Tetra Pak ชู Tetra Recart เจาะโอกาส Wet Pet Food ด้วยบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษที่ตอบโจทย์ทั้งแบรนด์และผู้บริโภค


 

เทรนด์ Pet Humanization กำลังผลักดันตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงให้เติบโต เมื่อเจ้าของดูแลสุนัขและแมวเหมือนสมาชิกในครอบครัว ความคาดหวังต่อ Pet Food จึงสูงขึ้นตาม ทั้งคุณภาพ ความสะดวก และประสบการณ์ในการใช้งาน

ตลาด Pet Food ทั่วโลกถูกคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่ามากกว่า 120,000 ล้านยูโรภายในปี 2027 โดย Wet Pet Food หรืออาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียกมีมูลค่ามากกว่า 40,000 ล้านยูโร ขณะที่ประเทศไทยมีศักยภาพด้านการผลิตและส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์พรีเมียมที่ใช้เนื้อสัตว์หรือปลาคุณภาพสูง

การเติบโตของตลาดทำให้ Tetra Pak มองเห็นโอกาสของ Packaging รูปแบบใหม่ และนำ Tetra Recart® เข้ามาเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ผลิต Wet Pet Food

Tetra Recart คือบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษที่สามารถเข้าสู่กระบวนการ Retort หรือการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนและแรงดันสำหรับอาหาร Shelf-stable ได้ โครงสร้างประกอบด้วยกระดาษ 71% พลาสติก 24% และอะลูมิเนียมฟอยล์ 5% โดยมีหลายขนาด เช่น Tetra Recart® 100 Mini สำหรับอาหารแมวและสุนัขพันธุ์เล็ก และ Tetra Recart® 390 Midi สำหรับอาหารสุนัขพันธุ์ใหญ่

 

คุณสุภนัฐ รัตนทิพ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย)

คุณสุภนัฐ รัตนทิพ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) มองภาพของ Tetra Recart ย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของ Tetra Pak เมื่อกว่า 70 ปีก่อน ซึ่ง Carton Packaging เคยเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบของตลาดนมที่ใช้ขวดแก้วเป็นหลัก

ในวันนี้ บรรจุภัณฑ์หลักของ Wet Pet Food ยังเป็นกระป๋อง ซองพลาสติก และถาดอะลูมิเนียม Tetra Pak จึงมอง Tetra Recart เป็นอีกทางเลือกที่จะเพิ่มความหลากหลายให้ตลาดและเปิดพื้นที่ใหม่ให้ผู้ผลิตพัฒนาสินค้า

 

Tetra Recart สร้างความแตกต่างตั้งแต่บน Shelf ไปถึงตอนใช้งานจริง

หนึ่งในโจทย์ของตลาด Pet Food คือสินค้าในหมวดเดียวกันจำนวนมากมีรูปแบบ Packaging ใกล้เคียงกัน คุณสุภนัฐชวนให้ลองมอง Shelf ในมุมผู้บริโภคที่กำลังเลือกอาหารให้สัตว์เลี้ยง ซึ่งบางครั้งมีสินค้าจำนวนมากวางเรียงจนยากที่จะรู้ว่าควรเริ่มมองหรืออ่านตรงไหน

รูปทรงสี่เหลี่ยมของ Tetra Recart จึงช่วยสร้างภาพที่แตกต่างจากกระป๋อง ซอง และถาด ขณะเดียวกัน พื้นที่บนบรรจุภัณฑ์ทั้งห้าด้านเปิดให้แบรนด์สื่อสารกราฟิก ส่วนผสม โภชนาการ วิธีให้อาหาร และ Brand Storytelling ได้มากขึ้น

เมื่อสินค้าไปอยู่บน Shelf รูปทรงของกล่องยังช่วยให้หน้าบรรจุภัณฑ์หันเข้าหาผู้บริโภคอย่างเป็นระเบียบ เกิดลักษณะที่ Tetra Pak เรียกว่า Billboard Effect ทำให้ Branding และข้อมูลสินค้าถูกมองเห็นได้ชัดขึ้น

 

 

