หยุด! พฤติกรรมเป็น “พิษ” ที่ทำให้เพื่อนร่วมออฟฟิศเหม็นหน้าคุณ

  • 587
  •  
  •  
  •  
  •  

เชื่อว่า ในทุกๆ ออฟฟิศจะต้องมีอย่างน้อยก็หนึ่งคนที่เป็น “ที่สุดของความเอือม” เข้ากลุ่มไหน วงแตกที่นั่น เพื่อนร่วมงานไม่ค่อยอยากจะเสวนาด้วย

..แล้วก็เชื่ออีกด้วยว่า ขณะที่หลายคนไม่รู้ตัว แต่อีกหลายคนเลือกจะไม่แคร์ แม้จะรู้ทั้งรู้ถึงข้อเสียของตัวเอง!

รู้หรือไม่ว่า ต่อให้เก่งระดับเทพ แต่ถ้าคุณยังมีพฤติกรรมแย่ๆ ที่ทำให้คนรอบตัวถอยหนี ก็ต้องเตรียมใจไว้ได้เลยว่า มันอาจส่งผลต่อความก้าวหน้าในอาชีพของคุณ ไม่ว่าคุณจะเก่งแค่ไหน !!

อย่าลืมว่า ไม่ใช่แค่ “ความสามารถ” เท่านั้นที่เป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะถ้าคุณยิ่งขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นมากเท่าไหร่ ความเก่งอาจไม่สำคัญเท่าทักษะในการประสานสิบทิศให้ทุกฟันเฟืองในการทำงานหมุนร่วมกันไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ถ้ายังไม่สามารถพัฒนา Soft skill หรือแก้ไขข้อบกพร่องเหล่านี้ คุณก็จะกลายเป็นหัวหน้าที่ลูกน้องวิ่งหนี เป็นลูกค้าที่ซัพพลายเออร์ไม่อยากเจอหน้า หรือร้ายที่สุดคือ คุณนี่แหละที่เป็นคนไล่ลูกค้าให้ไปใช้บริการ หรือ ซื้อสินค้าเจ้าอื่นโดยไม่รู้ตัว!

ถึงเวลาแล้วที่จะต้องหยุดนิสัยแย่ๆ ก่อนที่ตัวเองจะอัพเกรดสู่ “ตัวปล่อยพิษ” ที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้! 

โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นผู้บริหาร หรือผู้นำในองค์กร ก็ควรต้องตระหนักให้มากๆ ว่า ตัวเองมีบทบาทกับความเป็นไปขององค์กรอย่างที่สุด ธุรกิจจะ “รุ่ง” หรือจะ “ร่วง” คุณ คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยอย่างการพูดจาก็สามารถส่งผลได้ทั้งการกระตุ้นให้พนักงานทำงานถวายหัว หรือจะให้เขาเดินหันหลังหนีออกไปก็ยังได้

Marketing Oops! เก็บตกข้อคิดดีๆ จากบทความ 11 bad personality traits that can turn people off and hurt your career โดย Business Insider มาฝากให้ทุกคนได้ลองทบทวนตัวเองกันว่า นิสัยแบบไหนบ้างที่จัดว่า “เป็นภัย” ต่อความสงบสุขและเจริญก้าวหน้าขององค์กร แล้วตัวคุณเองมีนิสัยแบบนี้อยู่ในตัวเองหรือไม่?

1. โมโหร้าย ความฉลาดทางอารมณ์ต่ำ

ต่อให้คุณมี IQ ฉลาดระดับไอน์สไตน์ก็อาจไม่สามารถอยู่รอดในสนามธุรกิจได้ถ้าขาด EQ หรือ Emotional Quotient ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะจะช่วยให้ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างเป็นไปอย่างราบรื่น

ผลเสียของการมีความฉลาดทางอารมณ์ต่ำ เป็นได้ตั้งแต่การสอบตกเรื่องทักษะการสื่อสาร ทำลายความน่าเชื่อถือของตัวคุณเอง ทำให้คนอื่นๆ รู้สึกไม่เชื่อมั่นในตัวคุณ ไปจนถึงเป็นพิษต่อธุรกิจ ส่งผลกระทบต่อทุกคนที่คุณติดต่อด้วย 

