103.58.148.118

Interview

Ξ Leave a comment

พูดคุยอย่างออกรสกับ CD เจ.วอลเตอร์ – บาส นัฐวุฒิ เบื้องหลังงาน Base on True Story ของ ริกะ อิชิกะ นักกีฬา Martial Arts กับปม Bully ในวัยเด็ก

posted by  1,462 views

80% ของเด็กไทยมีประสบการณ์ถูกกลั่นแกล้งในชีวิตจริง
45% ของเด็กไทยมีประสบการณ์ถูกกลั่นแกล้งในโลกไซเบอร์อย่างน้อย 1 ครั้ง ซึ่งติดอันดับ Top 5 ของโลก

คุณคิดอย่างไรกับตัวเลขเหล่านี้ เป็นเรื่องธรรมดา หรือร่วมกันกระตุ้นเตือนสังคมให้ลุกขึ้นมาบอกว่า การกลั่นแกล้งกัน Bully และ cyber bully คือสิ่งที่จะต้องยุติลงได้แล้ว!

kleenex6

ผลงานโฆษณาชิ้นหนึ่งที่กำลังฮือฮาอยู่ในขณะนี้ โดยเป็นการพูดถึงเรื่องของการกลั่นแกล้งกันของวัยรุ่น ซึ่งหลายคนมักมองว่าเป็นเรื่องของเด็กๆ แกล้งกันธรรมดา แต่ไม่เคยมองในมุมว่าสิ่งนี้จะกลายเป็นปมปัญหาทีส่งผลต่อชีวิตในอนาคตได้

สำหรับผลงานชิ้นนี้เป็นของ กระดาษเช็ดหน้า คลีเน็กซ์ สกินแคร์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ #อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ #GentleNotWeak โดยต้องการที่จะปลุกและแปรเปลี่ยนความอ่อนโยนให้เป็นพลัง ซึ่งสร้างจากเรื่องจริงของผู้หญิงคนหนึ่งที่เมื่อวัยเด็กเธอเป็นเด็กที่มักถูกกลั่นแกล้งจากเพื่อนๆ เสมอ แต่วันนี้เธอยืนหยัดและเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงที่อาจเรียกได้ว่าเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งทั้งภายนอกและภายในมากที่สุดของโลก “ริกะ อิชิเกะ” นักกีฬา Martial Arts ระดับมืออาชีพ จาก ONE Championship เจ้าของฉายา Tinydoll ด้วยความสูงเพียงแค่ 159 ซม.ใครจะเชื่อว่าเธอคือสายบู๊

ไม่เพียงแค่นั้น ผลงานชิ้นนี้ยังได้สร้างสรรค์ผ่าน 2 ผู้มากฝีมือในวงการ ได้แก่ บาส-นัฐวุฒิ พูนพิริยะ ผู้กำกับผลงานพันล้านจากภาพยนตร์เรื่องฉลาดเกมส์โกง และ พีท-ทสร บุณยเนตร ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ (Creative Director)บริษัท เจ. วอลเตอร์ ธอมสัน ประเทศไทย ผู้นำในฝ่ายสร้างสรรค์คนสำคัญ ซึ่งทั้งหมดนี้ได้มาพูดคุกับเราอย่างหมดเปลือกถึงที่มาไอเดีย และการสร้างสรรค์ผลงานน่าทึ่งชิ้นนี้

kk

 

จุดเริ่มต้นไอเดีย

พีท เริ่มต้นเล่าถึงการรับโจทย์จากลูกค้าก่อน โดยบอกว่า สำหรับภาพยนตร์โฆษณา #อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ มีต้นกำเนิดมาจากไอเดียที่ว่า Every mistakes shape the best of you’ในการแต่งหน้าหรือการทุกๆ ความผิดพลาดที่เราทำมันมักจะทำให้เราเจอเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดของตัวเอง พัฒนากันไปเรื่อยๆ จนได้คำว่า For those who pursue for the best”สำหรับคนที่ต้องการไปให้สุด เช่นเดียวกับ กระดาษเช็ดหน้าคลีเน็กซ์ สกินแคร์ ทิชชู่ที่เหมาะกับการดูแลผิวหน้าผู้หญิงที่สุด โปรดักนี้จึงตอบโจทย์และตอบใจคอนซูเมอร์ กับประโยคที่สรุปไอเดียง่ายๆว่า “อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ” ซึ่งมันสามารถมีความหมายได้สองนัยยะ นัยยะแรกคือคุณสมบัติและจุดเด่นของกระดาษเช็ดหน้าตัวนี้ อีกนัยยะนึง มันคือชีวิตจริงของผู้หญิงที่เจอความหยาบกระด้างของชีวิตแต่ก็ผ่านมันมาได้ เราจึงทำการบ้านหาเรื่องราวของตัวละครกัน จนทีมคุณบาสมาเจอ ริกะ อิชิเกะ ซึ่งเข้ากับโจทย์มากๆ

