
การเติบโตของอุตสาหกรรมเกมในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องของความบันเทิงเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป หากแต่เป็นเครื่องยนต์หลักทางเศรษฐกิจดิจิทัลระดับโลกที่มีมูลค่ามหาศาล โดยมีผู้ร่วมแถลง ได้แก่ ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa), คุณกรกานต์ แย้มสัตย์ธรรม กรรมการผู้จัดการ ออนไลน์สเตชั่น ภายใต้ บริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), คุณแมทเธียส คูเปอร์ กรรมการผู้จัดการ และประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ โคโลญเมสเซ่ (Koelnmesse GmbH) และ คุณพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด
รายงานจาก Newzoo บริษัทวิเคราะห์ตลาดเกมชั้นนำ ประเมินว่ารายได้รวมของตลาดเกมทั่วโลกในปี 2026 จะพุ่งสูงถึง 213.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือแปลงเป็นเงินไทยราว 7.21 ล้านล้านบาท พร้อมอัตราการเติบโตต่อปีที่ 6.1% ขณะที่บริบทของประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa ประเมินมูลค่าตลาดเกมปี 2025 ไว้ที่ประมาณ 37,000 ล้านบาท ซึ่งครองสัดส่วนสูงถึง 60% ของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์รวมของประเทศที่มีมูลค่า 50,000 ล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดเจนว่า ตลาดเกมไทยมีขนาดใหญ่พอที่จะสร้างแรงกระเพื่อมเชิงโครงสร้างให้แก่ระบบเศรษฐกิจได้จริง
ตัวเลขอุตสาหกรรมระดับล้านล้าน กับการย้ายศูนย์กลางการเติบโตสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สภาวะตลาดเกมในภูมิภาคดั้งเดิมอย่างยุโรปเริ่มเผชิญกับจุดอิ่มตัว ส่งผลให้ยักษ์ใหญ่ผู้จัดงานแสดงสินค้าระดับโลกอย่าง Koelnmesse GmbH เริ่มหันมาเจาะตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพสูงในทวีปอื่น เช่น บราซิล และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การปักหมุดความร่วมมือในประเทศไทยถือเป็นจังหวะยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เนื่องจากไทยมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความต้อนรับที่ดี อาหาร และบรรยากาศการทำธุรกิจที่เป็นกันเอง
เมื่อพิจารณาโครงสร้างการบริโภคเกมในไทยตามประเภทแพลตฟอร์ม จะพบว่าเกมบนมือถือครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดที่ 57% ตามด้วยเกมคอนโซล 22% และเกมพีซีรวมฮาร์ดแวร์อีก 21% โครงสร้างนี้แสดงให้เห็นฐานผู้เล่นที่กว้างขวาง และมีกลุ่มผู้เล่นสายฮาร์ดคอร์ที่พร้อมจับจ่ายกับอุปกรณ์และฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูงอย่างต่อเนื่อง

โครงสร้างตลาดไทย เม็ดเงินหมื่นล้านที่ไหลออกนอกประเทศ และความท้าทายของสตูดิโอท้องถิ่น
แม้มูลค่าตลาดเกมในประเทศไทยจะแตะระดับ 37,000 ล้านบาท แต่เมื่อเจาะลึกดูโครงสร้างรายได้จริง กลับพบโจทย์ใหญ่ทางธุรกิจที่เป็นคอขวดมานาน จากเม็ดเงินหมื่นล้านบาทดังกล่าว มีผลงานเกมที่ผลิตและสร้างสรรค์โดยผู้ประกอบการไทยเองเพียงประมาณ 800 ล้านบาทเท่านั้น ในขณะที่เม็ดเงินส่วนใหญ่ถึง 36,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 90% ต้องไหลออกสู่ต่างประเทศผ่านการนำเข้าเกม ทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนตกถึงมือผู้พัฒนาในประเทศเพียง 1-2% เท่านั้น