คนที่มี EQ ดีจะสามารถเข้าอกเข้าใจคนอื่น รู้ทันอารมณ์ของตัวเอง รวมถึงรับรู้ถึงอารมณ์และความต้องการของคนรอบข้างได้อย่างดี ทำให้คุณรู้วิธีที่จะสร้างแรงจูงใจให้เพื่อนร่วมงานหรือพนักงานทำในสิ่งที่คุณต้องการ

..ยิ่งมี EQ ดีมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งสามารถสร้างทีมเวิร์กในฝันให้เกิดขึ้นได้เท่านั้น

2. มาจากดาว “ช่างแซะ”

เบื่อไหม เวลามีเพื่อนร่วมงานช่างแซะ แขวะมันซะทุกเรื่อง! 

แม้ว่า การจิกกัดเล็กๆ น้อยๆ อาจดูเป็นเรื่องสนุก เป็นความบันเทิงชนิดหนึ่งในออฟฟิศ แต่ถ้ามากเกินไป หรือล้ำเส้น คุณก็อาจกลายเป็นตัวน่ารังเกียจของคนอื่นๆ ได้

ถ้าคิดว่า การเหน็บแนม จิกกัด หรือสร้างเรื่องตลกจากข้อด้อยของคนอื่นจะทำให้คุณดูฉลาดแล้วล่ะก็ บอกได้เลยว่า คุณคิดผิด โดยเฉพาะคำพูดเชิงดูถูก เสียดสีให้คนอื่นดูแย่นั้น ขอให้เลิกเลยจะดีที่สุด!

คนฉลาดๆ เขาไม่ทำกันแบบนี้ เพราะยิ่งว่าคนอื่นมากเท่าไหร่ คุณก็ดูแย่มากขึ้นเท่านั้น

เลิกนิสัยนี้เสีย แล้วลองดูใหม่ ปฏิบัติต่อทุกคนด้วยดี มีมารยาท เคารพคนอื่น และบังคับใจตัวเองที่คันปากอยากจะแซะคนอื่นให้ได้ เอาความครีเอทีฟในการช่างแซะไปหาวิธีพูดจาให้สร้างสรรค์จะดีกว่า

3. ไม่รู้จัก “ยืดหยุ่น”

การรู้จักคิดวิเคราะห์อะไรๆ ได้ด้วยตัวเอง รวมถึงการเปิดรับคำแนะนำ ติชมจากคนอื่นๆ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิดได้ 

แม้ว่าการทำตามแผนที่วางไว้จะเป็นสิ่งจำเป็นต่อธุรกิจ แต่ถ้าคุณเข้มงวดหรือเถรตรงจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นความคิด ความเชื่อ จนถึงการตัดสินใจใดๆ มันก็จะทำให้ “ตัวเลือก” ของคุณมีน้อยเกินกว่าจะปรับเปลี่ยนได้ทันสถานการณ์ แน่นอนว่า มันย่อมส่งผลเสียต่อธุรกิจของคุณ

องค์กรที่ประสบความสำเร็จในบางครั้งก็ต้องมีความยืดหยุ่น โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน ในวิกฤติก็อาจพลิกเป็นโอกาสได้ ถ้าคุณสามารถสร้างสรรค์โซลูชั่นใหม่ๆ ขึ้นมาได้ 

4. สัญญาไม่เป็นสัญญา

ใครที่รู้ตัวว่าเป็นคนเรื่อยเฉื่อย ชอบผัดวันประกันพรุ่ง หรือรับปากอะไรแล้วทำไม่ค่อยจะได้ตามนั้น ขอให้รู้ว่า คุณกำลังดิสเครดิตตัวเองลงมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นผู้นำองค์กรด้วยแล้ว พฤติกรรมแบบนี้จะทำให้ใครๆ ต่างก็ไม่เชื่อถือคุณ

ถ้าอยากจะให้ทุกๆ คนยอมรับหรือเชื่อถือในตัวคุณ สิ่งพื้นฐานสุดๆ ก็คือ สัญญาอะไรไว้ก็ต้องทำตามที่พูด เมื่อนั้นคนรอบข้างไม่ว่าจะเป็นลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน จนถึงลูกค้าก็จะเชื่อมั่นในตัวคุณ

5. ไม่รู้จักอดทนเอาเสียเลย

หนึ่งในตัวแปรที่จะส่งผลให้ธุรกิจประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวนั้น หัวใจสำคัญก็คือ การรู้ว่าตอนไหนควรจะกระโดดหรือตอนไหนควรจะตั้งหลักให้มั่น 