ส่วนประสบการณ์หลังซื้อ Tetra Recart ถูกออกแบบให้เปิดและเทได้ง่าย สามารถพับปิดและเก็บในตู้เย็นเพื่อใช้ในมื้อถัดไป ซึ่งเหมาะกับ Wet Pet Food ที่หนึ่งแพ็กอาจถูกแบ่งให้สัตว์เลี้ยงทานได้หลายครั้ง

คุณสุภนัฐสรุปภาพของการใช้งานไว้ง่ายๆ ว่า “ถ้าหนึ่งกล่องใช้สำหรับหนึ่งวัน เจ้าของสามารถแบ่งให้ช่วงเช้าและเย็นได้ เปิดด้วยมือได้เลย แล้วเทครึ่งหนึ่ง จากนั้นพับเก็บเข้าตู้เย็นไว้สำหรับมื้อถัดไป”

ผลการศึกษาของ Tetra Pak ปี 2567 กับกลุ่มตัวอย่าง 483 คนในอิตาลี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร พบว่า 62% ชื่นชอบ Tetra Recart มากกว่ากระป๋อง และ 59% ระบุว่าคุณสมบัติเปิด-ปิดซ้ำมีส่วนช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ

แนวคิดนี้ยังเชื่อมโยงกับการพัฒนาสินค้าใหม่ เพราะคุณสุภนัฐมองว่า Packaging ควรถูกคิดควบคู่กับ Product Innovation ตั้งแต่ต้น เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ใหม่มีความแตกต่างที่ผู้บริโภครับรู้ได้ชัดเจนขึ้น

 

รูปทรงกล่องช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการจัดเก็บและขนส่ง

 

ประโยชน์ของ Tetra Recart ยังครอบคลุมไปถึงพื้นที่จัดเก็บ การขนส่ง และการจัดเรียงสินค้า รูปทรงสี่เหลี่ยมช่วยลดช่องว่างระหว่างบรรจุภัณฑ์ การจำลองสถานการณ์ของ Tetra Pak ระบุว่า ในบางรูปแบบการจัดเรียงสามารถบรรจุสินค้าได้มากขึ้นถึง 20% ต่อพาเลท เมื่อเทียบกับบรรจุภัณฑ์ทรงกลมขนาดเท่ากัน

ประเด็นนี้มีความสำคัญมากขึ้นตามการเติบโตของ E-commerce ซึ่งผู้บริโภคสามารถซื้ออาหารสัตว์เลี้ยงครั้งละหลายแพ็กหรือยกถาด โดยคุณสุภนัฐเล่าว่าในฐานะคนเลี้ยงสัตว์ เขามักซื้ออาหารตุนครั้งละประมาณ 30 กล่อง ทำให้รูปทรงที่เรียงและซ้อนได้ง่ายจะช่วยทั้งขั้นตอนการจัดส่งและพื้นที่เก็บสินค้าในบ้าน

จากข้อมูล Euromonitor International ยังคาดการณ์ว่า ภายในปี 2571 ประมาณ 44% ของผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงทั่วโลกจะวางจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์

Packaging จึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพตลอด Value Chain ตั้งแต่การผลิตในโรงงาน พื้นที่จัดเก็บ การขนส่ง ไปจนถึง Shelf และบ้านของผู้บริโภค

 

Paper-based Packaging กับโจทย์ Sustainability ของผู้ผลิต Pet Food

 

อีกปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนา Packaging คือ Sustainability โดยเฉพาะผู้ผลิตไทยที่ส่งออกสินค้าไปยังตลาดซึ่งมีกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น

Tetra Recart มีสัดส่วน Paperboard ประมาณ 71% และใช้กระดาษจากแหล่งที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน FSC™ ซึ่งมาจากป่าปลูกเชิงพาณิชย์ที่มีการจัดการอย่างรับผิดชอบ

ในด้าน Carbon Footprint การประเมินวัฏจักรชีวิตที่ Tetra Pak ใช้อ้างอิงสำหรับตลาดยุโรปพบว่า Tetra Recart มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนต่ำกว่ากระป๋องเหล็ก 85% และต่ำกว่าขวดแก้ว 83% ภายใต้ขอบเขตและเงื่อนไขของการศึกษาดังกล่าว

