จึงสะท้อนบทบาทของแบรนด์ที่ก้าวไปไกลกว่าการเป็นผู้สนับสนุนกิจกรรม สู่การเป็นผู้ริเริ่มและสร้างเทศกาลที่มี
คาแรกเตอร์เฉพาะตัว พร้อมเปิดเวทีให้ศิลปินและผู้สร้างสรรค์ไทยได้แสดงศักยภาพต่อหน้าผู้ชมระดับนานาชาติ ประสบการณ์การดำเนินธุรกิจในประเทศจีนมากกว่า 30 ปี ทำให้กลุ่มธุรกิจ TCP เข้าใจทั้งตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค และบริบททางวัฒนธรรมของจีน จึงสามารถมองหา “จุดเชื่อม” ระหว่างสิ่งที่คนไทยสร้างสรรค์กับสิ่งที่คนจีนสนใจ แล้วพัฒนาเป็นประสบการณ์ที่สนุก เข้าถึงได้ และชวนให้ผู้คนอยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง
การเดินทางเข้าสู่ปีที่ 4 ของ “Very Thai Music Festival 2026” จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการปั้นเทศกาลที่เกิดจากแบรนด์ไทย ให้เป็นเทศกาลที่มีเอกลักษณ์และเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง สร้างคุณค่าให้กับทั้งแบรนด์ ศิลปิน และวงการสร้างสรรค์ไทย และแสดงให้เห็นว่า แบรนด์ไทยสามารถสร้างเทศกาลระดับนานาชาติที่ผู้คนจดจำ พูดถึง และรอคอยได้ สอดคล้องกับแนวคิด “70 ปี TCP ปลุกพลัง…ให้ไปต่อ” เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปีของกลุ่มธุรกิจ TCP ซึ่งเชื่อว่าพลังของแบรนด์สามารถส่งต่อได้มากกว่าตัวผลิตภัณฑ์ แต่ยังช่วยเปิดประตู ปลุกโอกาส และพาความสามารถของคนไทยไปได้ไกลกว่าเดิม
[ข่าวประชาสัมพันธ์]