ข้อจำกัดสำคัญของสตูดิโอไทยไม่ได้อยู่ที่ขาดความคิดสร้างสรรค์ แต่อยู่ที่การขาดสะพานเชื่อมต่อกับตลาดสากล ขาดการสร้างมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดต่างประเทศ และขาดโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการพัฒนาเกมระดับใหญ่ การเปลี่ยนบทบาทจากประเทศผู้บริโภคมาเป็นผู้สร้างสรรค์และส่งออกทรัพย์สินทางปัญญา จึงเป็นภารกิจเร่งด่วนทางเศรษฐกิจ
พลังแห่งคอมมูนิตี้และระบบนิเวศสื่อ สานต่อแรงบันดาลใจให้กลายเป็นมูลค่าทางธุรกิจ
จุดแข็งที่โดดเด่นของวงการเกมไทยคือความเข้มแข็งของคอมมูนิตี้ แฟนคลับ และเครือข่ายอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งผู้เล่นในอุตสาหกรรมอย่าง Online Station ในเครือ True Corporation และ CP Group ได้เข้ามาสร้างระบบบริหารจัดการครีเอเตอร์แบบครบวงจร การสร้างระบบนิเวศตรงนี้ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของการเล่นเกม เปลี่ยนจากการถูกมองในแง่ลบมาเป็นเส้นทางอาชีพที่สร้างรายได้จริง
ทั้งในฐานะสตรีมเมอร์ ครีเอเตอร์ และนักกีฬาอีสปอร์ต ตัวอย่างความสำเร็จของครีเอเตอร์ระดับแนวหน้าอย่าง Zbing Z สะท้อนให้เห็นว่า พลังของฐานแฟนคลับสามารถเปลี่ยนเป็นมูลค่าทางธุรกิจได้ หน้าที่สำคัญในมิติตลาดคือการสร้างสะพานเชื่อมระหว่างแบรนด์สินค้านอกวงการเกมกับคอมมูนิตี้คนรุ่นใหม่ โดยรักษาสมดุลระหว่างตัวตนของครีเอเตอร์กับสารของแบรนด์ เพื่อเปิดประตูให้เม็ดเงินโฆษณาและการสนับสนุนหลั่งไหลเข้ามาสู่ระบบนิเวศเกมอย่างยั่งยืน

4 ยุทธศาสตร์พันธมิตรระดับโลก: การรวมพลังครั้งใหญ่ใน gamescom asia x Thailand Game Show 2026
เพื่อทลายคอขวดเชิงโครงสร้าง การจับมือกันของ 4 พันธมิตรหลัก อันได้แก่ โชว์ไร้ขีด, Koelnmesse, ออนไลน์สเตชั่น และ depa ได้นำไปสู่การขับเคลื่อน 4 ยุทธศาสตร์หลักในงาน gamescom asia x Thailand Game Show 2026
- ยุทธศาสตร์แรกคือ Local to Global by Partnership ของโชว์ไร้ขีด ของโชว์ไร้ขีด ที่ใช้ประสบการณ์จัดงาน Thailand Game Show มากว่า 20 ปี ต่อยอดร่วมกับสื่อ bt beartai เพื่อพาผู้ประกอบการไทยก้าวข้ามตลาดบริโภคในประเทศไปสู่เวทีการค้าสากล
- ยุทธศาสตร์ที่สองคือ Decentralization & Opportunity ของโคโลญเมสเซ่ ของโคโลญเมสเซ่ ซึ่งนำระบบแพลตฟอร์มเจรจาธุรกิจระดับสากล gamescom biz มากระจายศูนย์กลางธุรกิจเกมจากยุโรปสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมดึงวิทยากรระดับโลกอย่าง John Romero มาถ่ายทอดองค์ความรู้ และเปิดพื้นที่ให้สตูดิโออิสระเข้าถึงนักลงทุน
- ยุทธศาสตร์ที่สามคือ Talent & Ecosystem ของออนไลน์สเตชั่น ที่มุ่งวางโครงสร้างพัฒนาบุคลากร วางมาตรฐานลิขสิทธิ์ และเชื่อมโยงแบรนด์ภายนอกเข้ากับคอมมูนิตี้
- ยุทธศาสตร์ที่สี่คือ Policy & Confidence Building โดย depa ที่นำกลไกภาครัฐมาสร้างความเชื่อมั่น ผลลัพธ์จากการดำเนินงานในปีก่อนหน้าสะท้อนความสำเร็จด้วยยอดผู้ร่วมงานสูงถึง 206,159 คนจาก 95 ประเทศ มีผู้ประกอบการในโซนธุรกิจ 5,590 คนจาก 81 ประเทศ เกิดการจับคู่ธุรกิจ 2,389 คู่ คิดเป็นมูลค่าการเจรจาทางการค้ากว่า 1,200 ล้านบาท ซึ่งช่วยให้นักพัฒนาเกมอินดี้หลายรายสามารถปิดดีลระดับ 8 หลักได้สำเร็จ