“สิ่งสำคัญที่ลูกค้าอยากได้มากคือสตอรี่จะต้องทำให้เรื่องมันดูจริง เป็นเรื่องราวที่จับต้องได้  ซึ่งเมื่อรวมกับเรื่องราวชีวิตจริงที่เกิดขึ้นของริกะ มันยิ่งลงตัวอย่างที่สุด”

kleenex4

บาส เล่าถึงการไปพบกับ ริกะ ว่า มาจากที่ทีมรีเสิร์ชไปพบข้อมูลของริกะ ซึ่งเราพบว่านอกจากริกะจะมีความเป็นบิวตี้ตรงกับคอนเซ็ปต์ของแบรนด์แล้ว ก็ยังมีสตอรี่ชีวิตที่น่าสนใจ ซึ่งเราไม่ทราบมาก่อนเลย เป็นความบังเอิญที่ลงตัวที่สุด เพราะอันที่จริงแล้วก็มีแคนดิเดตหลายคนในงานนี้ แต่ริกะลงตัวและพิเศษที่สุด ขนาดพีทเองที่ดูรูปแล้วยังคิดว่าริกะเป็นนางแบบ แต่พอเราเล่าให้ฟังถึงสตอรี่ของริกะ พีทก็สนใจมาก จนได้คำว่า ‘อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ’

ริกะ กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้รู้ว่าเรื่องราวของตัวเองจะได้นำไปทำเป็นโฆษณาว่า รู้สึกตื่นเต้นมาก ยิ่งรู้ว่าผู้กำกับคือพี่บาส ก็ตอบรับเลย เพราะชื่นชอบผลงานเป็นแฟนคลับอยู่แล้ว แล้วยิ่งรู้ว่าโฆษณาเป็นเรื่องราวของเราที่จะช่วยให้แง่คิดกับสังคมได้ก็ยินดีมากๆ

“ความยากของงานชิ้นนี้คือ จริงๆ ก็ได้เล่นโฆษณษมาบ้าง แต่ไม่เคยเป็นคนนำมาก่อน ก็ค่อนข้างยาก จุดที่ยากคือเราต้องพยายามทำให้ไม่เหมือนว่าเรากำลังแสดงอยู่ ต้องกะจังหวะให้ดีซึ่งแรกๆ ก็ไม่ถนัดเลย แต่ก็มีความง่ายเพราะเป็นเรื่องของเราเอง เราจึงอินกับมันมากกว่า”

มาถึงตรงนี้ ลองมาชมผลงานชิ้นนี้กันค่ะ ซึ่งถ่ายทอดจากเรื่องราววัยเด็กจริงๆ ของ ริกะ ซึ่งเรื่องราวของเธอนั้นเชื่อว่าน่าจะตรงกับช่วงชีวิตของใครหลายคน และโดนใจใครอีกหลายคนเช่นกัน จนทำให้ยอดวิวพุ่งสูงมาก

เบื้องหลังการทำงาน

พีท ตอบคำถามว่าคอนเซ็ปต์ของหนังโฆษณาตัวนี้ ต้องการรับกับกระแส Time’s Up หรือ Me too ของฮอลลีวู้ดหรือไม่ว่า “ไม่ใช่ครับ” เพราะว่าเรื่องของ Bully นั้นเราได้หลังจากที่เราตัดสินใจว่าเป็นริกะแล้ว และพบว่าเรื่องราวชีวิตของเธอน่าสนใจ และตรงกับคอนเซ็ปต์ที่ว่า For those who pursue for the best รวมทั้งโปรดักส์ของลูกค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์ Supreme ซึ่งส่วนใหญ๋ก็ใช้กับหน้าเท่านั้น ที่สำคัญมีความนุ่มนวล อ่อนโยนกับใบหน้า โดยที่เราต้องหาเรื่องราวตัวละครที่สะท้อนแบรนด์ได้ ซึ่งมันตรงกับชีวิตของริกะมากๆ

