
จากนิยายหนึ่งเรื่องสู่ละครเวที ซีรีส์ ภาพยนตร์ และสินค้าลิขสิทธิ์ — TCCF 2026 วันที่สองสะท้อนทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าระยะยาวจากทรัพย์สินทางปัญญา (IP) พร้อมเปิดพื้นที่เชื่อมโยงผู้ผลิต นักลงทุน และบุคลากรสร้างสรรค์จากนานาประเทศ
งาน Taiwan Creative Content Fest (TCCF) 2026 เดินหน้าสู่วันที่สองเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2026 ณ Taipei Nangang Exhibition Center กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน โดย Taiwan Creative Content Agency (TAICCA) ให้ความสำคัญกับสองประเด็นหลัก ได้แก่ การต่อยอด IP ข้ามอุตสาหกรรม และการจับคู่ความร่วมมือทางธุรกิจระดับนานาชาติ
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือความร่วมมือระหว่าง TAICCA และ IPis Innovation เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศทางธุรกิจของ IP ภายใต้แนวคิด One-Source, Multi-Use ซึ่งมุ่งนำเรื่องราวต้นฉบับไปพัฒนาเป็นคอนเทนต์และธุรกิจรูปแบบต่าง ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ในระยะยาว
จากเรื่องเล่าหนึ่งเรื่อง สู่ธุรกิจ IP หลายรูปแบบ
TAICCA มองว่าเรื่องราวต้นฉบับที่แข็งแกร่งไม่ควรจบลงเพียงสื่อรูปแบบเดียว แต่สามารถขยายสู่ละครเวที ภาพยนตร์ ซีรีส์ นิทรรศการ และสินค้าลิขสิทธิ์ได้

Erica Wang ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TAICCA อธิบายว่า แนวคิด One-Source, Multi-Use กำลังกลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ เพราะทำให้เรื่องราวหนึ่งเรื่องเข้าถึงผู้ชมได้หลายช่องทาง และเปิดโอกาสในการสร้างรายได้หลากหลายรูปแบบ
ตัวอย่างสำคัญคือโครงการซีรีส์ Do You Still Love Me ของ IPis Innovation ซึ่งได้รับรางวัลถึง 5 รางวัลจากเวที TCCF PITCHING 2025
โครงการนี้เริ่มต้นจากผลงานตีพิมพ์ต้นฉบับ ก่อนนำไปพัฒนาเป็นละครเวทีเพื่อทดสอบศักยภาพทางการตลาด และต่อยอดสู่การพัฒนาผลงานภาพยนตร์และโทรทัศน์

