
bpositive แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพสัญชาติออสเตรเลีย ขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่สร้างคุณค่าสู่สังคม ผ่านโครงการ buy1help1 ขยายเครือข่ายจำหน่ายทั่วไทย 825 แห่ง พร้อมส่งต่อโอกาสให้เด็กไทย มอบ 100,000 บาท สนับสนุน 2 มูลนิธิด้านการศึกษาและคุ้มครองเด็ก
bpositive (บีโพสิทีฟ) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพสัญชาติออสเตรเลีย เดินหน้าขยายธุรกิจในประเทศไทยควบคู่กับการสร้างคุณค่าสู่สังคม พร้อมมอบเงินสนับสนุนครั้งแรกในประเทศไทย รวม 100,000 บาท ภายใต้โครงการ buy1help1 ให้แก่สององค์กรการกุศล ได้แก่ มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา (มูลนิธิ EDF) และมูลนิธิสายเด็ก 1387 แห่งละ 50,000 บาท เพื่อร่วมส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและสนับสนุนการคุ้มครองเด็กกลุ่มเปราะบาง ตอกย้ำแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่ไม่เพียงมุ่งสร้างการเติบโต แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าและความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้แก่สังคมอย่างเป็นรูปธรรม
นับตั้งแต่เข้าสู่ตลาดประเทศไทยในปี 2568 bpositive เดินหน้าขยายธุรกิจและครือข่ายการจัดจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน (ตุลาคม 2569) มีผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายครอบคลุม 825 แห่งทั่วประเทศ ผ่านพันธมิตรค้าปลีกชั้นนำ ได้แก่ บู๊ทส์ ประเทศไทย (Boots Thailand) โลตัส (Lotus’s) และท็อปส์ (Tops) รวมถึงร้านขายยาอิสระและช่องทางค้าปลีก อื่น ๆ พร้อมตั้งเป้าขยายเครือข่ายการจัดจำหน่ายให้ถึง 2,000 แห่งภายในสิ้นปี 2570

buy1help1 เปลี่ยนความสำเร็จทางธุรกิจ สู่การสร้างคุณค่าให้สังคม
โครงการ buy1help1 ริเริ่มโดย คอรีย์ ไบรอันท์ (Corey Bryant) ผู้ก่อตั้ง bpositive ด้วยแนวคิดที่ว่าความสำเร็จของธุรกิจไม่ได้วัดจากยอดขายหรือผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการสร้างคุณค่าและส่งต่อสิ่งดี ๆ กลับคืนสู่สังคม บริษัทจึงมุ่งนำกำไรส่วนหนึ่งมาสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสาธารณะประโยชน์ โดยให้ความสำคัญกับ 3 ด้านหลัก ได้แก่ การเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพจิต การเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่ผู้ด้อยโอกาส และการส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
ที่ผ่านมา bpositive ได้มอบเงินสนับสนุนองค์กรการกุศลทั่วโลกไปแล้วกว่า 100,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมมากกว่าการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างผลกำไร
คอรีย์ ไบรอันท์ (Corey Bryant) ผู้ก่อตั้ง bpositive กล่าวว่า “ผมเชื่อว่าการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้แก่สังคม ไม่จำเป็นต้องรอให้ธุรกิจเติบโตจนมีขนาดใหญ่หรือมีกำไรมหาศาล เพราะทุกธุรกิจสามารถเลือกได้ว่าจะบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างไร สำหรับ bpositive เราเลือกใช้รูปแบบการทำงานทางไกลแทนการมีสำนักงานแบบดั้งเดิม เพื่อลดค่าใช้จ่ายและนำเงินส่วนหนึ่งไปช่วยเหลือสังคม เรามองว่าการให้ควรเกิดจากความตั้งใจจริง โดยไม่คาดหวังสิ่งตอบแทน หากสิ่งดี ๆ เหล่านั้นส่งผลกลับมาสู่ธุรกิจ ก็ถือเป็นเพียงผลพลอยได้ ไม่ใช่เป้าหมายหลักของเรา เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการลงมือทำด้วยความตั้งใจอย่างแท้จริง”