“แต่สิ่งสำคัญคือเรายังสามารถถ่ายทอดเรื่องราวนำเสนอปัญหาของการกลั่นแกล้งกันได้ โดยถ่ายทอดผ่านเรื่องของริกะ ที่อดีตก็เคยโดนรังแกเหมือนกัน แล้วเขาผ่านมันมาได้อย่างไร ความพิเศษมันอยู่ตรงนี้”

kleenex2

บาส เล่าถึงความพิเศษในการกำกับงานชิ้นนี้ว่า เราในฐานะโปรดักชั่นเมื่อได้ไอเดียทีแข็งแกร่งแล้ว ก็รู้สึกสนุกแล้วก็อยากจะทำมากๆ ส่วนตัวก็มองว่าไอเดียเรื่องของ For those who pursue for the best ของพีทมันคือการถ่ายทอดช่วงชีวิตแต่ละช่วงของริกะ เราก็อยากจะเล่าเรื่องนี้ให้มันมีความจริงมากๆ ดังนั้น จึงทำให้ออกมาเป็นชุดความทรงจำแบบไร้รอยต่อไปเรื่อยๆ

“ผมเลยตัดสินใจถ่ายแบบลองเทค โดยเล่าแต่ละพาร์ทแต่ละพาร์ทไปเรื่อยๆ โดยให้เกิดการคอนทินิวกันอย่างที่สุด ก็ถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งในการทำงาน คืออยากให้เป็นบรรยากาศของการสัมภาษณ์ ไม่เน้นความสวยงาม แต่เหมือนบอกเล่าเรื่องราวชีวิตจริง”

ความท้าทายของคนทำโฆษณา เมื่อผู้ชมปฏิเสธโฆษณา

ในแง่มุมที่ผู้บริโภคเริ่มปฏิเสธโฆษณา และไม่อยากฟังในสิ่งที่แบรนด์พูด พีท มองว่าเป็นการไม่เอาโฆษณาของผู้ชมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ อย่างตามโซเชียลฯ ต่างๆ ก็จะเห็นว่ามีการส่งต่อเรื่องราวในพันทิปเยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องราวที่เล่าเรื่องของคนๆ นั้นเอง เพราะอะไร เพราะมนุษย์ชอบสนใจเรื่องของคนอื่น ชอบเรื่องของคนอื่น แต่พอมันเป็นงานที่เป็น Branded Content เราก็แค่ทำงานที่แบรนด์อยากจะบอกเรื่องราวดีๆ ของคนๆ หนึ่งให้ผู้บริโภครับรู้ ไม่ใช่เรื่องราวของแบรนด์ แต่เป็นการนำเสนอในลักษณะที่ว่าแบรนด์พร้อมสนับสนุนคนที่ทำสิ่งดีๆ แบบนี้ เช่นเรื่องของริกะ ซึ่งถ้าคอนเทนต์มันดีตรงกับความสนใจของผู้ชม กับการที่เราขายของไปด้วยคนก็พร้อมจะดู

“บางคนก็ยังบอกว่ามันจะยาวไปไหม กับ 6 นาทีบนออนไลน์ แต่พอคนที่ได้ดูจริงๆ แล้วก็ยังคิดว่าอุ้ย! จบแล้วเหรอ สั้นไปเปล่า ตรงนี้ก็เพราะคอนเทนต์มันดี มันดูเพลิน ซึ่งถ้าคอนเทนต์ดีคนดูก็อยากจะดู ดังนั้น เรื่องความยามก็ไม่ใช่ประเด็นอีกต่อไป”  

บาส กล่าวเห็นด้วยทันที โดยมองว่า ความอยากรู้เรื่องราวของมนุษย์หรือเรื่องจริงของคนมันมีพลังมากกว่าเรื่องที่แต่งขึ้น แต่โจทย์ที่จะทำให้คนดูสนุกและชอบมันคือการถ่ายทอด มันต้องมีลีลา มีจังหวะในการบอกเล่า ต้องรู้ว่าขยี้ตรงไหน ทำยังไงพื่อให้คนดูรู้สึกและเห็นตาม เป็นการเลือกหยิบ เป็นศิลปะของการบอกเล่าเรื่องราว ซึ่งถ้าตบไปที่โปรดักส์หรือแบรนด์ มันก็ไม่เสียหาย คนดูก็จะรู้สึกดีกับแบรนด์และคอนเทนต์ด้วย