Andrea Chang ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร IPis Innovation ระบุว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนา IP ในระยะยาว โดยเลือกเรื่องราวที่สามารถสร้างความรู้สึกร่วมกับผู้ชม และขยายไปสู่สื่อหลากหลายประเภท
นอกจากนิยาย ละครเวที และภาพยนตร์แล้ว บริษัทยังมองโอกาสในนิทรรศการและสินค้าที่ร่วมพัฒนากับแบรนด์ต่าง ๆ เพื่อให้ IP เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้บริโภค
Golden Horse ร่วมผลักดันนักแสดงไต้หวันสู่ตลาดโลก
อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญคือ TCCF x The Golden Horse Awards: Taiwan Emerging Actors Showcase ซึ่งจัดขึ้นเพื่อแนะนำดาวรุ่งของวงการภาพยนตร์ไต้หวันให้กับผู้ซื้อ ผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ และนักลงทุนจากต่างประเทศ
กิจกรรมนี้นับเป็นการร่วมมือกันครั้งแรกระหว่าง TAICCA และ Golden Horse Awards ในการสร้างพื้นที่ให้นักแสดงรุ่นใหม่ได้พบกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมคอนเทนต์ระดับนานาชาติ
Sue Wang ประธาน TAICCA มองว่า ในยุคที่การร่วมทุนและการร่วมผลิตระหว่างประเทศเพิ่มมากขึ้น บุคลากรด้านการแสดงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยเชื่อมโยงอุตสาหกรรมภาพยนตร์และโทรทัศน์ไต้หวันเข้ากับตลาดโลก
โดยมี Chang Chen ประธานคณะกรรมการบริหาร Golden Horse ร่วมแนะนำดาวรุ่ง 6 คนจากผลงานภาพยนตร์และซีรีส์ต่าง ๆ พร้อมเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ประกอบการในงาน
ความร่วมมือนี้แสดงให้เห็นว่า การผลักดันอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การส่งออกผลงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับบุคลากรสร้างสรรค์ด้วย
TOEI ตั้งเป้ารายได้ต่างประเทศ 50% ภายใต้ TOEI NEW WAVE 2033
อีกหนึ่งประเด็นน่าสนใจมาจาก TOEI บริษัทผู้ผลิตคอนเทนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่น Fumio Yoshimura ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TOEI เปิดเผยแนวทางขยายธุรกิจสู่ตลาดโลก โดยให้ความสำคัญกับการต่อยอด IP ในหลายรูปแบบ และเพิ่มอายุการสร้างมูลค่าของทรัพย์สินทางปัญญา
ภายใต้วิสัยทัศน์ TOEI NEW WAVE 2033 บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเป็น 50% พร้อมขยายการดัดแปลงคอนเทนต์ให้เหมาะกับตลาดท้องถิ่น การร่วมผลิตระหว่างประเทศ และการลงทุนในโครงการภาพยนตร์และโทรทัศน์ของไต้หวันอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน บริษัทระดับนานาชาติอย่าง TBS และ NBCUniversal ยังให้ความสำคัญกับการนำรูปแบบรายการไปขยายในตลาดต่างประเทศ โดยรักษาเอกลักษณ์หลักของคอนเทนต์ไว้ พร้อมปรับรายละเอียดให้เข้ากับพฤติกรรมผู้ชมในแต่ละพื้นที่
แนวทางนี้สะท้อนว่าการขยายธุรกิจ IP ระดับโลกไม่ได้หมายถึงการส่งออกผลงานต้นฉบับเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการปรับคอนเทนต์และสร้างพันธมิตรในตลาดปลายทางด้วย
AI กำลังเปลี่ยนกระบวนการผลิตภาพยนตร์และแอนิเมชัน

นอกเหนือจากธุรกิจ IP แล้ว TCCF FORUM ยังให้ความสำคัญกับการประยุกต์ใช้ Generative AI ในอุตสาหกรรมคอนเทนต์
เวที The AI-Driven Wave in Animation เชิญผู้เชี่ยวชาญจาก Toon Boom Animation ประเทศแคนาดา, OLM Digital ประเทศญี่ปุ่น และ Blue Spirit ประเทศฝรั่งเศส มาร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางนำ Generative AI มาเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต โดยยังคงรักษาความคิดสร้างสรรค์และอารมณ์ของผลงานแอนิเมชัน
ขณะที่เวที The Film & TV Revolution in the AI Era นำเสนอประสบการณ์จาก Studio Meta-K และ MBC C&I ของเกาหลีใต้ ซึ่งสำรวจการใช้ AI เพื่อปรับกระบวนการทำงานในกองถ่าย ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตภาพยนตร์และโทรทัศน์
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า AI กำลังเข้ามามีบทบาททั้งในด้านเครื่องมือ การบริหารต้นทุน และรูปแบบการทำงานของบุคลากรในอุตสาหกรรมคอนเทนต์
Content Economy ไม่ได้ขายแค่ผลงาน แต่สร้างมูลค่าจาก IP ระยะยาว
จากกิจกรรมในวันที่สองของ TCCF 2026 เห็นได้ว่าอุตสาหกรรมคอนเทนต์กำลังให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงทรัพย์สินทางปัญญา เทคโนโลยี เงินลงทุน และเครือข่ายธุรกิจเข้าด้วยกัน
สำหรับผู้ประกอบการสื่อและคอนเทนต์ แนวคิด One-Source, Multi-Use เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เพราะการมี IP ที่แข็งแกร่งอาจเปิดโอกาสให้สร้างรายได้จากหลายธุรกิจ โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มสร้างเรื่องราวใหม่ทั้งหมดทุกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของโมเดลนี้ยังขึ้นอยู่กับคุณภาพของ IP ความต้องการของตลาด การจัดการลิขสิทธิ์ และความสามารถในการหาพันธมิตรที่เหมาะสม
การพัฒนา IP จึงไม่ได้เป็นเพียงการผลิตคอนเทนต์ให้มีผู้ชม แต่เป็นการบริหารทรัพย์สินสร้างสรรค์ให้มีศักยภาพสร้างมูลค่าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของการเติบโตของ Content Economy ในเอเชีย