ผนึกพลัง 2 มูลนิธิไทย ส่งต่อโอกาสทางการศึกษาและยกระดับคุณภาพชีวิตเด็ก
สำหรับการดำเนินโครงการ buy1help1 ในประเทศไทย bpositive จะมอบเงินสนับสนุนรวม 100,000 บาท ให้แก่องค์กรการกุศล 2 แห่ง ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ขาดแคลน
มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา (มูลนิธิ EDF) จะได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 50,000 บาท เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยเฉพาะนักเรียนจากครอบครัวรายได้น้อยและพื้นที่ชนบท ผ่านการมอบทุนการศึกษาและโครงการพัฒนาทางการศึกษา เพื่อช่วยลดข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่ายและเปิดโอกาสให้เยาวชนสามารถศึกษาต่อและพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง
นายสรรเพชญ นิลรัตน์ ประธานมูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา (มูลนิธิ EDF) กล่าวว่า “สำหรับเด็กและเยาวชนจากครอบครัวที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ปัญหาด้านค่าใช้จ่ายยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการศึกษาต่อการสนับสนุนจากภาคธุรกิจอย่าง bpositive จึงมีส่วนสำคัญในการช่วยลดข้อจำกัดดังกล่าว และสร้างโอกาสทางการศึกษาที่ดีกว่าให้เด็กและเยาวชน ความร่วมมือระยะยาวกับภาคเอกชนถือเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างยั่งยืน โดยเงินสนับสนุนจำนวน 50,000 บาทจากโครงการ buy1help1 ในครั้งนี้ จะนำไปมอบเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนพิการที่ขาดแคลนทุนทรัพย์จำนวน 10 คน คนละ 5,000 บาท”
สำหรับ มูลนิธิสายเด็ก (Childline Thailand Foundation) จะได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 50,000 บาท เช่นเดียวกัน เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านการคุ้มครองและดูแลเด็กกลุ่มเปราะบาง รวมถึงช่วยเหลือเด็กที่เผชิญปัญหาหรืออยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก ผ่านสายด่วนช่วยเหลือเด็ก 1387 ซึ่งเปิดให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงโครงการช่วยเหลือในชุมชน ทั้งการให้คำปรึกษา การช่วยเหลือในภาวะวิกฤต การคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก และการประสานส่งต่อความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการสนับสนุนปัจจัยพื้นฐาน ด้านความปลอดภัย การศึกษา และการกลับคืนสู่ครอบครัวหรือสังคมได้อย่างเหมาะสม
นายอัฏฐพล ปุญญพัฒน์ตรีภพ เจ้าหน้าที่ความร่วมมือและการสนับสนุนองค์กร มูลนิธิสายเด็ก 1387 กล่าวว่า “เด็กที่กำลังเผชิญปัญหาหรืออยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก อาจต้องการเพียงใครสักคนที่พร้อมรับฟัง พื้นที่ปลอดภัยที่สามารถขอความช่วยเหลือได้ หรือการดูแลอย่างทันท่วงทีในช่วงเวลาวิกฤต ซึ่งการให้ความช่วยเหลือเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยทรัพยากรและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือจากภาคธุรกิจอย่าง bpositive จึงมีส่วนสำคัญในการช่วยให้มูลนิธิสามารถสานต่อภารกิจในการดูแลและคุ้มครองเด็กกลุ่มเปราะบางได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน การสร้างความร่วมมือระยะยาวระหว่างภาคธุรกิจและองค์กรเพื่อสังคมยังเป็นพลังสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกและยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็ก ๆ ได้อย่างยั่งยืน”