สำหรับงานในปี 2026 คาดการณ์ว่าจะดึงดูดผู้ร่วมงานในโซนความบันเทิงกว่า 200,000 คน และกลุ่มธุรกิจ นักลงทุน ผู้จัดจำหน่ายกว่า 6,000 คน พร้อมพาวิลเลียนระดับชาติ 20 พาวิลเลียนจาก 12 ตลาดสำคัญ การจัดงานในเดือนตุลาคม ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ยังถือเป็นช่วงเวลาเชิงกลยุทธ์ที่เปิดโอกาสให้บริษัทเกมทั่วโลกมาปิดดีลทางธุรกิจในไทยต่อเนื่องหลังจากงาน gamescom ที่เยอรมนีในเดือนสิงหาคม
มาตรการภาครัฐและโครงสร้างพื้นฐาน การปลดล็อก พ.ร.บ. เกม และพื้นที่นวัตกรรมดิจิทัล
การสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติจำเป็นต้องอาศัยทิศทางนโยบายที่ชัดเจนจากภาครัฐ depa กำลังเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมอุตสาหกรรมเกม ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมข้อคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อปรับปรุงกฎหมายให้เอื้อต่อการเติบโต ควบคู่กับการพัฒนาระบบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลกลางแสดงศักยภาพของคนทำงานไทย
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการสิทธิประโยชน์ทางภาษี กองทุนสนับสนุน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น Thailand Digital Valley และ Edutainment Complex ที่อำเภอศรีราชา ภาครัฐยังร่วมมือกับสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย หรือ TGA จัดตั้ง Thai Playvilion นำเสนอผลงานเกมไทยกว่า 90 เกม ขณะที่กระทรวงวัฒนธรรมเริ่มเข้ามามีบทบาทสนับสนุนกีฬาอีสปอร์ตและการจัดเรตติ้งเกมอย่างเหมาะสม การจัดงานเกมระดับสากลยังส่งผลบวกทางอ้อมต่อเศรษฐกิจวงกว้าง ทั้งการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมการบิน และธุรกิจโรงแรม

อนาคต 5 ปี AI, ทรัพย์สินทางปัญญาวัฒนธรรม และหมุดหมายสู่การสร้างเกมระดับ AAA
ทิศทางของอุตสาหกรรมเกมในระยะ 3 ถึง 5 ปีข้างหน้า จะถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ซึ่งจะเข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญในการเร่งสปีดกระบวนการพัฒนาเกม ช่วยให้ทีมพัฒนาขนาดเล็กสามารถสร้างผลิตภัณฑ์เกมที่สมบูรณ์แบบได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แม้กระแส AI จะดึงดูดเงินลงทุนไปในบางกลุ่มเทคโนโลยี แต่ในวงการเกม เม็ดเงินยังคงหลั่งไหลเข้าหาผลงานที่มีคุณภาพ มีความประณีต และมีเรื่องราวที่น่าสนใจ เนื่องจาก AI ไม่สามารถแทนที่ความคิดสร้างสรรค์และคุณค่าของการเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาของมนุษย์ได้
กุญแจสำคัญที่จะตัดสินว่าประเทศไทยจะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเกมของเอเชียได้หรือไม่ คือการนำเอกลักษณ์และซอฟต์พาวเวอร์ทางวัฒนธรรม เช่น เรื่องผี อาหาร หรือการท่องเที่ยว มาแปรรูปเป็นทรัพย์สินทางปัญญาในรูปแบบเกมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ในมิติของการจัดแสดงงาน การปรับสัดส่วนจากเดิมที่ค่ายเกมยักษ์ใหญ่ครองพื้นที่ 90% และสตูดิโออินดี้มีเพียง 10% ให้ขยับเข้าใกล้สัดส่วน 50 ต่อ 50 ในอนาคต จะช่วยเปิดพื้นที่ให้ผู้พัฒนาไทยได้เจิดจรัส หากระบบนิเวศทางธุรกิจ โครงสร้างพื้นฐาน และกฎหมายส่งเสริมสำเร็จเป็นรูปธรรม อุตสาหกรรมเกมจะขยับขึ้นมาเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจใหม่ หรือ New S-Curve ที่สร้างมูลค่าหมุนเวียนในประเทศได้อย่างยั่งยืน และนำพาเกมสัญชาติไทยขนาดใหญ่ระดับ AAA ออกไปผงาดในเวทีโลกได้อย่างแน่นอน