ถึงแม้ว่า ความแอ็คทีฟ กระตือรือร้นจะเป็นเรื่องดี แต่ก็ต้องรู้หรือเลือกจังหวะให้ถูกกับสถานการณ์ได้ด้วย โดยเฉพาะถ้าจะต้องตัดสินใจอะไรสักอย่าง คุณก็ควรตั้งสติ วิเคราะห์และเข้าใจเงื่อนไขต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อตัดสินได้อย่างเหมาะสม

ทริคก็คือ ให้ลองถอยกลับมาตั้งหลักแล้วทบทวนอย่างรอบคอบ มีความอดทนในการพิจารณาภาพรวมที่ใหญ่กว่า ซึ่งถ้าคุณใจร้อนหรือด่วนตัดสินใจโดยไม่คิดให้ถี่ถ้วน ก็อาจส่งผลเสียใหญ่หลวงตามมาได้

6. มนุษย์เพอร์เฟคชั่นนิสต์ ยอมไม่ได้ ถ้าเห็นอะไรไม่เป็นอย่างที่คิด

สำหรับมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายที่บ่นโอดโอยว่างานหนัก ลองนึงถึงหน้าบอสสุดที่รัก แล้วคิดถึงข้อดีอื่นๆ ของเขาดู ถ้าบอสของคุณไม่ใช่ประเภทบ้าอำนาจ ต้องการคอนโทรลทุกสรรพสิ่งให้เป็นไปอย่างที่ใจคิด ก็ต้องบอกเลยว่า คุณยังโชคดีกว่าอีกหลายคนมากนัก

ในทางกลับกัน คุณบอสทั้งหลาย ก็ขอให้ลองทบทวนตัวเองดูสักหน่อยว่า คุณเป็นนายประเภทไหน

คุณยอมรับได้หรือไม่ ถ้าเห็นอะไรๆ ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด หรือไม่เพอร์เฟคต์อย่างที่ใจอยากให้เป็น ถ้าคุณเห็นแล้วรับไม่ได้ จนถึงขั้นหงุดหงิดสุดๆ แล้วล่ะก็..

คงจะถึงเวลาที่คุณต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง ทำใจยอมรับกับอะไรๆ ที่ไม่ได้เป็นไปตามแผนดูบ้าง

7. ใจเขาใจเราคืออะไร.. ไม่รู้จัก! 

สำหรับใครที่ชอบนึกดูถูก มองไม่เห็นหัวใคร หรือพูดถากถางคนอื่นบ่อยๆ จนติดเป็นนิสัย ขอบอกให้รู้เลยว่า คุณกำลังทำสิ่งที่แย่และน่ารังเกียจมากในความเห็นของคนอื่น หนำซ้ำพฤติกรรมแบบนี้ยังอาจส่งผลไปถึงการบ่อนทำลายองค์กรเลยก็ได้นะ!

นิสัยปากเสียทำให้คุณดูเป็นคนเกรี้ยวกราดไม่น่าเข้าใกล้ ในทางกลับกัน การรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา รู้จักเข้าอกเข้าใจคนอื่นก็จะดึงดูดให้ใครๆ ก็อยากเข้าหาคุณ เพราะมันทำให้พวกเขารู้สึกดี รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า 

ถ้าเป็นลูกน้อง เขาจะยอมทำงานถวายหัวให้กับคุณ หรือถ้าเป็นลูกค้า เขาก็จะรู้สึกดีที่คุณใส่ใจ และอยากกลับมาใช้บริการบ่อยๆ จนกลายเป็นท็อปแฟนของคุณได้อย่างไม่ยาก 

8. ใจแคบเท่าพุงมด 

ในสถานการณ์ที่เกิด “ความผิดพลาด” คุณมักจะได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของใครบางคนเสมอ

คนบางคนก็มักจะชี้นิ้วใส่คนอื่นเวลามีอะไรผิด แล้วเขาก็มักจะมีคำตอบให้กับทุกเรื่อง ที่สำคัญคือ เชื่อแบบผิดๆ ว่าความคิดของตัวเองถูกเสมอ และไม่ค่อยจะยอมฟังใคร