ขยายเครือข่ายค้าปลีก 825 แห่งทั่วประเทศ เพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภค
นอกจากการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม bpositive ยังเดินหน้าขยายธุรกิจในตลาดผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ดูแลสุขภาพของไทย ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรค้าปลีกชั้นนำ เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ให้แก่ผู้บริโภค
ปัจจุบัน (ตุลาคม 2569) ผลิตภัณฑ์ bpositive มีวางจำหน่ายในร้านค้าปลีกของเครือข่ายพันธมิตรหลัก 3 แห่ง ได้แก่ ท็อปส์ 55 สาขา บู๊ทส์ 100 สาขา และโลตัส 60 สาขา รวม 215 สาขา รวมถึงมีวางจำหน่ายทางร้านขายยาอิสระ ซึ่งครอบคลุม 825 แห่งทั่วประเทศ
หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีการขยายตลาดอย่างต่อเนื่องคือ Boo Boo Buddies พลาสเตอร์ปิดแผลสำหรับเด็กที่โดดเด่นด้วยลวดลายการ์ตูนสีสันสดใส ออกแบบมาเพื่อช่วยให้การดูแลบาดแผลเล็กน้อยเป็นเรื่องง่ายและลดความกังวลของเด็กและผู้ปกครอง โดยเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 และขยายช่องทางจำหน่ายได้แล้ว 254 แห่ง ภายในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีวางจำหน่ายที่ร้านท็อปส์ 49 สาขา บู๊ทส์ 28 สาขา โลตัส 164 สาขา และร้านค้าทั่วไปอีก 13 แห่ง
นอกเหนือจากเอกลักษณ์ที่สนุกสนานอย่าง Boo Boo Buddies แล้ว bpositive ยังมีผลิตภัณฑ์ดูแลบาดแผลที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ที่ให้ความสบายในการใช้งาน การระบายอากาศ การป้องกันน้ำ และตัวเลือกที่อ่อนโยนต่อผิว
การขยายเครือข่ายค้าปลีกอย่างต่อเนื่องของบริษัท ไม่เพียงช่วยเพิ่มการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพให้กับผู้บริโภคชาวไทย แต่ยังช่วยสร้างรากฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง เพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการ buy1help1 ในระยะยาว

พันธกิจความร่วมมือระยะยาว เพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน
bpositive เดินหน้าสานต่อความร่วมมือระยะยาวกับมูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา (EDF) และมูลนิธิสายเด็ก 1387 โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการเงินสนับสนุนอย่างโปร่งใสและมีความรับผิดชอบ
บริษัทมีแผนสร้างการรับรู้เกี่ยวกับโครงการ buy1help1 ในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทย ผ่านการสื่อสารเรื่องราวที่สะท้อนผลลัพธ์จากการดำเนินงานจริง ควบคู่กับกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วม โดยดำเนินการภายใต้กฎระเบียบด้านการโฆษณาของประเทศไทย
เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้ bpositive ได้จัดทำระบบบันทึกข้อมูลการบริจาค พร้อมแสดงยอดเงินบริจาคสะสมผ่านเว็บไซต์ เพื่อให้สามารถติดตามการดำเนินงานของโครงการได้ รวมถึงให้ความสำคัญกับการพัฒนารูปแบบการสื่อสารผลลัพธ์ทางสังคมจากการสนับสนุนด้านการกุศลของบริษัทฯ ให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น
ท่ามกลางการเติบโตของธุรกิจในประเทศไทย bpositive ยังคงมุ่งมั่นสร้างความสำเร็จทางธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าสู่สังคม ผ่านโครงการ buy1help1 โดยผสานความร่วมมือจากผู้บริโภค พันธมิตรค้าปลีก และองค์กรการกุศล เพื่อเปลี่ยนการเติบโตทางธุรกิจในทุกๆ วัน ให้เป็นโอกาสทางการศึกษาและการช่วยเหลือเด็กกลุ่มเปราะบาง เพื่อสร้างประโยชน์และสนับสนุนชุมชนและสังคมไทยอย่างต่อเนื่องในระยะยาวเช่นกัน