คุณสุภนัฐยังพูดถึง Paperization เทรนด์ซึ่งกำลังถูกพูดถึงมากขึ้นในต่างประเทศ จากการที่ผู้ผลิตและผู้บริโภคหันมาสนใจ Packaging ที่มีสัดส่วนของกระดาษเพิ่มขึ้น รวมถึงแรงกดดันจากกฎระเบียบในหลายประเทศ

สำหรับประเทศไทย ประเด็นนี้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้ประกอบการ Pet Food ที่ส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ เพราะไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตและส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงรายสำคัญของโลก

 

ต่างประเทศเริ่มใช้ Tetra Recart ตั้งแต่ Premium ถึง Private Label

ปัจจุบัน Tetra Recart ถูกนำไปใช้กับ Wet Pet Food ในหลายตลาด และครอบคลุมทั้งสินค้า Premium, Mainstream และ Private Label

หนึ่งในตัวอย่างคือแบรนด์ Purina Beneful ของ Nestlé ในสหรัฐฯ ซึ่งใช้จุดเด่นด้านความสะดวกและการจัดเก็บมาเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารกับผู้บริโภค รวมถึงการสอนวิธีเปิดบรรจุภัณฑ์และเก็บอาหารที่เหลือในตู้เย็น

อีกกรณีคือ Lidl เครือข่ายห้างค้าปลีกรายใหญ่ในยุโรป ซึ่งนำ Tetra Recart ไปใช้กับ Wet Pet Food ภายใต้ Private Label โดยคุณสุภนัฐอธิบายว่า หนึ่งในโจทย์ของ Lidl คือการมองหา Packaging ที่ช่วยสร้างความแตกต่างให้สินค้าและตอบโจทย์ด้าน Sustainability ก่อนที่ผลิตภัณฑ์จะได้รับการตอบรับและขยายไปยังหลายตลาดในยุโรป

กรณีเหล่านี้ทำให้เห็นว่า Tetra Recart สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ Wet Pet Food ในหลาย Positioning และเป็นอีกแนวทางที่ผู้ผลิตไทยสามารถนำมาพิจารณาตามตลาดเป้าหมาย รูปแบบสินค้า และช่องทางจำหน่ายของตัวเอง

 

Tetra Pak วางบทบาท E2E Business Partner ตั้งแต่เริ่มคิด Product

 

สำหรับ Tetra Pak การเลือก Packaging จึงควรเกิดขึ้นพร้อมกับการพัฒนาสินค้า เพราะรูปแบบบรรจุภัณฑ์มีผลต่อสูตร กระบวนการผลิต Logistics การวางสินค้า และประสบการณ์ของผู้บริโภค

Tetra Pak จึงวางบทบาทในฐานะ E2E Business Partner ที่นำ Market Insight ความเชี่ยวชาญด้านอาหาร เทคโนโลยีการผลิต และ Packaging เข้ามาทำงานร่วมกับผู้ผลิต ตั้งแต่การพัฒนา Concept การทดสอบสูตร การทดลองผลิต การเลือกขนาดบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการเตรียมสินค้าออกสู่ตลาด

คุณสุภนัฐอธิบายบทบาทนี้ไว้ว่า “เราพร้อมทำงานกับลูกค้าตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นไปจนถึงวันที่สินค้าออกสู่ตลาด และหลังจากนั้นก็ยังสามารถเข้าไปช่วยติดตามและสนับสนุนด้านการตลาดได้ เพราะเราอยากเห็น Partner ประสบความสำเร็จกับผลิตภัณฑ์ใหม่”

Tetra Recart จึงเป็นหนึ่งใน Solution ที่ Tetra Pak นำเสนอให้ผู้ประกอบการ Wet Pet Food ใช้พิจารณาในการพัฒนาสินค้า สร้างความแตกต่าง เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และรองรับทิศทางด้าน Sustainability ของตลาด

ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถไปชมและสัมผัสกับกล่อง Tetra Recart ได้ที่โซน Product Showcase บริเวณด้านหน้า Hall 100 ในงาน Pet Fair South East Asia 2026 วันที่ 28–30 ตุลาคม 2569 ณ ไบเทค กรุงเทพฯ

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษสำหรับ Wet Pet Food สามารถติดตามได้ผ่าน เว็บไซต์ของ Tetra Pak