ซึ่งมันน่าจะดีกว่า ถ้าคุณจะยอมเปิดใจรับฟังคนอื่นบ้าง เพราะการได้ถกเถียง รับฟังความเห็นกัน มันสามารถสร้างทีมเวิร์กที่ดีได้ ถึงแม้ว่า บทสรุปในตอนท้ายไอเดียของคุณจะยังเป็นทางดีที่สุดก็ตาม

9. หงุดหงิด ขี้บ่น

ไม่มีใครชอบคนที่มองอะไรก็เห็นแต่เรื่องแย่ๆ โดยเฉพาะถ้าเห็นแล้วก็มีแต่บ่น ก็จะยิ่งทำให้คนรอบข้างรู้สึกแย่ ไม่อยากจะทำหรือพัฒนา แก้ไขให้อะไรๆ ดีขึ้น

ถ้าคุณมัวแต่หมดพลังงานไปกับการบ่นหรือคร่ำครวญ นั่นหมายถึง คุณเอาแต่เติมพลังลบให้กับตัวเอง และในขณะเดียวกัน คุณก็กำลังทำให้ไม่มีใครอยากเข้าใกล้คุณอีกด้วย

10. บ้าอำนาจขั้นสุด!

สำหรับผู้บริหาร ขอให้ทบทวนตัวเองสักหน่อยว่า.. คุณเป็นนายประเภท “ต้องทำตามที่บอกเท่านั้น” หรือไม่ ?

..ถ้าใช่ ก็ขอให้รู้ไว้ตรงนี้เลยว่า คุณกำลังปล่อยพิษร้ายขั้นรุนแรงแก่องค์กรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เมื่อไหร่ที่องค์กรขับเคลื่อนด้วย “ความกลัว” ไม่ว่าจะกลัวมีความผิด กลัวถูกตำหนิ กลัวถูกหักเงินเดือน กลัวโดนประจาน หรืออะไรก็ตามแต่ มันไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่อน โดยเฉพาะถ้าเทียบกับการขับเคลื่อนองค์กรด้วยพลังบวก ที่ใครๆ ก็อยากแสดงความคิดเห็น อยากทดลองทำอะไรใหม่ๆ โดยไม่ต้องกลัวว่า ถ้าทำพลาดไปแล้วจะโดนด่า ความกระตือรือร้นของพนักงานย่อมต่างกันอย่างแน่นอน

แม้ว่ามันจะง่าย เวลาจะสั่งหรือคอนโทรลอะไร ๆ โดยใช้ “ความกลัว” เป็นแรงขับ แต่คุณก็ต้องแลกกับการทำให้องค์กรไม่มีชีวิต ไร้ความคิดสร้างสรรค์ ทุกคนอยู่อย่างหวาดระแวง กลัวว่าถ้าทำผิดแล้วจะโดนดุ

..องค์กรประเภทนี้ ไม่มีทางสร้างอะไรดีๆ ขึ้นได้อย่างแน่นอน!

11. หลงตัวเองสุดขอบโลก 

ทราบหรือไม่ว่า คนที่หลงตัวเองนั้นถือเป็นภัยขั้นสุดต่อองค์กรเลยก็ว่าได้ เพราะอีโก้ที่คับอกจะทำให้คุณ “มั่น” ในตัวเองจนไม่ยอมฟังความเห็นต่างจากใครหน้าไหน

การเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ไม่เพียงทำให้เสียโอกาสที่จะได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่แล้ว คุณยังขยี้ “ใจ” ที่อยากจะทำงานของคนอื่นๆ ลงจนป่นปี้ !

..อ่านมาถีงตรงนี้ ถ้าใครทบทวนตัวเองแล้วคิดว่า ตรงกับตัวเองอยู่บ้าง ก็ขอให้เลิกนิสัยเสียๆ เหล่านี้ให้ได้ ก่อนที่อะไรๆ จะแย่จนเกินแก้ 

ยิ่งโดยเฉพาะผู้ประกอบการ เจ้าของกิจการทั้งหลาย อย่าคิดว่าเป็นเจ้าของแล้วจะทำอะไรก็ได้ ลองทบทวนตัวเองและเปลี่ยนเสียก่อนที่ธุรกิจพังคามือเพราะไม่ยอมเลิกพฤติกรรมแย่ๆ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน!

source : businessinsider


  • 587
  •  
  •  
  •  
  •