kleenex5

จำเป็นหรือไม่โฆษณาไทยที่จะปังต้อง ตลก หรือ เศร้า

พีท มองว่า คนไทยยังไงก็ยังชอบตลก เศร้า อยู่ แต่ถ้าถามว่าโฆษณาที่ช่วยยกระดับความคิดทางสังคม อาจจะเป็นเรื่องของสิทธิสตรีก็ดี ก็มองว่าบางครั้งโฆษณาก็ต้องให้อะไรกับสังคมบ้าง หยิบประเด็นทางสังคมมาเล่นบ้าง อย่างเช่นเรื่องของการ Bully กัน ซึ่งเราก็เริ่มเห็นว่าโฆษณาไทยทำในแง่มุมนี้เพิ่มมากขึ้น ตนมองว่าครีเอทีฟไทยเก่ง แล้วก็พยายามจะหนีและหาวิธีใหม่ๆ ในการนำเสนอ ซึ่งสุดท้ายก็จะส่งผลดีทั้งในภาพรวมวงการโฆษณาและแบรนด์เอง

“อย่างงานชิ้นนี้ของคลีเน็กซ์ เชื่อว่าจะทำให้ได้คอนซูเมอร์กลุ่มใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เพราะเป็นเรื่องราวที่เชื่อว่าน่าจะตรงกับชีวิตของใครหลายคน ซึ่งจะทำให้คนหันมาสนใจในโปรดักส์ได้ ผมดูจากคอมเมนต์ของคนก็มีคนมาเขียนตอบเหมือนกันว่า หนูชอบพี่ริกะ หนูจะใช้คลีเน็กซ์เพื่อพี่ริกะล่ะ แบบนี้ก็มี มันมีแต่โพสิทีฟซึ่งแบรดน์ก็จะได้ด้วย ก็ต้องขอบคุณลูกค้าที่มองเห็นในแง่มุมเดียวกัน”

ด้าน บาส มองว่า มันคือข้อดีของการที่เป็นออนไลน์ฟิล์ม เพราะว่ามันเปิดกว้างมากในหลายๆ อย่าง แน่นอนมันคือโฆษณา แต่เป็นโฆษณาที่แบรนด์ให้อะไรดีๆ กับสังคมด้วย เป็นความเปิดกว้างของแบรนด์ ที่จะใช้โอกาสนี้สื่อสารน้ำเสียงบางอย่างต่อสังคม ในประเด็นปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำแท้ง การกลั่นแกล้งกัน เมาแล้วขับ ฯลฯ ทุกคนรับรู้เรื่องนี้ แต่ต้องการเครื่องมือในการสื่อสารออกไป เป็นน้ำเสียงที่ทรงพลัง ซึ่งออนไลน์ฟิล์มสามารถทำตรงนี้ได้ ก็ต้องของคุณลูกค้าที่เปิดกว้างมากตรงนี้

kleenex3

“เอาใจเขามาใส่ใจเรา” หยุดการ Bully

ท้ายที่สุด ริกะ อยากฝากถึงประเด็นการกลั่นแกล้งกันในสังคม ทั้งในชีวิตและในโลกออนไลน์ว่า การที่เราฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ ไม่ได้มีไว้เพื่อโต้ตอบ หรือใช้ความรุนแรงตอบโต้ความรุนแรง แต่เพื่อทำให้จิตใจเราเข้มแข็งขึ้น รวมทั้งร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นด้วย ดังนั้น การแกล้งกันก็อยากให้มองในมุมเอาใจเขามาใส่ใจเราดีกว่า อย่าไปทำร้ายคนอื่นด้วยคำพูดหรือการกระทำ ให้มาสู้กันบนสังเวียน บนกติกาที่ถูกต้องดีกว่า แม้ว่าตนเองจะรู้ศิลปะการต่อสู้ก็ไม่คิดจะทำปกป้องตัวเองด้วยวิชาที่มีเพราะมีแต่จะทำให้อีกฝ่ายเจ็บตัว ดังนั้น ถ้าหยุดที่จุดเริ่มต้นด้วยการไม่แกล้งใคร หรือไม่ทำร้ายใครเรื่องร้ายๆ ก็จะไม่เกิดกับทุกฝ่ายเลย.

Copyright © MarketingOops.com

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

เดินทางสายนักข่าวมากว่าสิบปีก่อนจะมาหลงใหลในงานดิจิตอล แต่งตัวฟรุ้งฟริ้งเคลิบเคลิ้มดนตรีร็อค

User Name: pigabyte

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ 5 = twelve

Recent Posts

Facebook